ข่าวอินโฟเควสท์
18:09 "ทรัมป์" ขอให้ชาติพันธมิตรยุโรปรับนักโทษ IS กลับไปดำเนินคดี หลังสหรัฐถอนทหารออกจากซีเรีย   ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ขอให้ชาติพันธมิ…
18:03 TOP จ่ายปันผล 1.15 บาท/หุ้น ขึ้น XD 28 ก.พ.   เรื่อง : จ่ายปันผลเป็นเงินสด วันที่คณะกรรมการมีมติ : 15 ก.พ. 2562 ชนิดการปันผล : จ่ายปันผลเป็นเงิ…
18:02 เลือกตั้ง'62: "อนุสรณ์"เผยพรรคการเมืองชูนโยบายศก.-สวัสดิการหวั่นกระทบฐานะทางการคลังหากไม่ปฏิรูประบบภาษี-ระบบงบประมาณ   นายอนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีค…
18:01 PTTOR-BCP ปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซล 0.40 บ./ ลิตร ยกเว้น E85 เพิ่มขึ้น 0.20 บ./ลิตร มีผลพรุ่งนี้   บมจ.ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก (PTTOR) ในกลุ่มบม…
17:36 กรมควบคุมลมพิษ คาดปริมาณ PM มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นพรุ่งนี้ แต่มาตรการลดฝุ่นจะช่วยให้ปริมาณฝุ่นละอองลดลงได้   ศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหามลพิษทางอาก…

สทท. คาดท่องเที่ยว Q1/62 โต 7% ทั้งปียอดต่างชาติ 40-41 ล้านคน รายได้แตะ 2.4 ล้านลบ.กลุ่มจีนฟื้น

ข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- จันทร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 18:03:07 น.

นายชัยรัตน์ ไตรรัตนจรัสพร ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) คาดว่าการท่องเที่ยวช่วงไตรมาส 1/62 จะเติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อนประมาณ 7% ทั้งจำนวนและรายได้ ขณะที่ทั้งปี 62 คาดว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 40-41 ล้านคน รายได้จากการท่องเที่ยวจะเติบโต 10% หรือประมาณ 2.4 ล้านล้านบาท โดยอันดับ 1 ยังคงเป็นนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งขณะนี้สถานการณ์กลับมาสู่ปกติแล้ว

ในปีนี้มีโอกาสที่จำนวนนักท่องเที่ยวจากจีนจะสูงถึง 11 ล้านคน เนื่องจากเฉพาะช่วงเทศกาลตรุษจีน มีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาในประเทศไทยแล้ว 1,050,000 คน สร้างยอดการใช้จ่ายประมาณ 24,000 ล้านบาท รองลงมา คือ นักท่องเที่ยวจากอินเดีย คาดว่าปีนี้จะมาไทยประมาณ 3 ล้านคน, นักท่องเที่ยวจากเกาหลีใต้ คิดเป็นประมาณ 7-8% ของจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งหมดที่มาไทย, นักท่องเที่ยวจากญี่ปุ่น และนักท่องเที่ยวจากยุโรป

นายชัยรัตน์ กล่าวว่า นักท่องเที่ยวจีนยังเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยระยะหลัง จะเป็นกลุ่มที่เคยมาประเทศไทยแล้วทราบว่าแหล่งท่องเที่ยวใดมีเสน่ห์ และอยากใช้เวลามากขึ้น กลุ่มนี้จะมีการวางแผนท่องเที่ยวประมาณ 7-10 วันต่อทริป แต่ไม่เน้นการเดินทางมากนัก แต่จะเน้นการกิน ช็อปปิ้ง เจาะลึกวิถีชุมชนมากกว่า และมียอดการใช้จ่ายสูงขึ้นจากที่เคยใช้จ่ายประมาณ 50,000 บาทต่อทริป เพิ่มขึ้นเป็น 60,000 บาทต่อทริป ถือเป็นนักท่องเที่ยวคุณภาพที่ไทยต้องการ

"สัดส่วนของนักท่องเที่ยวจีนกลุ่มนี้โตเร็วมาก จากไม่ถึง 10% ในช่วง 3-4 ปีก่อน ล่าสุดขึ้นมาเป็น 50% ของนักท่องเที่ยวจีนทั้งหมดที่เดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทย...กลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพสูงแบบนี้จะไม่ประทับใจการเที่ยวกับทัวร์ เพราะทุกอย่างต้องแข่งกับเวลา บางครั้งทัวร์จัดให้ก็ไม่ถูกใจ สิ่งที่เขาชอบ คือใช้เวลามากหน่อย กินอาหารดีๆ เน้นการท่องเที่ยวที่ชอบจริงๆ จะเลือกช็อปปิ้งเอง ไม่ช็อปตามโปรแกรมทัวร์จัดให้"ประธาน สทท.ระบุ

นายชัยรัตน์ กล่าวว่า ตั้งแต่มีมาตรการ VOA (Visa on Arrival) นักท่องเที่ยวให้การตอบรับมาก ซึ่งล่าสุดมีการต่ออายุมาตรการไปจนถึงเม.ย. ถือว่ามีส่วนกระตุ้นการท่องเที่ยวอย่างมาก ส่วนปัญหาสงครามการค้ามีส่วนบ้างต่อการตัดสินใจของนักท่องเที่ยว เพราะตอนนี้เศรษฐกิจของจีนมีปัญหา แต่ไม่หนักจนกระทบแผนการเดินทางท่องเที่ยว เพราะนิสัยคนจีนถ้าช่วงทำงานก็สนใจแต่งานจริงจังพอถึงเวลาเที่ยวก็จะเที่ยวจริงๆ ถ้าภาวะเศรษฐกิจไม่เลวร้ายจริงๆ ก็จะไม่หยุดเที่ยว

อย่างไรก็ดี สิ่งที่ สทท.เป็นห่วงคือ 1.เรื่องการสื่อสาร-ภาษา 2. เส้นทางการเดินทางที่ไม่ค่อยสะดวก 3.ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งพรุ่งนี้ สทท.จะมีการแถลงข่าวเรื่อง"ความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยว"และ 4. มาตรฐานของสินค้า ส่วนสถานการณ์ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กที่เกินมาตรฐานนั้น นักท่องเที่ยวไม่ค่อยกังวลเรื่องนี้ ดังนั้นจึงไม่ต้องการให้สื่อตีข่าวเรื่องนี้มากนัก เพราะไม่มีอะไรต้องวิตกกังวล

"อย่าไปตีข่าวเยอะ อีกอย่างที่ประเทศจีนหนักกว่าเราอีก นักท่องเที่ยวที่มา ก็ไม่ได้เน้นเที่ยวในประเทศไทยอย่างเดียว แต่ไปตะเข็บชายแดน เพื่อนบ้าน กัมพูชา พม่า ลาว เวียดนาม ซึ่งตอนนี้รัฐบาลเปิดไฟเขียว ถ้าจะไปเที่ยวไม่ต้องขอวีซ่า ไปเที่ยวแล้วกลับมาไม่ต้องขอวีซ่าใหม่ ใช้วีซ่าอันเดิมเดิมได้...นักท่องเที่ยวมีทางเลือกเยอะ เขาไม่มากังวลเรื่องปัญหาฝุ่นหรอก" ประธานสทท.ระบุ

ส่วนสถานการณ์ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นนั้น นายชัยรัตน์ กล่าวว่า หากไปเทียบกันแล้วค่าใช้จ่ายในการเดินทางท่องเที่ยวที่ประเทศไทยยังถูกกว่าไปเที่ยวประเทศอื่นๆ แม้กระทั่งลาว หรือกัมพูชา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง