ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 33.06 แข็งค่าต่อจากช่วงเช้า หลัง GDP Q2/61 ไทยออกมาดีกว่าคาด-ผู้ว่าธปท.ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย

ข่าวเศรษฐกิจ Monday August 20, 2018 17:33 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทปิดตลาดเย็นนี้อยู่ที่ 33.06 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าจาก เปิดตลาดช่วงเช้าที่ระดับ 33.19 บาท/ดอลลาร์ ระหว่างวันเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 33.03-33.20 บาท/ดอลลาร์ เนื่องจาก ได้รับปัจจัยหนุนจากในประเทศ

"บาทแข็งค่าจากปัจจัยหนุนเรื่องตัวเลขจีดีพีที่สภาพัฒน์ประกาศอออกมาดีกว่าคาด ประกอบกับผู้ว่าฯออกมาแสดง ความเห็นเรื่องแนวโน้มการขึ้นอัตราดอกเบี้ย ทำให้บาทแข็งค่าลงไปทำ new low ในรอบ 7 สัปดาห์ที่ 33.03 (บาท/ดอลลาร์)"นัก บริหารเงิน กล่าว

นักบริหารเงิน ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทวันพรุ่งนี้ระหว่าง 33.05-33.15 บาท/ดอลลาร์

  • ปัจจัยสำคัญ
  • เงินเยนอยู่ที่ 110.64 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าอยู่ที่ระดับ 110.49/52 เยน/ดอลลาร์
  • เงินยูโรอยู่ที่ 1.1409 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าอยู่ที่ระดับ 1.1377/1379 ดอลลาร์/ยูโร
  • ดัชนี SET ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,701.42 จุด เพิ่มขึ้น 11.38 จุด, +0.67% มูลค่าการซื้อขาย 44,920.44 ล้านบาท
  • สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติขายสุทธิ 429.81 ล้านบาท(SET+MAI)
  • สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ เปิดเผยว่า อัตราการขยายตัว
ทางเศรษฐกิจไทย (GDP) ในไตรมาส 2/61 ขยายตัว 4.6% จากตลาดคาดเติบโต 4.4% ขณะที่ไตรมาส 1/61 ขยายตัว 4.9%
ส่งผลให้ครึ่งปีแรก GDP ขยายตัวที่ 4.8%
  • สภาพัฒน์ คงคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจไทยขยายตัว 4.2-4.7% หรือค่ากลางการประมาณการ 4.5% ปรับตัวดีขึ้น
ต่อเนื่องจากการขยายตัว 3.9% และ 3.3% ในปี 60 และปี 59 ตามลำดับ แต่มีการปรับองค์ประกอบของการขยายตัวทางเศรษฐกิจ
ให้สอดคล้องกับข้อมูลจริงในครึ่งแรกของปี 61 และการปรับเปลี่ยนสมมติฐานการประมาณการที่สำคัญ
  • ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ตัวเลขอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย (GDP) ในไตร
มาส 2/61 ที่ทางสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์แถลงเช้าวันที่เติบโต 4.6%
นั้นสอดคล้องกับที่ธปท.

จากการฟื้นตัวเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มชัดเจนขึ้น ส่งผลให้ความจำเป็นในการใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเป็นพิเศษ ลดน้อยลง โดยเฉพาะในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยของประเทศอุตสาหกรรมหลัก เริ่มมีทิศทางปรับขึ้นต่อเนื่อง ไทยก็ไม่สามารถใช้นโยบาย อัตราดอกเบี้ยสวนทางได้ ซึ่งการปรับดอกเบี้ยจะต้องพิจารณาช่วงเวลาที่เหมาะสมอีกครั้ง

  • ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินภาพการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี 61 มีแนวโน้มที่จะเคลื่อนเข้าใกล้กรอบบนของ
ประมาณการเศรษฐกิจที่ 4.0-5.0% (ค่ากลางที่ 4.5%) โดยเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 61 คาดว่า จะยังคงรักษาระดับ
การเติบโตไว้ได้ต่อเนื่องจากครึ่งปีแรก
  • ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีเอ็มบี (TMB Analytics) คาดว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะปรับขึ้น 1 ครั้งในช่วงไตร
มาสสี่ของปีนี้จาก 1.5% เป็น 1.75% เพื่อเพิ่ม policy space ในช่วงที่เศรษฐกิจไทยขยายตัวดีและอัตราเงินเฟ้อกลับเข้ากรอบ
เป้าหมายแล้ว
  • ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม
ในเดือนก.ค.61 อยู่ที่ระดับ 93.2 เพิ่มขึ้นจากระดับ 91.7 ในเดือนมิ.ย.61 โดยค่าดัชนีฯ สูงสุดในรอบ 62 เดือนนับตั้งแต่เดือนมิ.
ย.58
  • ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวในการแถลงข่าวสถานการณ์ท่องเที่ยวว่า ในช่วง 7 เดือนแรกของปี
2561 มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจำนวน 22,657,730 คน ขยายตัว 11% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา และสร้างรายได้
รวม 1,182,272.03 ล้านบาท ขยายตัว 14.44% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา
  • ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้า
ไทย (TCC CONFIDENCE INDEX) หรือ TCC-CI ประจำเดือน ก.ค.61 อยู่ที่ระดับ 48.6 ปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยจากเดือน มิ.
ย.61 ซึ่งดัชนีอยู่ที่ระดับ 48.4 และมุมมองต่อดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทยในอนาคตช่วง 6 เดือนข้างหน้าปรับตัวดีขึ้นเช่นกัน
โดยอยู่ที่ระดับ 51.3 จากเดือน มิ.ย.61 ซึ่งดัชนีอยู่ที่ระดับ 51.2
  • ทำเนียบนายกรัฐมนตรีอังกฤษยืนยันว่า รัฐบาลอังกฤษจะเปิดเผยแนวทางการเตรียมตัวออกจากสหภาพยุโรปแบบไม่มี
ข้อตกลง (Brexit with no deal) ในสัปดาห์นี้
  • สหรัฐและจีนจะจัดการเจรจาการค้าในสัปดาห์นี้ โดยกระทรวงพาณิชย์จีนระบุว่า คณะผู้แทนของจีน ซึ่งนำโดยนาย
หวัง โชเหวิน รมช.พาณิชย์จีน จะทำหน้าที่ในการเจรจากับเจ้าหน้าที่สหรัฐ ซึ่งนำโดยนายเดวิด มัลพาส ปลัดกระทรวงการคลังฝ่าย
กิจการระหว่างประเทศ

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ