(เพิ่มเติม) บอร์ดดีอีนัดแรก ไฟเขียวตั้ง Digital Park Thailand ในพื้นที่ EEC-เพิ่มบทบาทไปรษณีย์ รองรับซื้อขายออนไลน์

ข่าวเศรษฐกิจ Thursday April 20, 2017 13:43 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2560 ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้มีการพิจารณาเกี่ยวกับการดำเนินงานของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงบทบาทภารกิจของคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่ได้แต่งตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการตาม พ.ร.บ.การพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ศ. 2560 ซึ่งมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2560 เป็นต้นมา

โดยที่ประชุมฯ ได้รับทราบความก้าวหน้าการดำเนินโครงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อเป็นการวางรากฐานการขับเคลื่อนการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยมุ่งหมายให้เกิดการพัฒนาโครงข่ายอินเทอร์เน็ตให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้าน และการเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศให้สามารถรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น

ประกอบด้วย กิจกรรมที่ 1 การขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงให้ครอบคลุมทั่วประเทศเพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจภายในประเทศ วงเงิน 15,000 ล้านบาท ซึ่งบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ดำเนินการในชื่อโครงการ "เน็ตประชารัฐ" และกิจกรรมที่ 2 การเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศสู่การเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนข้อมูลดิจิทัลของภูมิภาคอาเซียน (ASEAN Digital Hub) วงเงิน 5,000 ล้านบาท ได้มอบหมายให้บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ดำเนินการ โดยทั้งสองกิจกรรมมีความคืบหน้าตามลำดับเป็นไปตามแผนการดำเนินงานที่กำหนดไว้

นอกจากนั้น กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้นำเสนอแนวความคิดการจัดตั้งเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล (Digital Park Thailand) เพื่อสนองตอบการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลใน 2 นโยบายหลัก ได้แก่ นโยบายประเทศไทย 4.0 และนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล ทั้งการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลของไทยเอง และการประยุกต์ใช้ดิจิทัลในการพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมายทั้ง 10 กลุ่มอุตสาหกรรมนำไปสู่อุตสาหกรรม 4.0 โดยจะดำเนินการบนพื้นที่ประมาณ 700 ไร่ บริเวณอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ตั้งของศูนย์โทรคมนาคมศรีราชา บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน)

ทั้งนี้ Digital Park Thailand จะเป็นพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ที่จะเป็นศูนย์กลางด้านดิจิทัลของภูมิภาค (Global Digital Hub) ที่มุ่งเน้นให้เกิดการลงทุนเพื่อการพัฒนาธุรกิจดิจิทัลควบคู่กับการสร้างสรรค์นวัตกรรมดิจิทัล บนพื้นฐานของการเป็นศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างประเทศ (International Exchange Gateway) และศูนย์ข้อมูลของประเทศ (Data Center Hub) ซึ่งจากการพบปะหารือกับเอกอัครราชทูตประเทศต่างๆ ของ รมว.ดิจิทัลฯ พบว่าหลายประเทศให้ความสนใจโครงการดังกล่าวนอกเหนือจากผู้ประกอบการทั้งไทยและต่างประเทศ

รมว.ดิจิทัลฯ กล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าการจัดตั้งเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิตัล จะมีการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาในพื้นที่ 700ไร่ ที่อำเภอศรีราชา พร้อมทั้งเตรียมโรดโชว์เพื่อดึงดูดนักลงทุนเข้ามาสร้างศูนย์ประกอบการในพื้นที่ตรงนี้ด้วย ทั้งนี้ ในพื้นที่ดังกล่าวจะเน้นการส่งเสริมระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งจะมีการเชิญภาคเอกชนรายใหญ่ให้เข้ามาร่วมพัฒนาในพื้นที่ และจะดึงมหาวิทยาลัยชั้นนำเข้ามาตั้งอยู่พื้นที่ เพื่อช่วยถ่ายทอดและพัฒนาเทคโนโลยี รวมถึงการสร้างที่พักอาศัยให้กับบุคลากรด้วย

ส่วนความคืบหน้าโครงการเส้นทางสายไหม หรือ One Belt, One Road นั้น นายพิเชฐ กล่าวว่า รัฐบาลจีนจะจัดประชุมในเรื่องนี้เป็นครั้งแรกในเดือนพฤษภาคม และตนจะเข้าร่วมประชุมด้วย ซึ่งในขณะนี้ยังไม่มีการเจรจาใดๆ แต่จะมีการหารือกับทางการจีน เพื่อรับทราบถึงแนวทางที่ชัดเจนว่าจีนจะมีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านใดบ้าง และจะมีการเชื่อมโยงอย่างไร รวมถึงประโยชน์ที่จะรับได้เป็นอย่างไร

นอกจากนี้ ที่ประชุมฯ ยังได้เห็นชอบโครงการดิจิทัลชุมชน (Digital community) ซึ่งการพัฒนาดิจิทัลชุมชนระดับหมู่บ้านเพื่อให้เกิดการสร้างรายได้ผ่านธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Commerce) ตามนโยบายรัฐบาลไทยแลนด์ 4.0 นั้น มุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ลดความเหลื่อมล้ำสร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนทั่วประเทศ ซึ่งเป็นไปตามยุทธศาสตร์กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมที่เน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ทันสมัย มีเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงครอบคลุมและเข้าถึงทุกหมู่บ้าน เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้บริการได้อย่างเท่าเทียมกัน

โดยเน้นการทำธุรกิจ e-Commerce ชุมชนเพิ่มขีดความสามารถในการนำสินค้าที่มีคุณภาพมาซื้อขายข้ามภูมิภาค โดยอาศัยศักยภาพของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ที่มีเครือข่ายสาขาที่ทำการไปรษณีย์กระจายอยู่ทั่วประเทศกว่า 5,000 แห่ง มีเครือข่ายเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ทั่วประเทศกว่า 25,000 คน มีเครือข่ายเส้นทางการขนส่งไปรษณีย์มากกว่า 400 เส้นทาง ร่วมกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 24,700 หมู่บ้าน ตามโครงการเน็ตประชารัฐ ซึ่งสามารถใช้ประโยชน์จากช่องทางการจำหน่ายสินค้าไม่ว่าจะจำหน่ายหน้าร้าน ณ ที่ทำการไปรษณีย์ จำหน่ายผ่านแคตตาล็อก หรือจำหน่ายผ่านระบบซื้อขายสินค้าออนไลน์ (e-Market Place)

รวมทั้งในเรื่องการกระจายสินค้านำส่งไปยังผู้ซื้อทั่วประเทศ (e-Logistics) และยังสามารถใช้ประโยชน์จากระบบการรับชำระเงิน (e-Payment) ทั้งแบบชำระด้วยเงินสด ชำระเงินออนไลน์ และการเก็บเงินปลายทาง (COD: Cash on Delivery) ทั้งนี้จะเป็นประโยชน์อย่างมีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจชุมชนซึ่งรวมถึงชาวบ้านที่มีสินค้าและบริการท้องถิ่นที่จะจำหน่ายในช่องทางใหม่ และผู้ประกอบการท้องถิ่นหรือ "โชห่วย" ที่จะเป็นศูนย์บริหารและกระจายสินค้าชุมชนระดับหมู่บ้านที่มีประสิทธิภาพด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ทั้งนี้จะมีการฝึกอบรมทั้งโชห่วยและชาวบ้านครั้งใหญ่ตามมา

โดยในตอนท้าย ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาระเบียบและหลักเกณฑ์ตาม พ.ร.บ.การพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ศ. 2560 เพื่อขับเคลื่อนการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพและฉับไวต่อไปด้วย

อย่างไรก็ดี ในการประชุมวันนี้ไม่ได้มีการหารือถึงเรื่องสัญญากิจการดาวเทียม การแก้ปัญหาไทยคม 7 และ 8 ซึ่งเรื่องนี้ในหลักการจะยึดแนวทางที่คำนึงถึงข้อกฏหมายและสัญญาเป็นหลัก และต้องรักษาผลประโยชน์ให้กับประเทศเป็นหลัก รวมถึงต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้ประกอบด้วย ทั้งนี้ ในอีก 1-2 สัปดาห์ จะมีการประชุมคณะกรรมนโยบายอวกาศแห่งชาติ ซึ่งคาดว่าจะมีการนำเรื่องนี้ไปหารือต่อไป


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ