เลขาฯ EEC คาดออกTOR โครงการพัฒนาท่าอากาศยานอู่ตะเภา 2 แสนลบ.แบบ PPP ไม่เกินต.ค.61 ได้ผู้ชนะประมูล ก.พ.62

ข่าวเศรษฐกิจ Friday August 31, 2018 10:47 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการ คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เปิดเผยว่า หลังจากงานสัมมนาเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (Market Sounding) ครั้งที่ 2 โครงการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการเขตส่งเสริมระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก : เมืองการบินภาคตะวันออก (ท่าอากาศยานอู่ตะเภา) มูลค่า 2 แสนล้านบาท หรือ 6 พันล้านดอลลาร์ในวันนี้แล้ว ขั้นตอนต่อไปจะประกาศเชิญชวนภาคเอกชนร่วมลงทุนได้ภายในเดือนต.ค.61 และให้ผู้สนใจยื่นข้อเสนอประมาณเดือน ม.ค.-ก.พ.62 จากนั้นจะประกาศผลการคัดเลือกได้ในช่วงประมาณเดือน ก.พ.62

สำหรับรูปแบบการให้เอกชนร่วมลงทุนพัฒนาท่าอากาศยานอู่ตะเภา คือ รูปแบบ PPP Net Cost โดยเอกชนได้รับสิทธิในการจัดเก็บรายได้และจัดสรรผลตอบแทนบางส่วนให้แก่ภาครัฐตามข้อตกลง โดยหน้าที่ความรับผิดชอบของเอกชน ได้แก่ ออกแบบและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับท่าอากาศยาน, การลงทุนในการพัฒนาองค์ประกอบต่างๆ ของโครงการ และดำเนินการและบำรุงรักษาตลอดอายุสัญญา ที่คาดว่าจะมีอายุสัญญาสัมปทาน 50 ปี

ทั้งนี้ จากผลการศึกษาเบื้องต้นผลในตอบแทนการทางการเงิน พบว่า อัตราผลตอบแทนโครงการ (IRR) ที่ 10-12% อัตราผลตอบแทนของผู้ถือหุ้น 11-13% ซึ่งแสดงให้เห็นว่าโครงการน่าจะมีผลตอบแทนที่น่าสนใจต่อการลงทุนของผู้ร่วมลงทุนเอกชน

ด้านนายโชคชัย ปัญญาวงศ์ รองเลขาธิการ EEC กล่าวว่า วันนี้มีผู้สนใจเข้ามาร่วมในการทำ Market Sounding มากกว่า 200 คน ได้แก่ กลุ่มฝรั่งเศส, กลุ่มญี่ปุ่น, กลุ่มจีน และเกาหลี

โดยวันนี้ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม เป็นประธานเปิดงานสัมมนารับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (Market Sounding) ครั้งที่ 2 โครงการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการเขตส่งเสริมระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก : เมืองการบินภาคตะวันออก (ท่าอากาศยานอู่ตะเภา) เพื่อนำเสนอนโยบายและแผนงานต่างๆ รวมถึงรายละเอียดในการพัฒนาโครงการ รูปแบบในการให้เอกชนร่วมลงทุน (PPP) ตลอดจนข้อกำหนดสำคัญในร่างเอกสารการคัดเลือกเอกชนและร่างสัญญาร่วมลงทุนพร้อมทั้งรับฟังความเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้ร่วมสัมมนา

"โครงการพัฒนาท่าอากาศยานอู่ตะเภา เป็นหนึ่งในโครงการสำคัญใน EEC ที่รัฐบาลเร่งผลักดันให้สำเร็จเป็นรูปธรรม ด้วยความได้เปรียบทางด้านภูมิศาสตร์ ซึ่งเป็นทำเลที่ตั้งของโครการ จะช่วยผลักดันให้ภาคตะวันออกของไทยเป็นประตูสู่กลุ่มประเทศ CLMV ยกระดับให้ท่าอากาศยานอู่ตะเภาเป็นศูนย์กลางทางการบินในภูมิภาค และช่วยขับเคลื่อนโครงการลงทุนใน EEC ให้สำเร็จ" พล.อ.ชัยชาญ กล่าว

ด้าน พล.ร.อ.โสภณ วัฒนมงคล ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพเรือ และประธานกรรมการบริหารโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกของกองทัพเรือ กล่าวว่า กองทัพเรือจะรวบรวมความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่ได้รับจากการสัมมนาทั้ง 2 ครั้ง นำไปปรับปรุงร่างเอกสารสัญญาการร่วมลงทุน และร่างข้อกำหนดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาโครงการ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันอย่างเท่าเทียมในการคัดเลือกและเจรจากับภาคเอกชนต่อไป

ทั้งนี้ จะมีงานสัมมนารับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (Market Sounding) ครั้งที่ 3 ในช่วงปลายก.ย. หรือต้นต.ค. ก่อนที่จะออก TOR ในเดือน ต.ค.ต่อไป


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ