(เพิ่มเติม1) กกพ.จับมือกฟผ.-กฟน.-กฟภ. ใช้มาตรการราคาลดต้นทุนค่าไฟฟ้าให้ภาคธุรกิจ ตั้งเป้าลด Peak ได้ 100 MW

ข่าวเศรษฐกิจ Monday June 11, 2018 17:09 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายวีระพล จิรประดิษฐกุล โฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า กกพ. ร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จัดทำโครงการนำร่องมาตรการความร่วมมือลดการใช้ไฟฟ้า (Demand Reponse : DR) ในรูปแบบ Critical Peak Pricing (CPP) ซึ่งมาตรการ CPP นี้จะเป็นการใช้การลดค่าไฟแทนการจ่ายเงินชดเชย เพื่อจูงใจให้ผู้ใช้พลังงานขนาดใหญ่หลีกเลี่ยงการใช้ไฟฟ้าช่วง 13.30-15.30 น. ซึ่งเป็นเวลา Critical Peak สำหรับรอบบิลเดือนส.ค. 61 โดยการไฟฟ้าทั้ง 3 แห่งจะเปิดรับสมัครผู้สนใจเข้าร่วมโครงการ ตั้งแต้วันที่ 15-30 มิ.ย. 61 โดยวางเป้าหมายลดการใช้ไฟฟ้าช่วงเวลา Critical Peak ลงไม่น้อยกว่า 100 เมกะวัต์ (MW) ในรอบบิลดังกล่าว

สำหรับการดำเนินโครงการ CPP จะเป็นรูปแบบสมัครใจ โดยเปิดโอกาสให้ผู้ใช้พลังงานประเภทที่ 4 (กิจการขนาดใหญ่) ที่ใช้ไฟฟ้าอัตรา TOU และมีเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าแบบ AMR เข้าร่วมโครงการ เพื่อเปลี่ยนมาใช้ไฟฟ้าอัตรา CPP แทนอัตราเดิมสำหรับรอบบิลเดือนส.ค.61 เพื่อลดค่าไฟฟ้าโดยหลีกเลี่ยงการใช้ไฟฟ้าเวลา Critical Peak ไปใช้ไฟฟ้าในเวลาอื่นแทน

ทั้งนี้ อัตรา CPP เป็นอัตราที่ปรับปรุงอัตราค่าพลังงานไฟฟ้าจากอัตรา TOU โดยอัตราค่าพลังงานไฟฟ้าจะเพิ่มช่วง Critical Peak ตั้งแต่ 13.30 – 15.30 น.ของวันจันทร์-ศุกร์ เว้นวันหยุดราชการ ซึ่งจะเป็นช่วงที่อัตราค่าไฟฟ้าแพงที่สุด โดยมีอัตราค่าไฟฟ้าช่วงพีคที่ไม่ใช่ Critical Peak ลดลงจากเดิม

โครงการ DR ในครั้งนี้ จะแตกต่างจาก DR ที่เคยดำเนินการ เนื่องจากที่ผ่านมาจะใช้ในช่วงวิกฤติก๊าซ หรือช่วงที่แหล่งก๊าซปิดซ่อมบำรุง นอกจากนี้ยังมีการปรับช่วงเวลาเป็นรูปแบบ Critical Peak Pricing (CPP) ดังนั้นจึงเป็น 3 ช่วงเวลา คือ Critical Peak อัตราค่าไฟฟ้าจะอยู่ที่ 9.1617 บาทต่อหน่วย ,Peak อัตราค่าไฟฟ้าจะอยู่ที่ 3.2131 บาทต่อหน่วย ลดลงจากเดิมอยู่ที่ 4.12 บาทต่อหน่วย หรือลดลง 80-90 สตางค์ต่อหน่วย และช่วง Off-peak อยู่ที่ 2.6107 บาทต่อหน่วย ดังนั้น ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการหากสามารถหลีกเลี่ยงช่วง Critical Peak ก็จะสามารถประหยัดค่าไฟฟ้าลงได้

"โครงการ DR ในรูปแบบ CPP เป็นการขยายผลต่อเนื่อง หลังจากที่ผ่านมา กกพ.ประสบความสำเร็จในการดำเนินมาตรการ DR แบบจ่ายเงินชดเชยตอบแทนการลดการใช้ไฟฟ้าและลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าของระบบในช่วงที่ขาดแคลนก๊าซธรรมชาติ จึงได้พัฒนาโครงการนำร่อง โดยนำมาตรการ DR แบบ CPP ซึ่งเป็นมาตรการด้านอัตราค่าไฟฟ้ามาทดลองใช้บริหารจัดการพลังงานเพื่อลดพีคของระบบเดือนสิงหาคม เชื่อมั่นว่า จะลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้า และภาระการลงทุนขยายโรงไฟฟ้าโดยรวมได้ในระยะยาว" นายวีระพล กล่าว

นายวีระพล กล่าวว่า มั่นใจมาตรการดังกล่าวจะทำให้ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการได้รับประโยชน์ด้านค่าไฟฟ้าจากการช่วยภาครัฐลดกำลังการผลิตไฟฟ้าช่วง Critical Peak ซึ่งจะส่งผลต่อเนื่องไปยังการลดภาระการลงทุนขยายโรงไฟฟ้าในอนาคต และช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าของประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้าในภาพรวมได้ในที่สุด สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการฯ สามารถติดต่อเพื่อขอรับรายละเอียด คำแนะนำ และสมัครเข้าร่วมโครงการได้ผ่านทางเว็บไซต์ของทั้ง 3 การไฟฟ้า

ในปีนี้ กกพ.ทำ DR เป็นโครงการนำร่องเท่านั้น และคาดว่าจะประกาศใช้ DR ถาวรได้ในรอบบิลพ.ค.62 โดยตั้งเป้าระยะยาว เพิ่มเป็น 500 เมกะวัตต์ ในปี 2579 ซึ่งจะช่วยลดการสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ของ กฟผ. ได้

นายวีระพล กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับแนวโน้มค่าเอฟทีงวดสุดท้ายของปีนี้ (ก.ย.-ธ.ค.61) กกพ.ยังสามารถบริหารจัดการได้ เนื่องจากยังมีเงินที่เหลือจากการตรึงค่าเอฟทีงวดก่อนอีก 6,000 ล้านบาท

นายธวัชชัย จักรไพศาล ผู้ช่วยผู้ว่าการแผนงาน กฟผ. กล่าวว่า ลูกค้าของ กฟผ. จำนวน 8 ราย พบว่ามีศักยภาพเข้าร่วมโครงการได้ 5 ราย มีการใช้อยู่ที่ 190 เมกะวัตต์ โดย กฟผ. ได้สั่งหนังสือเชิญชวนเข้าร่วมโครงการดังกล่าวไปแล้ว ซึ่งบริษัทตอบรับว่าสนใจที่จะเข้าร่วมโครงการนี้

นายพูลสิริ ธรรมสโรช รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ กฟภ. กล่าวว่า ลูกค้ากฟภ.มี 5,400 ราย ใช้ไฟ 10,000 เมกะวัตต์ ตั้งเป้าผู้ร่วมโครงการไว้ที่ 10% หรือ 500 ราย อยู่ที่ 1,000 เมกะวัตต์

นายพรศักดิ์ อุดมทรัพยากุล ผู้อำนวยการฝ่ายเศรษฐกิจพลังไฟฟ้า กฟน. กล่าวว่า ลูกค้าของ กฟน.ที่มีศักยภาพสามารถเข้าร่วมโครงการ ทั้งสิ้น 680 ราย ใช้ไฟ 1,000 เมกะวัตต์ ตั้งเป้าไว้ที่ 940 เมกะวัตต์


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ