นักบริหารเงิน เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้อยู่ที่ระดับ 32.08/10 บาท/ดอลลาร์ จากปิดตลาดช่วงเย็นวานนีที่ระดับ 32.10/11 บาท/ดอลลาร์ ก่อนจะปรับตัวอ่อนค่ามาอยู่ที่ระดับ 32.13/15 บาท/ดอลลาร์ เมื่อเวลา 09.00 น.โดยเงินบาทเคลื่อนไหวตามภูมิภาคเนื่องจากดอลลาร์แข็งค่า
"เปิดมาแข็งค่ากว่าช่วงปิดตลาดเย็นวานนี้เล็กน้อย ก่อนที่จะปรับตัวอ่อนค่าเนื่องจากดอลลาร์แข็งค่า" นักบริหารเงิน กล่าว
ปัจจัยที่ตลาดจับตาดูเป็นเรื่องเงินทุนต่างประเทศ แม้ส่วนหนึ่งจะไหลกลับไปสหรัฐฯ แต่อีกส่วนเข้ามาในภูมิภาคเอเซียเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจในสหภาพยุโรปกำลังมีปัญหา ขณะเดียวกันผลตอบแทนตลาดพันธบัตรบ้านเราสูงกว่าทางสหภาพยุโรป และมีแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้น
นักบริหารเงิน คาดว่า วันนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 32.07-32.15 บาท/ดอลลาร์
- ปัจจัยสำคัญ
- เงินเยนอยู่ที่ระดับ 106.25 เยน/ดอลลาร์ ทรงตัวในระดับเดียวกับช่วงเย็นวานนี้
- เงินยูโรอยู่ที่ระดับ 1.2940 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเย็นวานนี้ที่ระดับ 1.2881 ดอลลาร์/ยูโร
- อัตราแลกเปลี่ยนบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของ ธปท.อยู่ที่ระดับ 32.1120 บาท/ดอลลาร์
- ธปท.ชี้จำนวน นักท่องเที่ยวหดตัวต่อไปอีกระยะหนึ่ง เหตุอัตราการจองห้องพักล่วงหน้า 3 เดือนยังต่ำ แต่คาดว่าอัตราการหดตัวของนักท่องเที่ยวจะมีแนวโน้มลดลงเป็นลำดับ ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวล่าสุดในเดือนก.ค.ของปีนี้ธปท.มองว่าได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วและแม้ฟื้นตัวชัดเจนขึ้น แต่ก็ยังไม่เข้าสู่ภาวะปกติ เพราะหลายประเทศยังไม่ยกเลิกการเตือน
- สทท.เตรียมเสนอ 8 แผนงานถึงมือ รมว.การท่องเที่ยวฯ วาดฝันผลักดันเป้ารายได้ทะลุ 4 ล้านล้านบาท ในปี 2561 เชิญ 'กอบกาญจน์'ทัวร์ยุ่นฟื้นตลาด พร้อมเสนอปรับโครงสร้างหน่วยงานท่องเที่ยวใหม่เหตุยังกระจัดกระจาย
- China Foreign Exchange Trading System (CFETS) รายงานว่า เงินหยวนปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.95% แตะที่ 6.1425 หยวนต่อดอลลาร์เช้าวันนี้
- สมาคมแลกเปลี่ยนทองคำและเงินของจีน เผยราคาทองคำที่ตลาดฮ่องกงร่วงลง 100 ดอลลาร์ฮ่องกง เปิดที่ระดับ 11,620 ดอลลาร์ฮ่องกง/ตำลึงในวันนี้ หรือราคาเทียบเท่ากับ 1,258.59 ดอลลาร์สหรัฐ/ทรอยออนซ์ ลดลง 10.83 ดอลลาร์สหรัฐ
- รัฐบาลญี่ปุ่น เผยยอดสั่งซื้อเครื่องจักรพื้นฐานในเดือน ก.ค.ซึ่งมีการปรับค่าตามฤดูกาลแล้วนั้นพุ่งขึ้น 3.5% จากเดือนก่อนหน้า สู่ระดับ 7.717 แสนล้านเยน โดยยอดสั่งซื้อเครื่องจักรพื้นฐานซึ่งไม่นับรวมยอดสั่งซื้อเครื่องจักรสำหรับอุตสาหกรรมต่อเรือและสาธารณูปโภคเนื่องจากมีความผันผวนนั้น ถือเป็นมาตรวัดการใช้จ่ายด้านทุนในอนาคตของบริษัทเอกชนญี่ปุ่น
- สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กยังคงปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้เพราะได้รับแรงกดดันจากการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยสัญญาทองคำตลาด COMEX(Commodity Exchange) ส่งมอบเดือน ธ.ค.ร่วงลง 5.8 ดอลลาร์ หรือ 0.46% ปิดที่ 1,248.5 ดอลลาร์/ออนซ์ ขณะที่สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือน ธ.ค.ลดลง 4.1 เซนต์ ปิดที่ 18.92 ดอลลาร์/ออนซ์ ส่วนสัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือน ต.ค.ร่วงลง 11.7 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,385.8 ดอลลาร์/ออนซ์ และสัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนธ .ค.ร่วงลง 25.70 ดอลลาร์ ปิดที่ 860.45 ดอลลาร์/ออนซ์
- สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส(WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้เพราะได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์ว่า สต็อกน้ำมันดิบประจำสัปดาห์ของสหรัฐจะปรับตัวลง ซึ่งบ่งชี้ว่าความต้องการพลังงานของสหรัฐยังคงแข็งแกร่ง โดยสัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน ต.ค.เพิ่มขึ้น 9 เซนต์ ปิดที่ 92.75 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์(BRENT) ส่งมอบเดือน ต.ค.ที่ตลาดลอนดอน เพิ่มขึ้น 1.04 ดอลลาร์ ปิดที่ 99.16 ดอลลาร์/บาร์เรล
- ดอลลาร์สหรัฐปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเมื่อเทียบสกุลเงินหลักส่วนใหญ่เมื่อคืนนี้ เนื่องจากนักลงทุนต่างคาดการณ์กันมากขึ้นว่าธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในกลางปีหน้า โดยค่าเงินยูโรแข็งค่าขึ้นเทียบดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 1.2920 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.2908 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์ปรับลงที่ 1.6091 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.6121 ดอลลาร์ ส่วนค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวขึ้นเทียบกับสกุลเงินเยนที่ 106.34 เยน เทียบกับระดับ 105.88 เยน และลดลงเมื่อเทียบกับฟรังค์สวิสที่ระดับ 0.9340 ฟรังค์ จาก 0.9344 ฟรังค์ สำหรับค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียปรับลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 0.9198 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.9291 ดอลลาร์