(เพิ่มเติม) กูรูพลังงานชี้เหตุรุนแรงในอิรักส่งผลให้ราคาน้ำมันมีแนวโน้มสูงขึ้น

ข่าวเศรษฐกิจ Tuesday June 24, 2014 16:40 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ ประธานกลุ่มปฏิรูปพลังงานเพื่อความยั่งยืน กล่าวว่า สถานการณ์ความรุนแรงในอิรักส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากอิรักเป็นประเทศผู้ผลิตน้ำมันในปริมาณ 3 ล้านบาร์เรลต่อวัน ดังนั้นการที่ปริมาณน้ำมันจำนวนดังกล่าวหายไปจากตลาดโลก ทำให้มีแนวโน้มราคาน้ำมันจะสูงขึ้นอีกหากสถานการณ์บานปลาย ซึ่งเป็นความเสี่ยงของประเทศไทยที่พึ่งพิงการนำเข้าน้ำมันในระดับสูง

ส่วนกรณีที่จะมีการพิจารณาปรับโครงสร้างราคาพลังงานนั้น นายปิยสวัสดิ์ กล่าวว่า จะต้องคำนึงถึงความเหมาะสมเพราะที่ผ่านมารัฐบาลใช้พลังงานมาเป็นนโยบายประชานิยม การนำเงินจากกองทุนน้ำทันเชื้อเพลิงมาอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซลและแอลพีจี ไม่ได้ทำให้ประเทศสูญเสียเงินน้อยลง แต่เป็นการเพิ่มภาระให้กับประเทศมากขึ้น เนื่องจากต้องสูญเสียรายได้กว่า 1 แสนล้านบาทต่อปี

ส่วนกรณีมีผู้สนับสนุนให้ยกเลิกกองทุนน้ำมันฯ นายปิยสวัสดิ์ กล่าวว่า ควรคำนึงถึงความเหมาะสมเช่นกัน เนื่องจากที่ผ่านมาการจัดตั้งกองทุนฯ ก็เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาพลังงาน โดยนำเงินจากกองทุนฯ อุดหนุนเชื้อเพลิงชีวภาพ อาทิ เอทานอล ทำให้ราคาขายปลีกแก๊สโซฮอล์กับเบนซินแตกต่างกัน แต่หากไม่มีกองทุนฯ จะทำให้ราคาน้ำมันดังกล่าวใกล้เคียงกัน อาจทำให้ผู้บริโภคไม่สนใจแก๊สโซฮอล์ เพราะมีอัตราการสิ้นเปลืองมากกว่า สุดท้ายผู้บริโภคก็จะเลือกใช้แต่เบนซินเท่านั้น ส่งผลให้ธุรกิจเอทานอลต้องล้มละลาย เกษตรกรได้รับความเดือดร้อน ขณะเดียวกันไทยก็ต้องนำเข้าน้ำมันเพิ่มขึ้นด้วย

ขณะที่นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม(PTTEP) หรือ ปตท.สผ. เปิดเผยว่า ปัจจุบันปริมาณสำรองปิโตรเลียมของไทยอยู่ที่ประมาณ 7-15 ปี ดังนั้นสิ่งสำคัญคือไทยจำเป็นต้องสำรวจแหล่งปิโตรเลียมเพิ่มเติม ขณะเดียวกัน ปตท.สผ.ก็จะพยายามเร่งเป็นเจ้าของแหล่งพลังงานในต่างประเทศเพิ่มขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ผันผวน

ด้านนายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. ปตท.(PTT) กล่าวว่า สถานการณ์ความไม่สงบในประเทศอิรักที่อาจมีความยืดเยื้อ ได้สร้างความกังวลกับประเทศอื่น ๆ โดยเฉพาะซาอุดิอาระเบียและอิหร่าน ซึ่งเป็น 2 ประเทศส่งออกน้ำมันรายใหญ่ ทำให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น โดยราคาน้ำมันดิบดูไบปรับขึ้นไปอยู่ที่ 110 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล จากช่วงก่อนอยู่ที่ 103-105 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล

ขณะที่ราคาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่ส่งออกไปญี่ปุ่นในช่วงนี้กลับปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 12-13 เหรียญสหรัฐ/ล้านบีทียู จากเดือนม.ค. – ก.พ.อยู่ที่ 18-19 เหรียญสหรัฐ/ล้านบีทียู ซึ่งเป็นผลดีจากการที่มีเชลล์ก๊าซและเชลล์ออยล์

ส่วนแนวคิดการปรับโครงสร้างราคาน้ำมันของกระทรวงพลังงาน นายไพรินทร์กล่าวว่า เป็นแนวคิดคิดที่ดี เพราะจะทำให้ราคาน้ำมันมีความเหมาะสมเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย แต่ต้องยอมรับว่าการปฏิรูปราคาจะทำให้มีบางคนที่ต้องได้ประโยชน์และบางคนอาจเสียประโยชน์ได้

ส่วนการยกเลิกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง มองว่า ไม่เห็นด้วย เนื่องจากเห็นว่ากองทุนน้ำมันฯมีประโยชน์ในการดูแลราคาน้ำมันให้มีเสถียรภาพ เนื่องจากราคาน้ำมันยังมีความผันผวน โดยเฉพาะในช่วงนี้เกิดสถานการณ์ในอิรัก ยิ่งจำเป็นต้องมีกองทุนน้ำมันฯ แต่หากจะยกเลิกกองทุนฯ ก็จะต้องมีการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานด้วยการสำรองน้ำมันทางยุทธศาสตร์ เพื่อเป็นการดูแลแทน


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ