รายงานระบุว่า คาดว่ายอดส่งออกเหล็กกล้าจะฟื้นตัว เนื่องจากเงินเยนค่อยๆอ่อนค่าลง และผลกระทบจากความสัมพันธ์ที่ย่ำแย่ระหว่างญี่ปุ่นและจีนมีแนวโน้มลดความรุนแรงลง
ทั้งนี้ คาดว่าผลผลิตเหล็กดิบในเดือนม.ค.-มี.ค.จะอยู่ที่ 26.07 ล้านตัน ลดลง 1.9% เมื่อเทียบกับหนึ่งปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 0.2% จากช่วงเดือนต.ค.-ธ.ค. 2555
ทางการของกระทรวงระบุว่า ผลผลิตมีแนวโน้มดีดขึ้นขึ้น โดยตั้งข้อสังเกตว่าความต้องการเหล็กกล้าได้รับแรงหนุนจากโครงการอุดหนุนรถยนต์เพื่อสิ่งแวดล้อมของรัฐบาล
อย่างไรก็ตาม มีแนวโน้มอุปทานล้นตลาดเหล็กกล้าโลกต่อไป โดยผลผลิตจากจีนและเกาหลีใต้ยังคงอยู่ในระดับสูง
สำหรับความต้องการเหล็กกล้าในช่วงเดือนม.ค.-มี.ค. ซึ่งอิงตามผลสำรวจผู้ใช้ภาคอุตสาหกรรมในประเทศ คาดว่าจะอยู่ที่ 23.35 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 0.9% จากเดือนต.ค.-ธ.ค. โดยแบ่งเป็นอุปสงค์ส่งออก 8.45 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 4.1% สำนักข่าวเกียวโดรายงาน