พาณิชย์ แนะผู้ผลิต-ส่งออกไทยใช้โอกาสหลังสหรัฐฯ ปรับโครงสร้างนำเข้าสินค้า

ข่าวเศรษฐกิจ Thursday September 20, 2012 15:37 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก เปิดเผยว่า ขณะนี้สหรัฐได้เปลี่ยนแปลงโครงสร้างของการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ โดยมีร้านค้าปลีก ลูกโซ่รายใหญ่ บริษัทข้ามชาติ และ ผู้ผลิตรายใหญ่สหรัฐฯ ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำสำคัญในการนำเข้าสินค้าของสหรัฐฯ ซึ่งจะส่งผลให้การนำเข้าสินค้ามีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นตามลำดับในอนาคตด้วย โดยเฉพาะเป็นที่คาดการณ์ว่า เมื่อมีมาตรการผ่อนคลายเชิงนโยบายรอบที่ 3 แบบไม่จำกัดเวลา(Open-Ended QE3)จะหนุนการฟื้นตัวตลาดแรงงานและเศรษฐกิจสหรัฐ

ทั้งนี้ เพื่อให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนโลจิสติกส์ เพื่อลดต้นทุนการผลิต และการมุ่งเพิ่มผลกำไรให้ธุรกิจ ซึ่งจากการจัดอันดับผู้นำเข้ารายสำคัญของสหรัฐฯ ประจำปี 2554 แสดงให้ถึงผู้ประกอบการสหรัฐฯ ที่ดำเนินธุรกิจเฉพาะนำเข้า/จัดจำหน่ายสินค้า (Importer/Distributor) ทั้งรายเล็กและรายใหญ่ ซึ่งรวมกันมีจำนวนไม่ต่ำกว่า 200,000 ราย และเป็นกลจักรสำคัญในห่วงโซ่อุปทานสินค้า ถูกลดบทบาทลงไป

“ปัจจุบัน ห้างซุปเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งไม่นำเข้าสินค้าเข้าโดยตรง ได้หันมานำเข้าสินค้าด้วยตนเอง หรือ มีการลงทุนจากต่างประเทศขยายตัวในสหรัฐฯเพิ่มขึ้น ซึ่งผู้ลงทุนจะนำเข้าสินค้าบางส่วนจากบริษัทแม่ หรือ แหล่งผลิตอื่นๆ และผู้ผลิตสินค้าสหรัฐฯ ลดการผลิตในประเทศและหันไปผลิตในต่างประเทศและนำเข้ามาจำหน่ายในสหรัฐฯ เป็นต้น" นางนันทวัลย์ กล่าว

นางนันทวัลย์ กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศจะมีผลต่อการขยายตลาดสินค้าไทยในสหรัฐฯ ดังนั้น ผู้ผลิต/ส่งออกสินค้าไทย จึงต้องวางแผนการขยายตลาดและกลยุทธ์ให้มีความเหมาะสมต่อแต่ละกลุ่มเป้าหมาย

ขณะที่สำนักงานเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครชิคาโกได้รายงานเพิ่มเติมว่า ร้านค้าปลีก ลูกโซ่รายใหญ่ บริษัทข้ามชาติ และ ผู้ผลิตรายใหญ่สหรัฐฯ ซึ่งให้บริการข้อมูลด้านตู้ขนส่งสินค้า(Container) นำเข้าของสหรัฐฯ จากทั่วโลก แจ้งว่า สหรัฐฯ นำเข้าสินค้าจากทั่วโลกเป็นจำนวน 28.5 ล้านตู้คอนเทนเนอร์ (เทียบเท่าตู้ขนาด 20 ฟุต: TEUs: Twenty-foot equivalent unit)

อนึ่ง การส่งออกในช่วง 7 เดือนแรก(ม.ค.-ก.ค.55)ปีนี้ สหรัฐฯมีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้น 3.2% หรือมีมูลค่า 13,264 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ( 410,190 ล้านบาท หรือ เพิ่มขึ้น 6%) ซึ่งช่วงเดือน 8-10 ของปีเป็นช่วงการสั่งซื้อสินค้าเพื่อจำหน่ายในเทศกาลคริสต์มาส และขึ้นปีใหม่ แต่ปีนี้อาจจะรวมถึงการผลิตสินค้าเพื่อจำหน่ายในช่วงการหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯที่จะมีขึ้นในวันที่ 6 พฤศจิกายนนี้เข้าไปอีกด้วย


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ