นักบริหารเงิน เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้อยู่ที่ระดับ 32.35/36 บาท/ดอลลาร์ ปรับตัวอ่อนค่าจากช่วงปิดตลาดเมื่อเย็นวันศุกร์ที่ระดับ 32.29/31 บาท/ดอลลาร์ เคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกับค่าเงินในภูมิภาค
"เปิดตลาดเช้านี้อ่อนค่าทำนิวไฮในรอบ 2 เดือน เคลื่อนไหวตามภูมิภาคแต่ขยับน้อยกว่า" นักบริหารเงิน กล่าว
นักบริหารเงินประเมินกรอบเงินบาทในวันนี้ไว้ที่ 32.30-32.40 บาท/ดอลลาร์
"น่าจะแกว่งตัวในกรอบ เพราะยังมี flow สิ้นเดือนค่อยยันไว้ไม่ให้ขยับไปมากกว่านี้" นักบริหารเงิน กล่าวล่าสุด SPOT อยู่ที่ระดับ 32.3450 บาท/ดอลลาร์ ส่วน THAI BAHT FIX 3M(26 ก.ย.) อยู่ที่ 1.90603% และ THAI BAHT FIX 6M(26 ก.ย.) อยู่ที่ 1.92310%
- ปัจจัยสำคัญ
- เงินเยนอยู่ที่ระดับ 109.46 เยน/ดอลลาร์ ปรับตัวอ่อนค่าจากเย็นวันศุกร์ที่ระดับ 108.99/109.02 เยน/ดอลลาร์
- เงินยูโรอยู่ที่ระดับ 1.2676 ดอลลาร์/ยูโร ปรับตัวอ่อนค่าจากเย็นวันศุกร์ที่ระดับ 1.2746/2748 ดอลลาร์/ยูโร
- อัตราแลกเปลี่ยนบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของ ธปท.อยู่ที่ระดับ 32.3080 บาท/ดอลลาร์
- วงการตลาด "บอนด์-หุ้น" ยอมรับทุนต่างชาติจ่อไหลออกระยะสั้น หลังเฟดส่งสัญญาณดอกเบี้ยขาขึ้น ยกเว้นตราสารหนี้ระยะยาว ยังดูดทุนนอกไว้ได้ โบรกเกอร์ลุ้นการเติบโตกำไรบริษัทจดทะเบียนโดดเด่น ช่วยดึงเม็ดเงินกลับตลาดหุ้นไทย
- "แบงก์ชาติ" เชิญ "ส.อ.ท." ชี้แจงการทำ "ซอฟท์โลน" ช่วยเอสเอ็มอี ลั่นนอกจาก แก้ปัญหาไม่ตรงจุดแล้ว ยังขัดต่อ พ.ร.บ. ธปท.ปี 2551 เผยที่ผ่านมาธนาคารพาณิชย์ดูแลลูกค้าใกล้ชิด ทั้งยืดเวลาชำระ ลดค่าธรรมเนียม บางรายยอมพักหนี้ให้ในปีนี้ ด้าน สศค. แนะใช้ "แบงก์รัฐ" ช่วยแก้ปัญหา
- ธปท.คาดสินเชื่อเพิ่มขึ้น ทำให้แบงก์ระดมเงินฝากบ้าง แต่ไม่รุนแรง และจะเห็นเงินฝากพิเศษเป็นหลัก เหตุดอกเบี้ยเงินฝากระยะเวลาปกติยังต่ำตามอัตราดอกเบี้ยนโยบาย มั่นใจสภาพคล่องในระบบเพียงพอ แม้ผู้ออมจะหันไปลงทุนสินทรัพย์อื่นในยุคดอกเบี้ยต่ำ
- กรมการค้าต่างประเทศ ใช้สารพัดวิธีดันตัวเลขส่งออก ล่าสุดวางยุทธศาสตร์เจาะลูกค้าต่างประเทศโดยผ่าน “ทีวีช้อปปิ้ง-ห้างสรรพสินค้า" ส่วนวันที่ 18-21 ต.ค. เชิญ“ทูตพาณิชย์" มาร่วมประเมินแนวโน้มการค้าช่วงที่เหลือของปีนี้ด้วย
- พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ (เวิร์คช็อป) ว่าได้มีการพิจารณาแผนยุทธศาสตร์โครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของไทย ระยะเวลา 8 ปี (ปี 2558 -2565) ซึ่งพบว่าต้องมีการปรับปรุงแผนงานด้านการขนส่งทางบก ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำรายละเอียด แต่มีความชัดเจนในเรื่องวงเงินลงทุนแล้วว่าปี 2558-2559 จะใช้เงิน 66,025.79 ล้านบาท และรวม 10 ปี จะใช้เงินลงทุนประมาณ 8 แสนล้านบาท เพื่อพัฒนาการขนส่งทางบกทั้งสินค้าและผู้โดยสารให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
- นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงอยู่ระหว่างการทบทวนร่างพระราชบัญญัติเขตเศรษฐกิจพิเศษ พ.ศ.2548 เรื่องการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการทำงานของ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เพื่อรองรับการตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษทั่วประเทศ นอกจากนี้จะมีการปรับเปลี่ยนบทบาท กนอ.จากเดิมผู้ที่ทำหน้าที่กำกับดูแล และพัฒนานิคมอุตสาหกรรม เหลือเพียงการกำกับดูแล โดยอาจจะเปลี่ยนไปเป็นสำนักงานเขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งทำหน้าที่เป็นฝ่ายเลขาฯของ คณะกรรมการนโยบายพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ (กนพ.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน
- สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส(WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวขึ้นเมื่อวันศุกร์หลังจากสหรัฐปรับทบทวนจีดีพีไตรมาสสองเป็นขยายตัวเร็วขึ้นจากตัวเลขประมาณการก่อนหน้านี้ ซึ่งการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งขึ้นได้จุดกระแสคาดการณ์ว่าจะทำให้อุปสงค์น้ำมันเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย โดยสัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน พ.ย.ปรับตัวขึ้น 1.01 ดอลลาร์ หรือ 1.1% ปิดที่ 93.54 ดอลลาร์/บาร์เรล สำหรับตลอดทั้งสัปดาห์ ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้น 1.2% ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์(BRENT) ส่งมอบเดือน พ.ย.ที่ตลาดลอนดอน ไม่เปลี่ยนแปลงที่ 97 ดอลลาร์/บาร์เรล ขณะที่ทั้งสัปดาห์ สัญญาเบรนท์ลดลง 1.4% ซึ่งเป็นการปรับตัวลงสัปดาห์ที่สามในรอบสี่สัปดาห์
- สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวลงเมื่อวันศุกร์ เนื่องจากดัชนีดอลลาร์สหรัฐปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบสี่ปี หลังกระทรวงพาณิชย์เผยเศรษฐกิจสหรัฐขยายตัวเร็วขึ้นในไตรมาสสอง โดยสัญญาทองคำตลาด COMEX(Commodity Exchange) ส่งมอบเดือน ธ.ค.ลดลง 6.5 ดอลลาร์ หรือ 0.53% ปิดที่ 1,215.4 ดอลลาร์/ออนซ์ ซึ่งเป็นระดับปิดต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 31 ธ.ค.2556 ส่วนสัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือน ธ.ค.เพิ่มขึ้น 9.9 เซนต์ หรือ 0.57% ปิดที่ 17.537 ดอลลาร์/ออนซ์
- ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องเมื่อวันศุกร์ เนื่องจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่ออกมาเป็นบวกได้หนุนกระแสคาดการณ์ของนักลงทุนที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) อาจจะปรับตัวขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยค่าเงินยูโรร่วงลงเมื่อเทียบดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 1.2683 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.2747 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่เงินปอนด์ปรับตัวลงแตะ 1.6251 ดอลลาร์สหรัฐ จาก 1.6310 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวขึ้นเทียบกับสกุลเงินเยนที่ 109.36 เยน จากระดับ 108.69 เยน เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับฟรังค์สวิสที่ระดับ 0.9514 ฟรังค์ จาก 0.9469 ฟรังค์ และแข็งค่าขึ้นแตะ 1.1156 ดอลลาร์แคนาดา จาก 1.1099 ดอลลาร์แคนาดา และค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 0.8761 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.8785 ดอลลาร์สหรัฐ