ข่าวอินโฟเควสท์
17:00 ผู้นำชาติสมาชิก EU หารือประเด็นผู้อพยพวันนี้ หวังแก้ปัญหาข้อพิพาท   กลุ่มผู้นำชาติสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) บางส่วนได้เข้าร่วมการประชุมที่กรุงบรัสเ…
16:28 แบงก์ชาติจีนประกาศลดสัดส่วนการกันสำรองธนาคารพาณิชย์ เริ่ม 5 ก.ค.   ธนาคารกลางจีน (PBOC) ประกาศปรับลดสัดส่วนการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์ (RRR) ใน…
15:12 กระทรวงคลังจีนเผยกำไรรัฐวิสาหกิจ 5 เดือนแรกพุ่งขี้น 20.9% ทะลุ 1.29 ล้านล้านหยวน   กระทรวงการคลังจีนเปิดเผยว่า กำไรของรัฐวิสาหกิจจีน (SOE) ในช่…

BAY คาดเงินบาทสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวในกรอบ 31.10-31.50 จับตารายงานการประชุมเฟด

ข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- จันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2561 14:27:42 น.

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่ามีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 31.10-31.50  ต่อดอลลาร์ เทียบกับระดับปิดแข็งค่าที่ 31.24 ต่อดอลลาร์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว  โดยเงินบาททำสถิติแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 51 เดือนครั้งใหม่ นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาดหุ้นไทย 1.0 หมื่นล้านบาท แต่ซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตร 1.5 หมื่นล้านบาท

ดอลลาร์อ่อนค่าเทียบสกุลเงินหลักส่วนใหญ่ โดยแตะระดับต่ำสุดในรอบสามปีเมื่อเทียบกับตะกร้าเงิน ท่ามกลางปัจจัยกดดันหลายด้าน อาทิ ความกังวลที่ว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ต้องการดำเนินนโยบายดอลลาร์อ่อน แนวโน้มการเริ่มปรับสมดุลนโยบายการเงินนอกสหรัฐฯ รวมถึงยอดขาดดุลแฝดของสหรัฐฯ ที่จะเพิ่มสูงขึ้นจากการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดและดุลงบประมาณ ส่วนผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ได้รับการเสนอชื่อจากรัฐบาลให้ดำรงตำแหน่งต่ออีกหนึ่งสมัย

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ กรุงศรี มองว่า ตลาดจะให้ความสนใจกับการเปิดเผยบันทึกการประชุมรอบล่าสุดของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อย่างไรก็ดี เป็นที่น่าสนใจว่าข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนมกราคมของสหรัฐฯ ซึ่งแข็งแกร่งกว่าคาดอย่างมากไม่สามารถกระตุ้นแรงซื้อดอลลาร์ได้ แม้มีแรงซื้อกลับเข้ามาบ้างประปรายในช่วงท้ายสัปดาห์ภายหลังจากที่ดอลลาร์อ่อนค่าลงอย่างรวดเร็ว แต่ในภาพรวมประเด็นพื้นฐานต่างๆ ที่กดดันค่าเงินดอลลาร์ยังคงอยู่ และจะจำกัดการฟื้นตัวของเงินดอลลาร์ต่อไป

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเอกฉันท์ให้คงดอกเบี้ยไว้ที่ 1.50% กนง.ระบุว่า เศรษฐกิจไทยขยายตัวชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะจากการส่งออกและท่องเที่ยว รวมถึงแรงสนับสนุนจากมาตรการภาครัฐ ขณะที่กำลังซื้อของครัวเรือนฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากรายได้ภาคเกษตรยังอยู่ในระดับต่ำและหนี้ภาคครัวเรือนไม่ได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยกนง.ยังคาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะทยอยปรับตัวสูงขึ้นจะกลับเข้าสู่กรอบล่างของเป้าหมายในไตรมาสสองตามภาวะอุปสงค์ในประเทศและราคาน้ำมัน อย่างไรก็ตาม ทางการประเมินว่าแรงกดดันของเงินเฟ้อด้านอุปสงค์ยังอยู่ในระดับต่ำ

นอกจากนี้ กนง.ระบุว่าไม่ได้ให้น้ำหนักเป็นพิเศษกับการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดในการตัดสินใจด้านนโยบาย ขณะที่กนง.กล่าวเตือนว่าเงินบาทยังคงมีแนวโน้มผันผวน ท่าทีโดยรวมของกนง.สนับสนุนมุมมองของเราที่ว่า ดอกเบี้ยนโยบายจะเริ่มขยับขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ แม้ข้อมูลล่าสุดจากสภาพัฒน์บ่งชี้ว่าจีดีพีไตรมาสสี่ของไทยเติบโต 4.0% เทียบปีต่อปี ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ แต่การขยายตัวทางเศรษฐกิจมีแนวโน้มกระจายตัวมากขึ้นและจะประคองแรงส่งเชิงบวกของการเติบโตให้ต่อเนื่องในปีนี้

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง