"การใช้ประโยชน์จากการเปิดเสรีการลงทุน ภาครัฐจะต้องช่วยเหลือผู้ประกอบการของไทย โดยเฉพาะเอสเอ็มอีที่ขาดแคลนเงินทุน และประสบการณ์ในการทำธุรกิจ หากภาครัฐส่งเสริมอย่างเต็มที่ เชื่อว่าธุรกิจของไทยจะเข้าไปลงทุนและขยายธุรกิจในประเทศอาเซียนได้เพิ่มมากขึ้น และประสบความสำเร็จแน่นอน" นางจินตนากล่าว
สำหรับการเปิดเสรีของไทยนั้น ได้ผูกพันที่จะเปิดเสรีใน 3 สาขา คือ การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ, การทำป่าไม้จากป่าปลูก และการเพาะขยายหรือปรับปรุงพันธุ์พืช ซึ่งที่ผ่านมาได้เปิดเสรีให้สมาชิกอาเซียนอื่นๆ เข้ามาเพาะพันธุ์หอมหัวใหญ่ เพราะไทยผลิตเองไม่ได้ การให้ทำประมงเลี้ยงกุ้งล็อบสเตอร์ ปลาทูน่าในกระชังน้ำลึก ซึ่งไทยขาดวัตถุดิบ รวมถึงอนุญาตให้ปลูกป่าไม้สักที่ไทยขาดแคลน
ส่วนการลงทุนในธุรกิจอื่นๆ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ใน พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 และกฎหมายเฉพาะอื่นๆ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับผู้ประกอบการไทย ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยจึงไม่ต้องเป็นห่วงว่าหลังการเปิดเสรีแล้วจะไม่สามารถแข่งขันได้