"หม่อมอุ๋ย"ยันไม่จำเป็นกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมหลังจากรอบแรกเห็นผลแล้ว

ข่าวเศรษฐกิจ Friday February 6, 2015 16:14 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ เปิดเผยว่า ยังไม่มีความจำเป็นที่จะเข้าไปกระตุ้นเศรษฐกิจในรอบที่สองอีก หลังจากที่รัฐบาลมีการกระตุ้นเศรษฐกิจตั้งแต่เดือน ต.ค.57 ส่งผลต่อเศรษฐกิจภายใประเทศเริ่มฟื้นตัวขึ้นแล้วในขณะนี้ ซึ่งการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบแรกถือว่าเป็นไปตามเป้าหมาย น่าจะส่งผลต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ให้เติบโตได้ถึง 4%

รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ กล่าวว่า เห็นได้จากตัวเลขการใช้จ่ายภาคครัวเรือนโดยเฉพาะในเดือน ม.ค.58 ถึง 5.8 แสนล้านบาท ทำให้สามารถจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มได้ถึง 4.01 หมื่นล้านบาท จากปี 56 อยู่ที่ 3.6 หมื่นล้านบาท มีปัจจัยมาจากในเรื่องของราคาน้ำมันที่ปรับตัวดลง,การช่วยเหลือชาวสวนยางในวงเงินรวม 8,500 ล้านบาท และการเปิดโรงงานใหม่เพิ่มขึ้นทำให้เกิดการจ้างงานที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

ส่วนการลงทุนภาครัฐ โดยเฉพาะการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ยังมีความล่าช้ากว่าที่ควร และการใช้จ่ายภาครัฐในงบปกติทำได้เพียง 12% ของงบลงทุนทั้งปี ซึ่งรัฐบาลจะเข้าไปเร่งนัดในส่วนดังกล่าวเพื่อให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบมากขึ้น โดยจะผลักดันให้เพิ่มขึ้นเป็น 30% ภายในเดือน มี.ค.นี้

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจะยังคงช่วยเหลือเกษตรกรชาวนาและเกษตรกรชาวสวนยางอย่างต่อเนื่อง โดยมีโครงการช่วยเหลือชาวนาในพื้นที่แห้งแล้งซ้ำซากที่มีอยู่ 3,062 ตำบล ช่วยเหลือตำบลละ 1 ล้านบาทเพื่อลดต้นทุนการผลิตและมีเงินเข้าสู่ระบบมากขึ้น รวมถึงโครงการสนับสนุนสินเชื่อเกษตรกรชาวสวนยางรายย่อยไม่เกินครอบครัวละ 1 แสนบาท เพื่อให้นำไปใช้ปรับปรุงต้นยาง หรือประกอบกิจการอื่นๆ โดยขณะนี้มีผู้มายื่นขอมาแล้วราว 1 แสนราย และอนุมัติไปแล้ว 1.5 หมื่นราย ซุ่งรัฐบาลจะเร่งอนุมัติให้เร็วขึ้น เพื่อให้เกษตรกรมีเงินไปลงทุนในฤดูกาลหน้า

นอกจากนั้น ยังมีการลงทุนด้านก่อสร้าง ซ่อมแซ่มโรงเรียน ศาลา สถานีอนามัยทั่วประเทศ วงเงินลงทุนจำนวน 2.3 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจอีกทางหนึ่งด้วย

"ตั้งแต่เดือน ต.ค.ที่ผ่านมา การกระตุ้นเศรษฐกิจน่าจะส่งผลมายังปีนี้ โดยมีปัจจัยสนับสนุนมาจากราคาน้ำมันที่น่าจะปรับลดลงเรื่อยๆ การช่วยเหลือเกษตรกรชาวนา ชาวสวนยางต่างๆ รวมถึงการอนุมัติการประกอบกิจการโรงงานของกระทรวงอุตสาหกรรม ที่ทำให้เกิดการจ้างงานเพิ่มขึ้น โดยในปีนี้เราก็จะยังดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ทั้งการอนุมัติให้เกิดโรงงานใหม่ที่เหลืออยู่อีก 2,000 กว่าแห่ง เพื่อให้เกิดการลงทุน และเข้ามาเป็นเงินหมุนเวียนในระบบ อย่างไรก็ตามก็พยายามใช้เงินให้ครบและลงไปในทุกภาคส่วน เพื่อให้เศรษฐกิจฟื้นตัวดีขึ้น โดยไม่ให้เสียเปล่า"ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าว

สำหรับทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยนั้น ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าวว่า หากอัตราดอกเบี้ยปรับลดลงก็จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจภายในประเทศ และตลาดหุ้นไทยด้วย แต่อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไม่ได้กดดันการทำงานของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)เพราะเป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่สามารถตัดสินในเรื่องดังกล่าวได้ โดยการประชุม กนง.ที่ผ่านมา ได้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 2%


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ