รมช.พาณิชย์ เผยนายกฯพอใจผลบัตรสวัสดิการฯ เตรียมประเมินผลโครงการใน 1 เดือน

ข่าวเศรษฐกิจ Wednesday October 4, 2017 15:27 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้เร่งรัดไปยังกรมบัญชีกลางในเรื่องการติดตั้งเครื่องรูดบัตรให้ครอบคลุมโดยเร็ว โดยเฉพาะการติดตั้งตามรายชื่อร้านค้าที่กระทรวงฯ ได้จัดส่งไปให้แล้ว 15,489 ร้าน จากจำนวนร้านค้าที่สนใจเข้าร่วมโครงการประมาณ 21,000 ร้าน และกำลังจะส่งรถธงฟ้าประชารัฐเคลื่อนที่ไปยังหมู่บ้านและตำบลต่างๆ ภายในสัปดาห์นี้ ขณะที่ในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล 7 จังหวัด ที่ประชาชนจะเริ่มใช้บัตรได้ตั้งแต่วันที่ 17 ต.ค.นี้

ทั้งนี้ ในวันที่ 16 ต.ค.นี้ ตนเองจะลงพื้นที่ติดตามความพร้อมของร้านธงฟ้าประชารัฐที่จะให้บริการประชาชนด้วย โดยในพื้นที่กรุงเทพฯ ได้เตรียมร้านค้าธงฟ้าประชารัฐที่ตลาดคลองผดุงกรุงเกษม ข้างทำเนียบรัฐบาล 1 แห่ง ไว้คอยบริการประชาชนแล้ว และจะมีในพื้นที่อื่นๆ อีก

"ตอนนี้โครงการกำลังเดินหน้าไปได้ด้วยดี แม้จะมีปัญหาบ้างในบางจุด เท่าที่ทราบ ท่านนายกรัฐมนตรีแฮปปี้มาก เพราะสามารถช่วยเหลือประชาชนลดค่าครองชีพได้อย่างแท้จริง เพราะประชาชนบางคนยังแทบไม่มีเงินซื้อข้าวสารกรอกหม้อเลย แต่บัตรสวัสดิการแห่งรัฐทำให้ประชาชนซื้อข้าวสารได้ตั้ง 5 กิโลกรัม ซึ่งผมจะประเมินผลโครงการใน 1 เดือนและทำรายงานเสนอนายกฯ ด้วย" นายสนธิรัตน์ กล่าว

นอกจากนี้ ได้สั่งการให้พาณิชย์จังหวัดตรวจสอบการดำเนินโครงการร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ หลังได้รับการร้องเรียนว่ามีร้านค้าบางแห่งดำเนินการผิดวัตถุประสงค์ของรัฐบาล คือ แทนที่จะให้ประชาชนนำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมาซื้อสินค้า แต่ทางร้านค้ากลับเปลี่ยนวงเงินในบัตรเป็นเงินสดให้กับประชาชนผู้ถือบัตรโดยหักส่วนต่าง ซึ่งได้รับรายงานว่าพบเพียงร้านเดียวที่มีพฤติกรรมเช่นนี้ที่จังหวัดมหาสารคาม จึงขอให้ไปตรวจสอบ คาดว่า จะได้ผลภายใน 1-2 วันนี้ รวมถึงให้พาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ ตรวจสอบพฤติกรรมร้านอื่นๆ ด้วยเช่นกัน

"ถ้าพบว่าร้านค้ากระทำความผิดจริงจะปลดออก ไม่ให้เป็นร้านค้าธงฟ้าประชารัฐอีกต่อไป เพราะวัตถุประสงค์ของรัฐบาลชัดเจนว่าต้องการช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยให้ได้ซื้อสินค้าราคาถูก เพื่อลดค่าครองชีพ โดยใช้กลไกของร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ เป็นตัวกลางช่วยกระจายสินค้า และยังจะถูกกรมบัญชีกลางยึดคืนเครื่องรับชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (อีดีซี) ด้วย ส่วนผู้ถือบัตร ก็จะถูกตักเตือนไม่ให้กระทำผิดซ้ำอีก" นายสนธิรัตน์ กล่าว

เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ