(เพิ่มเติม) เงินบาทเปิด 31.37/39 อ่อนค่าสวนทางภูมิภาค ปัจจัยการเมืองกดดัน

ข่าวเศรษฐกิจ Tuesday August 6, 2013 11:22 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นักบริหารเงิน เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้อยู่ที่ระดับ 31.37/39 บาท/ดอลลาร์ ปรับตัวอ่อนค่าจากช่วงปิดตลาดเย็นวานนี้ที่ระดับ 31.33/35 บาท/ดอลลาร์ ปรับตัวสวนทางกับภูมิภาค เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศ
"เงินบาทปรับตัวอ่อนค่าจากแรงกดดันจากประเด็นการเมืองในประเทศ ขณะที่ภูมิภาคค่อนข้างนิ่ง" นักบริหารเงิน กล่าว

นักบริหารเงิน คาดวันนี้เงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่า โดยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวไว้ระหว่าง 31.30-31.40 บาท/ดอลลาร์

ล่าสุด SPOT อยู่ที่ 31.3829 บาท/ดอลลาร์ ส่วน THAI BAHT FIX 3M อยู่ที่ 2.29836% และ THAI BAHT FIX 6M อยู่ที่ 2.31518%

*ปัจจัยสำคัญ

  • เงินเยนอยู่ที่ระดับ 97.86/89 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 98.36 เยน/ดอลลาร์
  • เงินยูโรอยู่ที่ระดับ 1.3262/3264 ดอลลร์/ยูโร จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 1.3280 ดอลลาร์/ยูโร
  • อัตราแลกเปลี่ยนบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของ ธปท.อยู่ที่ 31.3230 บาท/ดอลลาร์
  • นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุเงินบาทอ่อนช่วงนี้มาจากปัจจัยทางการเมืองภายในประเทศ ห่วงหากเหตุการณ์ยืดเยื้อจะมีผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน และบรรยากาศการใช้จ่ายและการลงทุนต่อไปได้ ชี้ครึ่งปีหลังเงินบาทยังผันผวนต่อ แนะแบงก์กันสำรองพิเศษเพิ่มหวั่นยกเลิกคิวอี ทำต้นทุนแบงก์และภาระลูกค้าพุ่ง โดยเฉพาะธุรกรรมสินเชื่อ
  • นายอดิศร เสริมชัยวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แนวโน้มดอกเบี้ยเงินฝากช่วงครึ่งปี หากเป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจ คงไม่ปรับตัวลดลง เนื่องจากการแข่งขันระดมเงินฝากของ ธนาคารพาณิชย์ยังคงรุนแรง ยอดปล่อยสินเชื่อขยายตัวสูง สินเชื่อรายย่อยเติบโตต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลจากการลงทุนจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น การขอจดทะเบียน ตั้งบริษัทเพิ่มขึ้น ยอดการขอปิดบริษัทลดลง อัตราการว่างงานลดลง
  • กระทรวงการคลัง ไม่หวั่นม็อบต้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม มั่นใจไร้ความรุนแรง ระบุกระทบเศรษฐกิจระยะสั้นเท่านั้น เชื่อพื้นฐานเศรษฐกิจชาติสุดแข็งแกร่ง เติบโตได้ดีในระยะยาวแน่นอน ขณะที่เล็งชง ครม.พิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง
  • กระทรวงพาณิชย์ นัดหารือสมาคมการค้า 2,211 แห่งทั่วประเทศ หวังนำข้อสรุปมากำหนดนโยบายรัฐบาลในการขับเคลื่อนให้กับธุรกิจ
  • นายริชาร์ด ฟิชเชอร์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) สาขาดัลลัส ชี้เมื่อพิจารณาจากอัตราว่างงานที่ได้ลดลงมาอยู่ที่ 7.4% ในเดือน ก.ค. เชื่อว่าขณะนี้เฟดมีแนวโน้มมากขึ้นในการดำเนินการเพื่อลดขนาดการซื้อสินทรัพย์ โดยเฟดอยู่ระหว่างการพิจารณาช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเริ่มลดปริมาณการซื้อสินทรัพย์ และโดยส่วนตัวแล้วต้องการให้เริ่มลดสัดส่วนการซื้อพันธบัตรในฤดูใบไม้ร่วงนี้
  • สมาคมแลกเปลี่ยนทองคำและเงินของจีน เผยราคาทองคำที่ตลาดฮ่องกงลดลง 80 ดอลลาร์ฮ่องกง เปิดที่ระดับ 12,140 ดอลลาร์ฮ่องกง/ตำลึงในวันนี้ หรือราคาเทียบเท่ากับ 1,313.21 ดอลลาร์สหรัฐ/ทรอยออนซ์ ลดลง 8.65 ดอลลาร์สหรัฐ
  • ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวลดลงเช้านี้ หลังสหรัฐเผยข้อมูลภาคบริการที่แข็งแกร่ง ส่งผลให้นักลงทุนวิตกว่าเฟดอาจชะลอมาตรการ QE ในเร็วๆ นี้
  • China Foreign Exchange Trading System(CFETS) รายงานว่า เงินหยวนแข็งค่าขึ้น 0.14% แตะที่ 6.1753 หยวนต่อดอลลาร์
  • สมาคมค้าปลีกอังกฤษ(BRC) เผยยอดค้าปลีกรวมในเดือน ก.ค.ดีดตัวขึ้น 3.9% เมื่อเทียบรายปี หลังจากเพิ่มขึ้น 2.9% ในเดือน มิ.ย. ขณะที่ยอดค้าปลีกในร้านค้าที่เปิดดำเนินการตั้งแต่ 12 เดือนขึ้นไปในเดือน ก.ค.ปรับตัวขึ้น 2.2% หลังจากเพิ่มขึ้น 1.4% ในเดือนก่อนหน้า ยอดค้าปลีกของอังกฤษที่ปรับตัวขึ้นแข็งแกร่งในเดือนที่แล้วเป็นการยืนยันถึงข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใสในช่วงที่ผ่านมา และช่วยหนุนคาดการณ์ที่ว่าเศรษฐกิจของอังกฤษจะมีการฟื้นตัวขึ้นในช่วงไตรมาส 3 ปีนี้
  • สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้(5 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในตลาดแรงงานสหรัฐ หลังจากมีรายงานว่าตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรเพิ่มขึ้นน้อยกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ โดยดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยนที่ระดับ 98.3 เยน จากระดับของวันศุกร์ที่ 98.90 เยน และอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังค์สวิสที่ระดับ 0.9279 ฟรังค์ จากระดับ 0.9288 ฟรังค์ ขณะที่ยูโรอ่อนค่าลงแตะระดับ 1.3259 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับขอวันศุกร์ที่ 1.3285 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนเงินปอนด์แข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.5348 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.5285 ดอลลาร์สหรัฐ และดอลลาร์ออสเตรเลียพุ่งขึ้นแตะระดับ 0.8911 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.8908 ดอลลาร์สหรัฐ
  • ตลาดหุ้นไทยเปิดภาคเช้าร่วงไปกว่า 10 จุด ตามทิศทางตลาดหุ้นเอเชียตอบรับปัจจัยลบจากฝั่งสหรัฐเกี่ยวกับความกังวลว่าเฟดจะลดขนาดมาตรการ QE ในเร็วๆ นี้ หลังตัวเลขการว่างงานลดลง ขณะที่สถานการณ์การเมืองในประเทศยังกดดันการลงทุนอยู่ โดยเมื่อเวลา 09.59 น.ดัชนี SET มาอยู่ที่ 1,412.42 จุด ลดลง 11.89 จุด(-0.87%) ล่าสุดดัชนี SET มาอยู่ที่ 1,415.60 จุด ลดลง 8.71 จุด(-0.61%)
  • ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปี ปิดเพิ่มขึ้นในวันนี้ จากการเทขายพันธบัตรเพื่อทำกำไรหลังการทะยานขึ้นในช่วงที่ผ่านมา โดยพันธบัตรหมายเลข 329 ซึ่งเป็นมาตรวัดอัตราดอกเบี้ยระยะยาว ปิดที่ 0.775% เพิ่มขึ้น 0.005% จากระดับปิดเมื่อวานนี้ ส่วนราคาสัญญาพันธบัตรอายุ 10 ปีส่งมอบเดือนกันยายน ไม่เปลี่ยนแปลงที่ระดับ 143.72 ในตลาดหุ้นโตเกียว

-


แท็ก เงินบาท  

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ