นักบริหารเงิน เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ที่ระดับ 32.33/35 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าจากเย็นวานนี้ที่ปิดตลาดที่ระดับ 32.16/17 บาท/ดอลลาร์ เป็นผลหลังจากทราบประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน(FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐที่ออกมาตามคาด
"เป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ ทำให้ดอลลาร์แข็งค่าและทุกสกุลก็อ่อนค่าขึ้นไปหมด เงินบาทจากที่ลงมาทำ Low แถวๆ 32.1 กว่าๆ ก็กลับขึ้นไป และคาดว่าระยะกลางตลาดน่าจะยังเล่นข่าวนี้กันอยู่" นักบริหารเงิน กล่าว
นักบริหารเงิน ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทวันนี้ไว้ระหว่าง 32.25-32.45 บาท/ดอลลาร์
- ปัจจัยสำคัญ
- เงินเยนอยู่ที่ระดับ 102.45 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานนี้ที่อยู่ที่ระดับ 101.59 เยน/ดอลลาร์
- เงินยูโรอยู่ที่ระดับ 1.3825 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานนี้ที่อยู่ที่ระดับ 1.3910 ดอลลาร์/ยูโร
- อัตราแลกเปลี่ยนบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท.วันนี้อยู่ที่ 32.1250 บาท/ดอลลาร์
- นักวิเคราะห์ฯคาดตลาดหุ้นไทยเช้านี้ปรับตัวลงตามตลาดหุ้นทั่วโลก โดยตลาดภูมิภาค-ตลาดสหรัฐฯต่างปรับตัวลงกันทั่วหน้า หลังประธานเฟดส่งสัญญาณอาจจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหลังจากที่เฟดยุติการใช้มาตรการ QE ไปแล้วราว 6 เดือน
- ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เชื่อเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หนุนความเชื่อมั่นดึงบาทแข็ง ขณะที่ความเชื่อมั่นต่อกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่เริ่มดีขึ้น หลังเศรษฐกิจไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คาด พร้อมประเมินผลกระทบ "คิวอี" แม้ลดต่อเนื่อง แต่ไม่กระทบเงินไหลออกแรงเท่ารอบแรก ส่วนข้อพิพาท "สหรัฐ-รัสเซีย" ยังต้องจับตาพัฒนาการของปัญหา ด้าน "กสิกรไทย" เชื่อบาทแข็งช่วงสั้น เหตุ พื้นฐานเศรษฐกิจยังไม่ได้แก้ มองไตรมาส 2 ส่ออ่อนแตะ 33.5 บาทต่อดอลลาร์ จากเทศกาลจ่ายปันผล
- สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) จับตาปัญหาการเมืองยืดเยื้อเริ่มกระทบท่องเที่ยว ระบุเดือนกุมภาพันธ์สัญญาณไม่ดีนักเดินทางผ่านสุวรรณภูมิวูบ 18% เตรียมทบทวนตัวเลขเศรษฐกิจใหม่นิด้าคาดปีนี้ขยายตัว 2.6% คลังเผยเดือนกุมภาพันธ์จัดเก็บรายได้ต่ำกว่าเป้าหมาย 4.4% ฉุดยอด 5 เดือนหลุดเป้าตาม
- กระทรวงพลังงาน ระดมทุกหน่วยงานรับมือแผนหยุดซ่อมท่อก๊าซฯ 2 แหล่งหลักของประเทศทั้ง แหล่งบงกช-เจดีเอ รับห่วงสุดกรณี JDA 13 มิ.ย.-10 ก.ค. 57 กรณีเลวร้ายอาจเลือกดับไฟบางพื้นที่ป้องซ้ำรอยไฟดับ 14 จังหวัดภาคใต้ ด้าน ปตท.รับปั๊ม NGV 14 แห่งใน 3 จังหวัดภาคใต้กระทบหนักแน่บางปั๊มอาจต้องหยุด
- คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (เอฟโอเอ็มซี) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติปรับลดขนาดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ลงอีก 1 หมื่นล้านดอลลาร์ ในการประชุมระยะเวลา 2 วันซึ่งเสร็จสิ้นเมื่อวานนี้ (19 มี.ค.) ส่งผลให้วงเงินการซื้อพันธบัตรปรับตัวลงมาอยู่ที่ระดับ 5.5 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือน จากระดับ 6.5 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือน โดยจะเริ่มดำเนินการดังกล่าวในเดือนเม.ย.ปีนี้
ด้านนางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟด กล่าวว่า อาจจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกหลังจากที่เฟดยุติการใช้มาตรการ QE ไปแล้วราว 6 เดือน
- ดอลลาร์ปรับตัวขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักเมื่อคืนนี้ (19 มี.ค.) หลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติปรับลดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณหรือ QE ลงอีก 1 หมื่นล้านดอลลาร์
- ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวลดลงในเช้าวันนี้ หลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณว่าอาจขึ้นดอกเบี้ยตั้งแต่ช่วงกลางปีหน้าเป็นต้นไป
- ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวลงเมื่อคืนนี้ (19 มี.ค.) ขณะที่นักลงทุนจับตาดูถ้อยแถลงของนางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เพื่อบ่งชี้ทิศทางของมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) และอัตราดอกเบี้ย
- ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (19 มี.ค.) หลังจากนางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณว่าเฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งการส่งสัญญาณดังกล่าวมีขึ้นภายหลังจากที่เฟดมีมติปรับลดขนาดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ลงอีก 1 หมื่นล้านดอลลาร์ในการประชุมครั้งล่าสุด
- สมาคมแลกเปลี่ยนทองคำและเงินของจีน เปิดเผยว่า ราคาทองคำที่ตลาดฮ่องกงปรับตัวลง 190 ดอลลาร์ฮ่องกง เปิดที่ระดับ 12,350 ดอลลาร์ฮ่องกง/ตำลึง เทียบเท่ากับ 1,335.93 ดอลลาร์สหรัฐ/ทรอยออนซ์ ลดลง 20.55 ดอลลาร์สหรัฐ ที่อัตราแลกเปลี่ยนล่าสุดที่ 1 ดอลลาร์สหรัฐต่อ 7.761 ดอลลาร์ฮ่องกง