(เพิ่มเติม) คกก.PPP คาดเสนอ 5 โครงการ PPP Fast Track เข้าครม.มี.ค.59-เปิดประมูลพ.ค.59

ข่าวเศรษฐกิจ Wednesday November 11, 2015 12:59 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (คณะกรรมการ PPP) ได้อนุมัติคัดเลือก 5 โครงการลงทุนแรกที่จะเสนอให้เป็น PPP Fast track เพื่อผลักดันให้มีการดำเนินการที่รวดเร็วขึ้น โดยจะพยายามทำให้ขั้นตอนทุกอย่างบรรลุภายในครึ่งปี 59 โดยคาดว่าจะเปิดประกวดราคาให้ได้ภายใน พ.ค.59 และจากนั้นในช่วงครึ่งปีหลังก็ให้เดินเรื่องได้เลย

ด้านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ(สคร.) กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ มีมติอนุมัติคัดเลือกโครงการภายใต้มาตรการ PPP FAST TRACK ในระยะแรก 5 โครงการ มูลค่าการลงทุนรวมทั้งสิ้นประมาณ 334,207 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี มูลค่า 56,725 ล้านบาท 2.โครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง มูลค่าโครงการ 54,768 ล้านบาท 3. โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพง-บางแค และช่วงบางซื่อ-ท่าพระ มูลค่าโครงการ 82,494 ล้านบาท 4.โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางปะอิน-นครราชสีมา มูลค่าโครงการ 84,600 ล้านบาท และ 5.โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางใหญ่-กาญจนบุรี มูลค่า 55,620 ล้านบาท

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้กำหนดกรอบระยะเวลาในการดำเนินโครงการว่า ในส่วนของโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน, โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางปะอิน-นครราชสีมา และโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางใหญ่-กาญจนบุรี จะเสนอให้ รมว.คมนาคมเห็นชอบภายใน ธ.ค.58 (ขณะที่โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู และโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง รมว.คมนาคมได้เห็นชอบไปแล้วตั้งแต่ ก.ย.58) ก่อนที่จะเสนอคณะกรรมการ PPP ภายในก.พ.59 และเสนอเข้าสู่ที่ประชุมครม.ภายใน มี.ค.59 ก่อนที่คณะกรรมการฯ จะคัดเลือกและพิจารณาเอกสารภายในพ.ค.59

ทั้งนี้ ที่ประชุมมอบหมายให้ สคร.ไปพิจารณารายละเอียดร่วมกับกระทรวงคมนาคม ในการให้เอกชนร่วมลงทุนในอีก 3 โครงการคือ โครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง, โครรงรถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (แอร์พอร์ตเรลลิงค์), โครงการรถไฟความเร็วสูง สายกรุงเทพ-ระยอง และสายกรุงเทพ-หัวหิน เพื่อให้พิจารณาควาพร้อมในการเข้ามาตรการ PPP Fast Track ต่อไป

ด้านนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง กล่าวถึงความพร้อมในการจัดตั้งกองทุนที่อาจใช้ชื่อว่า Thailand Future Fund คาดว่าจะดำเนินการจัดตั้งกองทุนได้ก่อนสิ้นปีนี้ โดยอยู่ระหว่างการพิจารณาโครงการที่จะเข้าร่วมทั้งหมด และหากจัดตั้งกองทุนเร็วเกินไปอาจจะเสียค่าใช้จ่ายในการดูแลกองทุน ซึ่งจะมีส่วนสำคัญสำหรับการลงทุนของภาครัฐด้วย

พร้อมกันนี้ รมว.คลัง เรียกร้องให้ภาคเอกชนเพิ่มการลงทุนให้มากขึ้น ซึ่งช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ภาคเอกชนลงทุนไม่ถึง 2% ทำให้ประสิทธิภาพการผลิตของประเทศลดลง และรัฐบาลได้เตรียมมาตรการที่จะส่งเสริมการลงทุนของภาคเอกชนให้มากขึ้น จึงอยากเห็นการลงทุนเกิดขึ้นในปีหน้า


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ