ข่าวอินโฟเควสท์
16:30 จีนออกโรงค้าน EU ก้าวก่ายกิจการภายในฮ่องกง   โฆษกของสำนักงานจีนประจำสหภาพยุโรป (EU) เผยจีนกังวลเป็นอย่างยิ่ง และขอคัดค้านอย่างเต็มที่ต่อการเข้า…
14:18 ยอดผู้เสียชีวิตเหตุระเบิดที่อัฟกานิสถานแตะ 63 ราย บาดเจ็บอีก 180 ราย   ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุระเบิดขึ้นที่กรุงคาบูล เมืองหลวงของประเทศอัฟกานิสถ…
14:12 กลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลฮ่องกงรวมตัวอีกครั้งที่วิคตอเรียปาร์คช่วงบ่ายวันนี้   กลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลฮ่องกงได้รวมตัวกันอีกครั้งที่วิคต…
14:02 จีนไฟเขียวโครงการลงทุนในสินทรัพย์คงที่เดือนก.ค. 12 โครงการ วงเงิน 1 หมื่นล้านดอลล์   คณะกรรมการเพื่อการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน (NDRC) ได้อนุม…
13:24 นายกฯอังกฤษเตรียมเดินสายถก Brexit กับฝรั่งเศสและเยอรมนี   นายบอริส จอห์สัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษเตรียมเดินทางเยือนฝรั่งเศสและอังกฤษในสัปดาห์หน้า ซ…

กสิกรไทย มองศก.ปีนี้โตได้แค่ 4% หลังสงครามการค้ากดดันส่งออก,มองบาทมีโอกาสกลับมาอ่อนค่าช่วงที่เหลือปีนี้

ข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พฤหัสบดีที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 15:45:35 น.

น.ส.วรันธร ภู่ทอง ผู้ชำนาญการงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุนอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) กล่าวในงานสัมมนา "จับอุณหภูมิเศรษฐกิจปี 62" โดยประเมินว่าเศรษฐกิจโลกในปีนี้มีโอกาสเติบโตชะลอลงจากปีก่อนจากปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น เช่น นโยบายกีดกันทางการค้า และนโยบายการเงินที่ตึงตัวมากขึ้น

ในส่วนของเศรษฐกิจสหรัฐนั้น การขยายตัวช่วงที่ผ่านมาส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากนโยบายปฏิรูปภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ช่วยสนับสนุนการบริโภคภาคครัวเรือนและการลงทุนของภาคธุรกิจ อย่างไรก็ดี แรงส่งต่อเศรษฐกิจจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจดังกล่าวจะค่อยๆ แผ่วลงในระยะถัดไป

ขณะที่เศรษฐกิจจีนกำลังประสบกับความท้าทายจากปัจจัยในประเทศและต่างประเทศ โดยเศรษฐกิจจีนได้เติบโตชะลอลงจากช่วงที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเป็นผลจากนโยบายปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจของภาครัฐ และอีกส่วนหนึ่งเกิดจากผลกระทบของนโยบายกีดกันทางการค้า

ส่วนเศรษฐกิจไทย คาดว่าปีนี้จะเติบโตชะลอลงเหลือ 4% โดยอุปสงค์ในประเทศยังมีแนวโน้มขยายตัวดี แต่การส่งออกชะลอตัวอย่างมีนัยสำคัญจากกรณีของสงครามการค้า ขณะที่อัตราเงินเฟ้อปีนี้น่าจะอยู่ในระดับต่ำกว่าปีก่อน เนื่องจากแรงส่งของการบริโภคในประเทศยังมีไม่มากพอที่จะทำให้อัตราเงินเฟ้อปรับสูงขึ้น

"ปีนี้ เราคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ 4% ซึ่งชะลอตัวลงจากปีที่แล้ว แต่การบริโภค และการลงทุนในประเทศจะยังเติบโตได้ดี ส่วนการส่งออกยังชะลอตัวอย่างมีนัยสำคัญจากผลของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐ และจีน" น.ส.วรันธร กล่าว

ด้านนายสรรค์ อรรถรังสรรค์ ผู้ชำนาญการวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน KBANK กล่าวถึงทิศทางค่าเงินและอัตราดอกเบี้ยในปี 62 ว่า เงินบาทมีทิศทางแข็งค่าในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ ซึ่งเป็นผลมาจาก 4 ปัจจัยที่สำคัญ คือ 1.สถานการณ์การเมืองภายในประเทศมีความชัดเจนขึ้น เนื่องจากมีการกำหนดวันเลือกตั้งทั่วประเทศในวันที่ 24 มี.ค.62 2.ทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งมีแนวโน้มว่าในปีนี้จะชะลอการปรับขึ้นดอกเบี้ยลงเหลือเพียงครั้งเดียว จากก่อนหน้าที่เฟดเคยออกมาส่งสัญญาณว่าจะทยอยการปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป

3.ระบบการเงินไทยยังมีเสถียรภาพดี เงินทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่ในสถานะที่เข้มแข็ง หนี้ภาครัฐต่อจีดีพียังอยู่ในระดับต่ำ จึงทำให้ต่างชาติยังมั่นใจในเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของไทยและนำเงินเข้ามาลงทุนอย่างต่อเนื่องในตลาดตราสารหนี้ 4.สถานการณ์นักท่องเที่ยวจีนเริ่มกลับสู่ปกติ จากที่ก่อนหน้านี้ยอดนักท่องเที่ยวจีนหดตัวลงจากปัญหาเรือล่มที่ภูเก็ต ซึ่งเมื่อการท่องเที่ยวเริ่มกลับมาเป็นปกติ ก็ทำให้มีรายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น

"เงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าในช่วงไตรมาสแรก จากพัฒนาการด้านการเจรจาทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนในช่วงที่ผ่านมา ทำให้สกุลเงินในตลาดเกิดใหม่ รวมทั้งเงินบาทปรับตัวแข็งค่าขึ้น ขณะที่ปัจจัยในประเทศนั้น จะเห็นได้ว่าการเลือกตั้งมีการกำหนดวันที่ชัดเจน ซึ่งเมื่อรวมกับปัจจัยฤดูกาลท่องเที่ยว ยังกดดันให้เงินบาทแข็งค่ามากกว่าสกุลเงินอื่นในภูมิภาค" นายสรรค์ กล่าว

พร้อมประเมินว่าเงินบาทมีโอกาสจะกลับมาอ่อนค่าในช่วงที่เหลือของปี โดยคาดว่าปัจจัยฤดูกาลท่องเที่ยวที่หมดลง ประกอบกับผลกระทบจากการเจรจาการค้าสหรัฐฯและจีนที่คาดว่าจะยืดเยื้อ จะส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจของตลาดเกิดใหม่ และส่วนต่างดอกเบี้ยนโยบายจะเป็นปัจจัยให้เงินบาทอ่อนค่าในช่วงที่เหลือของปี โดยธนาคาร คาดว่า ณ สิ้นปีนี้ เงินบาทจะเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 33 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง