สถาบันวิจัยเศรษฐกิจชั้นนำ 4 แห่งของเยอรมนีได้ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศในปีหน้าลงครึ่งหนึ่ง สู่ระดับ 1.0% จากที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ที่ 2.0% และยังได้ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจในปีนี้ลงมาอยู่ที่ระดับ 0.8% จากที่คาดไว้ก่อนหน้าที่ระดับ 0.9% โดยระบุว่า วิกฤตหนี้สาธารณะในยูโรโซนกำลังบั่นทอนการเติบโตของเศรษฐกิจเยอรมนีซึ่งใหญ่ที่สุดในยุโรป
สถาบันวิจัยเศรษฐกิจชั้นนำ 4 แห่งซึ่งได้แก่ สถาบัน Ifo, สถาบัน Kiel Institutes for World Econmy (IfW), สถาบัน Halle Institute for Economic Research (IWH) และสถาบัน Rhine-Westphalia Institute of Economic Research (RWI) ระบุในแถลงการณ์ร่วมซึ่งมีการเปิดเผยปีละ 2 ครั้งว่า "วิกฤตหนี้ยูโรโซนกำลังส่งผลกระทบในด้านลบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจของเยอรมนี โดยคาดว่าทั้งในปีนี้และปีหน้านั้น เศรษฐกิจเยอรมนียังคงมีความเสี่ยงที่จะเผชิญกับภาวะขาลง และเยอรมนีมีความเสี่ยงสูงที่จะเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย"
ทั้งนี้ การที่เศรษฐกิจเยอรมนีขยายตัวเพียง 0.5% ในไตรมาสแรก และ 0.3% ในไตรมาส 2 ของปีนี้ ทำให้สถาบันวิจัยทั้ง 4 แห่งเตือนว่า "มีสัญญาณมากขึ้นที่บ่งชี้ว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจโดยรวมจะอ่อนแอลงไปจนถึงสิ้นปี" นอกจากนี้ สถาบันวิจัยย้ำว่า การคาดการณ์ในปัจจุบันนั้น พิจารณาจากสมมติฐานที่ว่าสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในยูโรโซนจะมีเสถียรภาพ ในขณะที่วิกฤตหนี้ที่ยืดเยื้อมาเป็นเวลานานถึง 3 ปีนั้น จะค่อยๆบรรเทาลง
"หากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในยูโรโซนยังคงย่ำแย่ ก็จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจเยอรมนีด้วย" สถาบันวิจัยระบุนอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญของสถาบันวิจัยทั้ง 4 แห่งยังได้ตำหนิธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) โดยกล่าวว่า มาตรการแทรกแซงของอีซีบี เช่นการเข้าซื้อพันธบัตรล็อตใหญ่นั้น ทำให้ยูโรโซนเผชิญกับความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อที่สูงขึ้น สำนักข่าวซินหัวรายงาน