ข่าวอินโฟเควสท์
06:03 เกิดเหตุกราดยิงใกล้โรงพยาบาลในเมืองชิคาโก มีผู้เสียชีวิต 2 รายรวมมือปืน   เกิดเหตุคนร้ายใช้ปืนกราดยิงใกล้กับโรงพยาบาล "Mercy Hospital and Medic…
01:24 ประธานเฟดนิวยอร์กส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนหน้า   นายจอห์น วิลเลียมส์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์ก กล่าวว่า เขา…
00:58 "บิตคอยน์"ต่ำสุดรอบกว่า 1 ปี หลุด 5,000 ดอลล์ มาร์เก็ตแคปเงินคริปโตวูบ 4 หมื่นล้านดอลล์   บิตคอยน์ดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 1 ปีในวันนี้ พร…
00:03 ดาวโจนส์ดิ่งเหว ล่าสุดทรุดกว่า 400 จุด ใกล้หลุดเส้น 25,000 หุ้น"แอปเปิล"ทุบตลาด   ดัชนีดาวโจนส์ยังคงร่วงลงต่อเนื่องในวันนี้ ล่าสุดทรุดตัวลงกว่า…

นบข. รับทราบสถานการณ์ข้าวไทยม.ค.-ต้นต.ค.ส่งออกได้ 7.71 ล้านตัน-ราคาขยับขึ้น ยังมีคำสั่งซื้อเพิ่ม

ข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- จันทร์ที่ 22 ตุลาคม 2561 18:44:18 น.

นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ซึ่งมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานว่า ที่ประชุมฯ รับทราบการส่งออกข้าว โดยในช่วงเดือนมกราคม-2 ตุลาคม 2561 อินเดียส่งออกข้าวสูงสุดอันดับ 1 ของโลก 9.21 ล้านตัน รองลงมาคือ ไทย 7.71 ล้านตัน เวียดนาม 5.13 ล้านตัน ปากีสถาน 2.34 ล้านตัน และสหรัฐฯ 2.14 ล้านตัน

ในส่วนของราคาส่งออกข้าวไทย ส่วนใหญ่ปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากอยู่ระหว่างการส่งมอบข้าวทั้งในส่วนของรัฐบาลและเอกชน ประกอบกับมีคำสั่งซื้อข้าวเพิ่มเติมจากภูมิภาคเอเชียและแอฟริกา

ส่วนเวียดนาม ราคาส่งออกข้าวขาวปรับตัวเพิ่มขึ้นเนื่องจากมีคำสั่งซื้อเพิ่มเติมจากภูมิภาคแอฟริกาและอิรัก ในขณะที่อินเดีย ราคาส่งออกข้าวขาวปรับตัวลดลงเนื่องจากคาดการณ์ว่าผลผลิตข้าวฤดูกาลผลิตหลัก (Kharif crop) จะมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นจากพื้นที่เพาะปลูกที่เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 2 และปากีสถาน ราคาส่งออกข้าวทุกชนิดทรงตัว เนื่องจากผลผลิตข้าวเริ่มทยอยออกสู่ตลาดมากขึ้นในเดือนตุลาคม

ด้านสถานการณ์ข้าวปี 2561/62 ในส่วนของไทย การเพาะปลูกรอบที่ 1 กระทรวงเกษตรฯกำหนดเป้าหมายพื้นที่ส่งเสริมการปลูกข้าว 58.21 ล้านไร่ ผลผลิตประมาณ 25.41 ล้านตัน ขณะนี้เพาะปลูกแล้ว 57.73 ล้านไร่และคาดการณ์จะมีเกษตรกรปลูกข้าวทั้งสิ้น 59.23 ล้านไร่ คิดเป็น 101.75% ของเป้าหมาย และเก็บเกี่ยวแล้ว 8.42 ล้านไร่

การเพาะปลูกรอบที่ 2 กระทรวงเกษตรฯ ปรับเป้าหมาย 12.21 ล้านไร่ เหลือ 11.36 ล้านไร่ เนื่องจากมีโครงการปรับลดพื้นที่ปลูกข้าวรอบที่ 2 จำนวน 3 โครงการ ได้แก่ 1) โครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา 2) โครงการส่งเสริมการปลูกพืชหลากหลายฤดูนาปรัง ปี 62 และ 3) โครงการส่งเสริมการปลูกพืชอาหารสัตว์ โดยเกษตรกรจะปลูกในระหว่างพ.ย.61 - เม.ย.62

ส่วนการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2561/62 รอบที่ 1 ขึ้นทะเบียนแล้ว 4.19 ล้านครัวเรือน คิดเป็นร้อยละ 104.73 ของเป้าหมาย 4 ล้านครัวเรือน พื้นที่ 57.18 ล้านไร่ และราคาข้าว ส่วนใหญ่ปรับเพิ่มจากปีที่ผ่านมาตามความต้องการของตลาดและปริมาณข้าว

ขณะที่สถานการณ์ข้าวโลกปี 2561/62 คาดว่า ผลผลิตข้าวมีประมาณ 487.76 ล้านตัน ลดลง 3.76 ล้านตัน จากปี 60/61 เนื่องจากผลผลิตข้าวของปากีสถานลดลงจากปริมาณน้ำในระบบชลประทานมีไม่เพียงพอต่อการเพาะปลูกและปริมาณผลผลิตข้าวของฟิลิปปินส์ได้รับความเสียหายจากพายุไต้ฝุ่นมังคุด การบริโภคคาดว่าจะมีปริมาณ 488.47 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีประมาณ 5.97 ล้านตัน เนื่องจากอัตราการเติบโตของจำนวนประชากรของโลกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และสต็อกข้าวโลก ปลายปี 2562 จะอยู่ที่ประมาณ 145.21 ล้านตัน ลดลง 0.71 ล้านตัน จากปลายปี 2561 ซึ่งมีประมาณ 145.92 ล้านตัน

นอกจากนี้ที่ประชุม นบข.ยังรับทราบการติดตามการซื้อขายข้าวเปลือกของโรงสีข้าว โดยผู้ประกอบการซื้อขายข้าวเปลือกตามคุณภาพ ราคาข้าวเปลือกเจ้านาปรัง เฉลี่ย ก.ย.61 ตันละ 7,500-7,900 บาท สูงขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยราคาที่จำหน่ายได้จะขึ้นอยู่กับคุณภาพข้าวและปัจจัยอื่นๆ ที่มีผลต่อคุณภาพข้าว เช่น การเกี่ยวสดโดยไม่ตากลดความชื้น และสิ่งเจือปนเกิน 2% หรือบางพื้นที่เร่งเกี่ยวหนีน้ำ ข้าวเปลือกจึงไม่มีคุณภาพ

พร้อมกับรับทราบผลการดำเนินการตามโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.).กรณีรับฝากข้าวเปลือกกับสถาบันเกษตรกร ในการกำหนดอัตราค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาข้าวเปลือกนาปี ปี 61/62 ระหว่างเกษตรกรกับสถาบันเกษตรกรเพื่อใช้เป็นราคากลาง, รับทราบผลการเปิดตลาดนำเข้าข้าวตามพันธกรณีตามความตกลง การเกษตรภายใต้องค์การการค้าโลก (WTO) ปี 2562 ปริมาณ 249,757 ตัน และอัตราภาษีในโควตา 30% อัตราภาษีนอกโควตา 52%

สำหรับความคืบหน้าการระบายข้าวนั้น จากข้อมูลล่าสุดการระบายข้าวในสต็อกของรัฐแล้ว 16.84 ล้านตัน จาก 18.7 ล้านตัน ยังคงเหลืออีกจำนวน 1.864 ล้านตัน โดยองค์การคลังสินค้า (อคส.) และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) จะดำเนินการตรวจสอบข้าวในสต็อกที่เหลือทั้งหมดว่าเป็นข้าวชนิดใดบ้างก่อนส่งให้อนุกรรมการระบายข้าวฯ และนำเสนอต่อที่ประชุม นบข.ต่อไป

นายบุณยฤทธิ์  กล่าวว่า เมื่อได้ข้อสรุปข้าวในสต็อกที่เหลือทั้งหมดแล้ว จะมีการส่งข้อมูลไปยังอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวเปลือกโดยเชื่อว่า ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งทำงานเพื่อให้ได้ข้อสรุปภายในเดือนธ.ค.นี้ ส่วนจะสามารถสรุปผลขาดทุนได้ภายในปีนี้หรือไม่ เป็นหน้าที่ที่คณะอนุกรรมการปิดบัญชีฯจะดำเนินการต่อไป

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง