ครม.เห็นชอบแนวทางปฏิรูประบบบริหารจัดการ-กำกับดูแลสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน

ข่าวเศรษฐกิจ Tuesday March 7, 2017 15:59 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบตามแนวทางการปฏิรูประบบการบริหารจัดการและกำกับดูแลกิจการสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน เนื่องจากเห็นว่าการทำธุรกรรมทางการเงินของสหกรณ์ฯ มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องและเริ่มมีนัยสำคัญต่อระบบสถาบันการเงินมากขึ้น ซึ่งหากไม่มีการกำกับและตรวจสอบกิจการทางการเงินที่ดี อาจทำให้เกิดความเสียหายต่อสมาชิกสหกรณ์ฯ และเสถียรภาพของระบบสถาบันการเงิน

โดยแนวทางการปฏิรูประบบการบริหารจัดการและกำกับดูแลกิจการสหกรณ์ทั้ง 2 ประเภท ประกอบด้วย 4 หลักการ

1.หลักการในการกำกับดูแลกิจการทางการเงินของสหกรณ์ฯ โดยให้มีการกำกับดูแลทางการเงินในแนวทางเดียวกับสถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจ โดยนำหลักการกำกับดูแลสถาบันการเงินของ Basel I มาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของสหกรณ์ ซึ่งจะแบ่งเป็น 2 ระดับตามขนาดสินทรัพย์ของสหกรณ์ คือ 1.สหกรณ์ขนาดใหญ่ที่มีสินทรัพย์มากกว่า 5,000 ล้านบาท (จัดทำเกณฑ์การกำกับความมั่นคงทางการเงินของสหกรณ์ฯ ที่มีมาตรฐานเทียบเคียงกับเกณฑ์การกำกับสถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจ) และ 2.สหกรณ์ขนาดเล็กที่มีสินทรัพย์น้อยกว่า 5,000 ล้านบาท

2. ร่างระเบียบนายทะเบียนสหกรณ์ว่าด้วยการกำกับดูแลกิจการทางการเงินของสหกรณ์ พ.ศ.... จะมีสาระสำคัญใน 4 ด้าน คือ 1.ด้านธรรมาภิบาล โดยให้มีการถ่วงดุลอำนาจในสหกรณ์ฯ โดยเฉพาะการปล่อยสินเชื่อที่ควรต้องแยกการวิเคราะห์สินเชื่อและการอนุมัติสินเชื่อออกจากกัน, สหกรณ์ไม่ควรจ่ายเงินปันผลเกิน 80% ของกำไรสุทธิ, สมาชิกสมทบของสหกรณ์ ต้องเป็นบิดา มารดา สามี ภรรยา และบุตรของสมาชิกสหกรณ์ฯ เท่านั้น, งบการเงินของสหกรณ์ต้องเป็นไปตามมาตรฐานบัญชีไทย, เพิ่มเติมเกณฑ์การเปิดเผยข้อมูลงบการเงินทั้งหมดให้แก่สมาชิกสหกรณ์ฯ และกรรมการดำเนินการในสหกรณ์ฯ จะไม่สามารถดำรงตำแหน่งได้เกิน 2 วาระติดกัน ซึ่งหลักเกณฑ์นี้จะใช้กับสหกรณ์ทุกขนาด

และหลักเกณฑ์ด้านธรรมาภิบาลที่ได้เพิ่มเติมสำหรับสหกรณ์ขนาดใหญ่ คือ คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ ต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่า 3 คน และผู้จัดการสหกรณ์ต้องมีความเชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการ การเงิน และการบัญชี, ให้มีคณะกรรมการชุดย่อยที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เพื่อรับผิดชอบด้านการตรวจสอบภายในและการบริหารความเสี่ยงของสหกรณ์ฯ, ให้มีหน่วยงานตรวจสอบภายในที่เหมาะสมกับขนาด ลักษณะ และขอบเขตการประกอบธุรกิจของสหกรณ์ฯ, ว่าจ้างผู้ตรวจสอบบัญชีที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ก.ล.ต.) เพื่อให้การตรวจสอบบัญชีเป็นไปตามมาตรฐานสถาบันการเงิน

2.ความเสี่ยงด้านเครดิต ปรับปรุงแนทางการจัดชั้นสินเชื่อหรือสินทรัพย์ให้สะท้อนถึงความสามารถในการชำระหนี้อย่างแท้จริง และมีการกันสำรองเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานสหกรณ์, การพิจารณาเงินกู้ให้สมาชิกสมทบ ต้องไม่เกินมูลค่าของเงินฝากและเงินค่าหุ้นของสมาชิกสมทบ และภาระหนี้ต่อรายได้รวมสุทธิของสมาชิกรายใดรายหนึ่งต้องไม่เกิน 70%, จำกัดประเภทและปริมาณหลักทรัพย์ที่สหกรณ์ฯ สามารถฝากหรือลงทุนโดยการลงทุนของสหกรณ์ฯ ต้องไม่เกิน 10% ของส่วนของผู้ถือหุ้น, มูลค่าการลงทุนในหุ้นกู้ของแต่ละบริษัทต้องไม่เกิน 5% ของปริมาณหุ้นกู้ของบริษัทนั้น, ห้ามสหกรณ์ฯ ซื้อหรือมีไว้ซึ่งอสังหาริมทรัพย์ เว้นแต่เพื่อใช้เป็นสถานที่สำหรับดำเนินกิจการหรือเป็นการได้มาจากการชำระหนี้ และการประกันสินเชื่อ, กำหนดความสามารถในการก่อหนี้ของสหกรณ์ฯ อัตราส่วนหนี้ต่อทุนไม่เกิน 1.5 เท่า และการปรับโครงสร้างหนี้ต้องเป็นไปเพื่อแก้ไขหนี้เพื่อให้สหกรณ์ฯ มีโอกาสได้รับเงินต้นคืนได้มากขึ้น

โดยความเสี่ยงด้านเครดิตที่ได้เพิ่มเติมสำหรับสหกรณ์ขนาดใหญ่ คือ กำหนดอัตราส่วนการให้สินเชื่อที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกรรมการดำเนินการ หรือผู้บริหารระดับสูงของสหกรณ์ฯ เพื่อจำกัดความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นจากการให้สินเชื่อในลักษณะเอื้อประโยชน์, เพิ่มเติมการกำกับดูแลลูกหนี้รายใหญ่ เพื่อกระจายความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของพอร์ตสินเชื่อมากจนเกินไป โดยกำหนดอัตราส่วนการให้สินเชื่อลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายสินเชื่อแก่บุคคลหรือโครงการหนึ่งต้องไม่เกิน 100 เท่าของรายได้ หรือการให้กู้แก่สหกรณ์ใดสหกรณ์หนึ่ง ต้องไม่เกิน 10% ของส่วนของผู้ถือหุ้น หรอืไม่เกิน 15 ล้านบาทสำหรับสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกัน และต้องเป็นสมาชิกบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด

3.ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง สหกรณ์ต้องดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 6% ของเงินรับฝากและเงินกู้ยืม, แก้ไขนิยามสินทรัพย์ที่สหกรณ์ฯ สามารถนับเป็นสินทรัพย์สภาพคล่อง โดยกำหนดให้เป็นสินทรัพย์ที่สหกรณ์ฯ สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดภายในระยะเวลาที่เหมาะสม

ส่วนความเสี่ยงด้านสภาพคล่องที่ได้เพิ่มเติมหลักเกณฑ์สำหรับสหกรณ์ขนาดใหญ่ คือ กำหนดนโยบายและแผนงานการบริหารจัดการด้านสภาพคล่อง และนำส่งรายงานแบบข้อมูลการบริหารจัดการสภาพคล่องด้วย

4.ความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ กำหนดแนวทางปฏิบัติด้านการควบคุมภายในที่ช่วยลดความเสี่ยงที่เกิดจากความผิดพลาดจากการดำเนินงาน และการทุจริตของคณะกรรมการดำเนินการและผู้อำนวยการสหกรณ์ฯ เป็นหลัก ส่วนหลักเกณฑ์เพิ่มเติมสำหรับสหกรณ์ขนาดใหญ่ คือ ให้คณะกรรมการและผู้บริหการระดับสูง มีหน้าที่บริหารความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ โดยกำหนดกรอบงบนโยบายและแผนการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสมกับองค์กร รวมทั้งให้มีหน่วยงานตรวจสอบภายในเป็นการเฉพาะ โดยให้รายงานต่อคณะกรรมการตรวจสอบของสหกรณ์

นายกอบศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ที่ประชุมครม.เห็นว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ควรจัดทำประชาพิจารณ์เพื่อรับทราบผลกระทบต่อการดำเนินการของสหกรณ์ฯ ก่อนที่จะนำร่างระเบียบนายทะเบียนดังกล่าวมาบังคับใช้ โดยกระทรวงเกษตรฯ อาจพิจารณาทยอยนำเกณฑ์ที่มีผลกระทบต่อการดำเนินการของสหกรณ์ฯ ไม่มากมาบังคับใช้ก่อน และพิจารณาทยอยออกเกณฑ์อื่นๆ ตามความเหมาะสมกับสภาวการณ์ของระบบสหกรณ์ต่อไป

พร้อมกันนี้ ที่ประชุมครม.ยังเห็นชอบให้มีการดำเนินการใน 3 ระยะสำหรับการปฏิรูประบบการบริหารจัดการและกำกับดูแลกิจการสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน ดังนี้ ระยะเร่งด่วน ให้กระทรวงการคลัง กระทรวงเกษตรฯ และธนาคารแห่งประเทศไทย กำหนดแผนการดำเนินงานที่คำนึงถึงการให้โอกาสสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนในการปรับตัวในช่วงการเปลี่ยนผ่านไปสู่การปฏิรูปฯ รวมทั้งจัดฝึกอบรมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่สหกรณ์ออมทรัพย์ และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน เพื่อให้สามารถนำแนวทางปฏิรูปฯ ไปขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ระยะกลาง ให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา รับหลักเกณฑ์ตามแนวทางปฏิรูปฯ ในส่วนที่ต้องอาศัยการแก้ไขกฎหมายเพื่อให้สามารถนำแนวทางนี้ไปสู่การปฏิบัติได้ ไปพิจารณาประกอบการดำเนินการในขั้นตอนของการตรวจร่าง พ.ร.บ.สหกรณ์ (ฉบับที่..) พ.ศ....

ระยะยาว ให้กระทรวงเกษตรฯ กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ร่วมกันพิจารณาการออกกฎหมายเพื่อกำกับดูแลสหกรณ์ออมทรัพย์ และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนเป็นการเฉพาะ แยกออกจากการกำกับดูแลสหกรณ์ประเภทอื่นๆ เพื่อยกระดับการบริหารจัดการและกำกับสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนให้เทียบเท่ากับการกำกับสถาบันการเงินรูปแบบอื่นๆ ต่อไป

นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบในหลักการร่าง พ.ร.บ.สหกรณ์ ตามคณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอ ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับการกำกับดูแลและตรวจสอบการดำเนินกิจการของสหกรณ์ที่จัดตั้งขึ้นประกอบธุรกิจเงินทุน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรับฝากเงินและให้กู้เงิน ซึ่งสมาชิกจะมีความหลากหลาย ไม่ได้อยู่ในหน่วยงานหรือองค์กรเดียวกัน หรือไม่ได้ประกอบอาชีพเดียวกัน เพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของสมาชิกและผู้ที่มีส่วนได้เสีย ตลอดจนป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

ทั้งนี้ให้นำร่างกฎหมายของคณะกรรมการกฤษฎีกาไปผนวกกับร่างกฎหมายในเรื่องเดียวกันที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จัดทำ เพื่อให้เกิดความรัดกุมในการกำกับดูแล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูประบบการบริหารจัดการและกำกับดูแลกิจการสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ