ข่าวอินโฟเควสท์
11:53 (เพิ่มเติม)ราคาทองคำแท่งวันนี้บาทละ 21,800.00 บาท   ของสมาคมค้าทองคำ เมื่อเวลา 11:28 น. ซื้อ (บาท) ขาย (บาท) ทองคำแท่ง 21,700.00 21,800.00 ทอง…
11:51 ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าบวก ขณะนลท.จับตาสถานการณ์เกาหลีใต้-ญี่ปุ่น   ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าวันนี้ปรับตัวขึ้น ขณะที่นักลงทุนจับตาสถานการณ์ความ…
11:44 จนท.สหรัฐขู่จะดำเนินการกับภาคเอกชนที่ให้ความช่วยเหลือเรือบรรทุกน้ำมันอิหร่าน   เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐกล่าวว่า สหรัฐจะดำเนินมาตรกา…
11:39 แบงก์ชาติจีนเผยแผนการพัฒนาธุรกิจฟินเทค หวังสร้างกลไกใหม่สู่การเติบโตที่ยั่งยืน   ธนาคารกลางจีนเปิดเผยผ่านทางเว็บไซต์เมื่อวานนี้ว่า จีนได้เปิดเผ…
11:28 สถานกงสุลแคนาดาสั่งห้ามเจ้าหน้าที่ในฮ่องกงเดินทางไปยังจีน   สถานกงสุลของแคนาดาในฮ่องกงเปิดเผยในวันนี้ว่า ทางสถานกงสุลได้สั่งระงับการเดินทางของพ…

ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 31.07 แข็งค่าสุดรอบกว่า 5 ปีหลังคลายกังวลสงครามการค้า-เชื่อเฟดไม่เร่งขึ้นดอกเบี้ย มองกรอบ 31.00-31.20

ข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พุธที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 17:31:29 น.
นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทปิดตลาดเย็นนี้ที่ระดับ 31.07 บาท/ดอลลาร์ จากตอนเช้าที่
เปิดตลาดอยู่ที่ 31.13 บาท/ดอลลาร์ ระหว่างวันเคลื่อนไหวระหว่าง 31.07-31.37 บาท/ดอลลาร์
"เงินบาทปิดที่ระดับ Low สุดของวันและแข็งค่าสุดในรอบ 5 ปีกว่า แต่ไม่ได้แข็งค่าสุดในภูมิภาค ที่แข็งสุดคือเงินหยวนหลัง
ตลาดคลายกังวลสงครามการค้า ประกอบกับ ตลาดค่าอนข้างมั่นใจว่าเฟดอาจจะไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ แต่อย่างไรก็ตามต้องรอดูการ
เปิดเผยบันทึกการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) ที่จะออกมาในคืนนี้" นักบริหารเงิน กล่าว
นักบริหารเงินประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทไว้ที่ 31.00 - 31.20 บาท/ดอลลาร์
* ปัจจัยสำคัญ
- เงินเยนอยู่ที่ 110.79 เยน/ดอลลาร์ จากตอนเช้าที่อยู่ที่ 110.75 เยน/ดอลลาร์
- เงินยูโรอยู่ที่ 1.1346 ดอลลาร์/ยูโร จากตอนเช้าที่อยู่ที่ 1.1348 ดอลลาร์/ยูโร
- ดัชนี SET ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,645.38 จุด เพิ่มขึ้น 9.67 จุด, +0.59% มูลค่าการซื้อขาย 58,414.26 ล้านบาท
- สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติซื้อสุทธิ 7,983.44 ลบ.(SET+MAI)
- ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า วันนี้เงินบาทแข็งค่าทะลุแนว 31.10 บาท/ดอลลาร์ ไปที่ระดับ 31.07 บาท/ดอลลาร์
ซึ่งนับเป็นระดับที่แข็งค่าที่สุดในรอบกว่า 5 ปี โดยทิศทางการแข็งค่าของเงินบาท ยังคงสอดคล้องกับการแข็งค่าของเงินหยวน และสกุล
เงินอื่น ๆ ในภูมิภาค ขณะที่เงินดอลลาร์เผชิญแรงเทขายเพิ่มเติม ท่ามกลางความคาดหวังมากขึ้นว่าการเจรจาเพื่อลดข้อพิพาททางการ
ค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนน่าจะมีสัญญาณที่โน้มเอียงไปในทางที่ดีขึ้น โดยการลดความกังวลของนักลงทุน ทำให้ความต้องการสินทรัพย์ที่
ปลอดภัย เช่น เงินดอลลาร์ และเงินเยน ลดลงตามไปด้วย
- ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เผยแพร่รายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน ครั้งที่ 1/2562 เมื่อวัน
ที่ 6 ก.พ.62 ระบุว่า การตัดสินนโยบายการเงินที่มีการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 1.75% เนื่องจากเห็นว่าเศรษฐกิจไทยใน
ภาพรวมมีแนวโน้มขยายตัวได้ต่อเนื่อง แม้การส่งออกสินค้ามีแนวโน้มขยายตัวชะลอลงตามปริมาณการค้าโลกและเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าที่
ได้รับผลกระทบจากมาตรการกีดกันทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน แต่การส่งออกภาคบริการมีแนวโน้มปรับดีขึ้นจากจำนวนนักท่อง
เที่ยวจีนที่ฟื้นตัวดีกว่าที่ประเมินไว้
ขณะเดียวกันอุปสงค์ในประเทศเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะการบริโภคภาคเอกชนที่ขยายตัวดีต่อเนื่องตามรายได้ครัว
เรือนทั้งในและนอกภาคเกษตรที่ปรับดีขึ้นและกระจายตัวมากขึ้น รวมทั้งได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรการภาครัฐเพิ่มเติม การลงทุนภาค
เอกชนมีแนวโน้มขยายตัวตามการย้ายฐานการผลิตมายังไทย และการร่วมลงทุนของรัฐบาลและเอกชนในโครงการลงทุนโครงสร้างพื้น
ฐาน รวมทั้งการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในบางอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม การใช้จ่ายภาครัฐมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าที่ประเมิน
ไว้
- ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ในฐานะรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ระบุถึงแนวโน้มในปี 62
คาดว่าผลจากมาตรการควบคุมสินเชื่อและการชะลอตัวของเศรษฐกิจ รวมถึงภาวะดอกเบี้ยขาขึ้นจะส่งผลต่อตลาดที่อยู่อาศัยและจะส่งผล
ให้มีการชะลอตัวทั้งในด้านอุปสงค์และอุปทาน โดยในด้านอุปสงค์การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยจะลดลงทั้งจำนวนหน่วยและมูลค่า 17.9%
และ 15.1%ตามลำดับเมื่อเทียบกับปี 61
และคาดว่าสินเชื่อที่อยู่อาศัยบุคคลปล่อยใหม่ทั้งประเทศจะลดลง 0.7% เมื่อเทียบกับปี 61 ส่วนอุปทานโครงการเปิดตัว
ใหม่คาดว่าจะลดลง 5.3% เมื่อเทียบกับปี 61 แต่ที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จจดทะเบียนคาดว่าจะยังคงเพิ่มขึ้น 11.3% เมื่อเทียบกับปี 61
เนื่องจากการขยายตัวของโครงการที่เปิดขายใหม่ในปี 60-61
- สื่อต่างประเทศรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า สหรัฐเรียกร้องให้จีนรักษารักษาเสถียรภาพของค่าเงินหยวน ซึ่งข้อเรียก
ร้องดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน โดยความเคลื่อนไหวของสหรัฐมีเป้าหมายที่จะถ่วงดุลจีนที่พยายาม
จะลดค่าเงินหยวนเพื่อรับมือกับมาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าของสหรัฐ
- นายจอห์น วิลเลียมส์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์กกล่าวว่า เขาพอใจกับระดับอัตราดอกเบี้ยของ
สหรัฐในขณะนี้ และไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องปรับขึ้นดอกเบี้ย นอกเสียจากว่า การขยายตัวทางเศรษฐกิจหรือเงินเฟ้อ จะเปลี่ยนไปสู่
ระดับที่สูงเกินคาด
ขณะที่นางลอเรตตา เมสเตอร์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาคลีฟแลนด์ กล่าวว่า เฟดอาจจำเป็นต้องปรับขึ้น
อัตราดอกเบี้ยในปี 2562 พร้อมกับสนับสนุนให้คณะกรรมการกำหนดนโยบายของเฟดยุติการปรับลดงบดุลบัญชีในปีนี้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง