In Focusทริปเยือนสหรัฐของผู้นำแดนมังกร บทสะท้อนอีกฉากของ 2 มหาอำนาจ

ข่าวต่างประเทศ Wednesday June 12, 2013 13:49 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

การเดินทางเยือนสหรัฐของผู้นำจีนคนล่าสุด ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7-8 มิถุนายนที่ผ่านมา ถือเป็นการเดินสายเยือนประเทศมหาอำนาจในช่วงเวลาที่เหมาะสม ในสายตาของนักวิชาการและสำนักข่าวต่างประเทศมองว่า ทั้ง 2 ประเทศต่างมีประเด็นที่ค้างคาใจกันมานาน โดยประเด็นที่ถือว่า ร้อนแรงและซึมลึกจนแทบจะกัดกร่อนความเชื่อมั่นที่มีต่อกัน คือ ประเด็นความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์

ก่อนหน้าการประชุมสุดยอดของ 2 ผู้นำจะเปิดฉากขึ้น วอชิงตัน โพสท์ รายงานโดยอ้างรายงานลับของกระทรวงกลาโหมสหรัฐว่า แฮกเกอร์แดนมังกรได้เข้าไปดูข้อมูลการออกแบบระบบอาวุธของสหรัฐกว่า 24 ระบบ และเมื่อช่วงต้นเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา ทางสหรัฐก็กล่าวหาแดนมังกรเรื่องการจารกรรมข้อมูลไซเบอร์ โดยตั้งเป้าหมายไว้ที่ระบบคอมพิวเตอร์ของรัฐบาลสหรัฐ

ขณะที่ประเด็นเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาที่รับรู้กันมานานว่า ประเทศใดบ้างที่ขึ้นชื่อเรื่องการลอกเลียนแบบหรือละเมิดนั้น เรียกได้ว่าเป็นประเด็นที่ร้อนแรงรองลงมาไม่แพ้เรื่องความปลอดภัยในโลกไซเบอร์ ดังนั้น การเดินทางเยือนในช่วงที่ผู้นำจีนพึ่งจะเข้ามาทำหน้าที่ผู้นำประเทศเมื่อเดือนมี.ค. จึงปูทางไปสู่เป้าหมายที่ทั้ง 2 ประเทศต้องการได้ในระดับหนึ่ง

ข้อมูลจากคณะกรรมการว่าด้วยการขโมยทรัพย์สินทางปัญญาของสหรัฐ ซึ่งเป็นองค์กรอิสระชี้ว่า สหรัฐได้สูญเงินถึง 3 แสนล้านดอลลาร์ต่อปีให้กับกรณีการลักลอบใช้ทรัพย์สินทางปัญญา โดยผลิตภัณฑ์ที่ถูกลักลอบใช้ทรัพย์สินทางปัญญาถึง 50-80% เชื่อว่า จะมาจากแดนมังกร

วันแรกของการประชุม

โอบามาได้กล่าวในวันแรกของการประชุมสุดยอดว่า ตนเองต้องการให้ความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ฝ่ายอยู่ในระดับใหม่ ซึ่งทั้ง 2 ผู้นำก็เห็นด้วยว่า ทั้ง 2 ฝ่ายน่าจะบรรลุเป้าหมายในเรื่องความรุ่งเรืองและความมั่นคงของประชาชนได้ ถ้าหากร่วมมือกันมากกว่าที่จะขัดแย้งกัน

ดักลาส เอช พาล รองประธานของ Carnegie Endowment for International Peace ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านนโยบายระหว่างประเทศที่ตั้งอยู่ในวอชิงตัน มองว่า แนวโน้มโดยรวมของการประชุมครั้งนี้ถือว่าเป็นบวก โดยการเจรจาที่จัดขึ้นมีเป้าหมายเพื่อที่จะล้อมกรอบวิธีการรับมือกับประเด็นที่มีความสำคัญของทั้ง 2 ประเทศ รวมถึงการหาคำตอบให้กับคำถามที่ว่า ทั้ง 2 ประเทศต้องการให้ความสัมพันธ์ของ 2 ฝ่ายออกมาในรูปแบบใด

พาล หวังว่า ความสัมพันธ์ส่วนบุคคลของผู้นำจีนและสหรัฐจะช่วยคลี่คลายสถานการณ์ตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลีเหนือ และนำไปสู่การหารือเพิ่มเติมในประเด็นเสถียรภาพในระยะยาว และการปลดอาวุธนิวเคลียร์ในที่สุด

ที่ปรึกษาความมมั่นคงสหรัฐแจงและวิเคราะห์การประชุมสุดยอดซันนี่แลนด์

ทอม โดนิลอน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ มองว่า การประชุมครั้งนี้ถือเป็นโอกาสที่ผู้นำของทั้ง 2 ประเทศจะได้พัฒนาความสัมพันธ์ส่วนบุคคล เพื่อเป็นพื้นฐานในการเดินหน้าแก้ไขประเด็นต่างๆที่จำเป็นต้องดำเนินการในช่วงเวลาที่สำคัญ

พร้อมกับชี้ว่า การประชุมที่ซันนี่แลนด์ค่อนข้างจะประสบความสำเร็จในการสร้างความเข้าใจที่ดีขึ้นระหว่าง 2 ผู้นำประเทศ ประธานาธิบดีโอบามาได้อธิบายให้ประธานาธิบดีสี ทราบเกี่ยวกับปัญหาการแทรกแซงความมั่นคงทางไซเบอร์ประเภทต่างๆที่สหรัฐเผชิญอยู่ รวมทั้งการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา

หยาง เจียฉี ที่ปรึกษาอาวุโสด้านนโยบายต่างประเทศของประธานาธิบดีจีน กล่าวกับผู้สื่อข่าวก่อนหน้านี้ว่า จีนต้องการที่จะร่วมมือมากกว่าที่จะก่อให้เกิดความขัดแย้งกับสหรัฐในเรื่องความมั่นคงทางไซเบอร์

จีนและสหรัฐเห็นพ้องเกาหลีเหนือต้องปลอดนิวเคลียร์

เกาหลีเหนือแทบจะเป็นเพียงประเด็นเดียวที่ผู้นำของทั้ง 2 ประเทศเห็นพ้องว่า เกาหลีเหนือไม่สมควรที่จะครอบครองหรือดำเนินโครงการอาวุธนิวเคลียร์ โดยจีนและสหรัฐจะประสานงานกันเพื่อหาทางดำเนินการให้เกาหลีเหนือปลอดจากอาวุธนิวเคลียร์

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่องการลดปริมาณไฮโดรฟลูโอโรคาร์บอน์ ซึ่งเป็นก๊าซที่มีส่วนทำให้เกิดภาวะเรือนกระจกที่ทำเนียบขาวสามารถออกแถลงการณ์ให้ข้อมูลได้ทันทีภายหลังจากที่การประชุมสุดยอดของสี จิ้นผิง และโอบามา สิ้นสุดลง

สะท้อนมุมมองสื่อจีนและสหรัฐ

แอลเอ ไทม์ส มองว่า การพบปะกันในวันที่ 2 ซึ่งตรงกับวันเสาร์ที่ซันนี่แลนด์นี้เป็นไปแบบสบายๆ เดรส โค้ด ของผู้นำจีนและสหรัฐ และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง กำหนดไว้ว่า ห้ามผูกเนคไท เราจึงได้เห็นภาพของสี จิ้นผิง และโอบามา ในลุคสบายๆกับเสื้อเชิ้ตและกางเกงขายาว โดยปราศจากสูทที่ดูเป็นทางการ เดรส โค้ด ไม่เพียงแต่จะเป็นประเด็นสีสันที่รายล้อมบรรยากาศการพบปะกันที่ถูกหยิบนำมารายงานประกอบข่าวเท่านั้น สื่อสหรัฐยังรายงานด้วยว่า สี จิ้นผิง สร้างความประทับใจและประหลาดใจไปในคราวเดียวกันด้วยท่าทีที่ผ่อนคลายคล้ายกับผู้นำของชาติตะวันตกในขณะที่เดินชมวิวทิวทัศน์เคียงคู่กับโอบามาในช่วงที่อยู่ที่ซันนี่แลนด์ ซึ่งเป็นสถานที่จัดการประชุมสุดยอด

ซันนี่แลนด์ เป็นรีสอร์ท คอมมิวนิตี้ ซึ่งตั้งอยู่ที่แรนโช มิราจ รัฐแคลิฟอร์เนีย และเป็นบ้านพักของวอลเตอร์และลีโอนอร์ แอนเนนเบิร์ก เนื้อที่ของบ้านกว้างขวางถึง 25,000 ตารางฟุต ออกแบบโดยสถาปนิกที่มีชื่อเสียงอย่างควินซี่ โจนส์ ภายในอาณาเขตของซันนี่แลนด์ มีทะเลสาบ 11 แห่ง สนามเทนนิส 1 สนาม และสนามกอล์ฟขนาด 9 หลุม

ตระกูลแอนเนนเบิร์กยินยอมให้ทางการสหรัฐใช้ซันนี่แลนด์เป็นสถานที่รับรองผู้นำระดับโลกได้ในกรณีที่ต้องการความเป็นส่วนตัวและความสงบ เพื่อหาทางออกให้กับประเด็นที่อยู่ในระดับสากล ที่ผ่านมา ซันนี่แลนด์ได้ทำหน้าที่รับรองประธานาธิบดีสหรัฐมาแล้ว 7 ท่าน รวมทั้งราชวงศ์อังกฤษ และผู้นำระดับโลกคนอื่นๆ

ขณะที่พีเพิ่ล เดลี่ นสพ.ทางการของจีนมองว่า ปัจจุบัน ความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศพัฒนาไปในทิศทางที่มีไมตรีจิตซึ่งกันและกัน แม้ว่า เบื้องหลังจะยังคงมีอุปสรรคอยู่ก็ตาม

ทางด้านสำนักข่าวซินหัวได้สัมภาษณ์นายซบิกเนียฟ เบรซินสกี้ อดีตที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯว่า “ผมคิดว่า การประชุมเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เหมาะสม และเป็นเรื่องที่จำเป็นต้องกระทำอย่างมากด้วย"

“ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐอเมริกา และจีนเป็นความสัมพันธ์ที่สำคัญที่สุดของโลก เสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และความมั่นคงของโลกล้วนต้องพึ่งพิงความสัมพันธ์ฉันมิตรที่เกื้อกูลกันอย่างเต็มที่ระหว่างอเมริกา และจีน" เขาเสริม

ด้านนายสเตเปิลตัน รอย ดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำประเทศจีนแสดงความเห็นว่า “ความจริงที่ว่า นี่เป็นการพบกันครั้งแรกหลังจากประธานาธิบดีสีได้รับเลือกตั้งให้เป็นผู้นำของจีน และประธานาธิบดีโอบามาได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯอีกครั้ง" นั้นทำให้การพบปะครั้งนี้เป็นการประชุมที่มีความหมายมากๆ

ส่วนนสพ.โอเรียนทอล เดลี่ นิวส์ และเซาท์ ไชน่า มอร์นิ่ง โพสท์ ของฮ่องกง รายงานไปในทิศทางเดียวกันว่า ผู้นำ 2 ประเทศสามารถผลักดันให้ประเด็นของเกาหลีเหนือและการเปลี่ยนแปลงของชั้นบรรยากาศโลกมีความคืบหน้า แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ในประเด็นสำคัญๆ อย่างความมั่นคงและปลอดภัยทางไซเบอร์ ประเด็นเรื่องเศรษฐกิจ และข้อพิพาทด้านเขตแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน

การประชุมสุดยอดซันนี่เวลล์ที่ปิดฉากลง แม้ว่า จะยังไม่มีผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม แต่อย่างน้อยก็สามารถเชื่อมสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ เพื่อสร้างความไว้ใจและความเข้าใจซึ่งกันและกัน ซึ่งจะนำไปสู่การหาทางแก้ปัญหาที่มีอยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ