สคบ.เตรียมเสนอแนวทางให้เครื่องใช้ไฟฟ้าบางประเภทเป็นสินค้าควบคุมฉลาก

ข่าวเศรษฐกิจ Tuesday January 1, 2008 15:36 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

          นายนิโรธ เจริญประกอบ รองเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยว่า เตรียมเสนอแนวทางให้เครื่องใช้ไฟฟ้าประเภท พัดลม ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ หลอดไฟฟ้า บาลาส เป็นสินค้าควบคุมฉลาก ให้ที่ประชุมคณะกรรมการว่าด้วยฉลากพิจารณาตามที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เสนอ เนื่องจากปัจจุบันผู้ประกอบการได้โฆษณาและติดฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 แต่ไม่ได้ชี้แจงรายละเอียดว่าแต่ละชนิดจะประหยัดไฟฟ้า หรือประหยัดเงินได้มากเท่าไร จนสร้างความเข้าใจผิดกู้บริโภคว่าประหยัดไฟฟ้าในอัตราที่เท่าเทียมกัน
ทั้งนี้ กฟผ. รายงานว่าผู้ที่ได้รับเครื่องหมายประหยัดไฟเบอร์ 5 แต่ละรายจะประหยัดไฟฟ้าไม่เท่ากัน แต่ปัจจุบันภาครัฐยังไม่มีอำนาจที่บังคับให้ผู้ประกอบการติดรายละเอียดได้ จึงจำเป็นต้องให้ สคบ. เร่งดำเนินการออกกฎหมายควบคุมให้มีการชี้แจงรายละเอียดเพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้บริโภค
ที่ผ่านมาคณะกรรมการว่าด้วยฉลากได้หารือในเบื้องต้นแล้ว ส่วนใหญ่เห็นชอบให้ สคบ. ศึกษารายละเอียด แต่ยังมีคณะกรรมการบางรายที่ยังคัดค้าน โดยให้เหตุผลว่าอาจเป็นการบังคับผู้ประกอบการมากเกินไป และห่วงว่าภาคธุรกิจอาจฟ้องร้องต่อศาลปกครองสูงสุด ว่าเป็นการออกกฎหมายที่ไม่ชอบธรรม จนสร้างความเสียหายแก่ธุรกิจ แต่สุดท้ายที่ประชุมความเห็นว่ารัฐต้องรักษาผลประโยชน์ของผู้บริโภคก่อนที่จะตัดสินใจซื้อและเปรียบเทียบราคาได้ถูก
“เกณฑ์ในการให้มาตรฐานประหยัดไฟเบอร์ 5 จะไม่เท่ากัน บางยี่ห้อประหยัดไฟได้มาก แต่บางยี่ห้อประหยัดไฟน้อย ดังนั้นควรเร่งออกฉลากควบคุม เพราะที่ผ่านมามีผู้บริโภคจำนวนมากไม่ทราบข้อมูล เนื่องจากผู้ผลิตที่ได้รับเกณฑ์ประหยัดไฟที่ต่ำจะไม่ให้รายละเอียดมากนัก โดยคาดว่าทั้งหมดจะได้ข้อสรุปช่วงต้นปี 51" นายนิโรธ กล่าว
สำหรับแผนงานในปี 51 จะเน้นส่งเสริมบทบาทขององค์กรคุ้มครองผู้บริโภคภาคเอกชนมากขึ้น โดยวันที่ 11 มค. 51 จะเชิญองค์กรเอกชนทุกจังหวัดมาหารือและแนะนำความรู้เกี่ยวกับการดำเนินงาน และโครงการส่งเสริมกิจกรรม ขณะเดียวกัน สคบ. จะเร่งให้งบประมาณอุดหนุน เพื่อเพิ่มความเข้มแข็งให้ผู้บริโภคลดปัญหาการถูกเอาเปรียบจากผู้ประกอบการ
“ที่ผ่านมา สคบ. เห็นว่าภาคเอกชนมีบทบาทในการเสริมสร้างความเข้มแข็งภาคบริโภคน้อยมาก ขณะที่บางชมรมมีสมาชิกเพียงไม่กี่คน ดังนั้นจำเป็นต้องเร่งส่งเสริมภาคเอกชนเพราะหากพึ่งเฉพาะข้าราชการในส่วนภูมิภาคคงเป็นเรื่องลำบากที่จะดูแลคนไทย 65 ล้านคนได้ทั่วถึง เพราะข้าราชการทั้งหมดมีหน้าที่ประจำอยู่แล้ว ซึ่ง สคบ. ก็ไม่อยากเพิ่มงานดังกล่าวให้อีก"นายนิโรธ กล่าว

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ