พาณิชย์ ลงนามพิธีสารแก้ไขความตกลง AJCEP เพิ่มเติมด้านการค้าบริการ เสริมโอกาสนักลงทุนไทย มีผลปลายปี 62

ข่าวเศรษฐกิจ Wednesday March 6, 2019 10:37 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รมช.พาณิชย์ รักษาราชการแทน รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ในช่วงการประชุมรัฐมนตรีความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) สมัยพิเศษ ครั้งที่ 7 เมื่อวันที่ 2 มี.ค.62 ณ เมืองเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา ไทยร่วมกับประเทศสมาชิกอาเซียนรวม 10 ประเทศได้ลงนามพิธีสารฉบับที่ 1 เพื่อแก้ไขความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียน-ญี่ปุ่น (AJCEP) เพื่อเพิ่มข้อตกลงด้านการค้าบริการ การเคลื่อนย้ายบุคคลธรรมดา และการลงทุนในความตกลง AJCEP เดิมที่ได้จัดทำตั้งแต่ปี 2552 โดยเป็นความตกลงซึ่งครอบคลุมเฉพาะเรื่องการค้าสินค้า ซึ่งพิธีสารฉบับแก้ไขดังกล่าว จะมีผลใช้บังคับภายในครึ่งปีหลังของปี 2562

รมช.พาณิชย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากความตกลง AJCEP ซึ่งครอบคลุมเฉพาะการค้าสินค้ามีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.52 สมาชิกอาเซียนและญี่ปุ่น ได้เริ่มเจรจาเพื่อจัดทำความตกลงด้านการค้าบริการ การเคลื่อนย้ายบุคคลธรรมดา และการลงทุนอย่างต่อเนื่อง จนสามารถบรรลุผลการเจรจาได้ในปี 2561 โดยด้านการค้าบริการ ไทยจะได้ประโยชน์จากการที่ญี่ปุ่นจะเปิดตลาดสาขาบริการให้กับอาเซียนเพิ่มเติม ในระดับสูงกว่าที่ญี่ปุ่นผูกพันไว้กับองค์การการค้าโลก (WTO) เช่น บริการด้านวิจัยและพัฒนา บริการด้านอสังหาริมทรัพย์ บริการวิชาชีพ บริการโสตทัศน์ บริการก่อสร้าง บริการจัดจำหน่าย บริการสิ่งแวดล้อม บริการการเงิน และบริการขนส่งในบางกิจกรรม เป็นต้น โดยญี่ปุ่นเปิดตลาดให้นักลงทุนอาเซียนถือหุ้นได้ถึง 100%

นอกจากนี้ ญี่ปุ่นจะเปิดตลาดเพิ่มเติมจากความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (JTEPA) ซึ่งเป็นความตกลงสองฝ่ายระหว่างไทยกับญี่ปุ่น เช่น บริการด้านการแพทย์และทันตกรรม และบริการด้านวิชาชีพพยาบาล เป็นต้น และญี่ปุ่นยังเปิดตลาดบริการเพิ่มเติมให้ตามที่ไทยเรียกร้องในสาขา เช่น บริการก่อสร้าง บริการการท่องเที่ยว บริการด้านโทรคมนาคม เป็นต้น

"จึงเป็นโอกาสให้นักลงทุนไทย ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในสาขาบริการดังกล่าว สามารถเข้าไปลงทุนในญี่ปุ่นได้อย่างครบวงจร ขณะเดียวกัน ไทยได้เปิดตลาดบริการด้านการวิจัยและพัฒนา การให้คำปรึกษาด้านบริหารจัดการ และบริการด้านสิ่งแวดล้อมให้กับญี่ปุ่น ซึ่งคาดว่าจะช่วยยกมาตรฐานภาคบริการของไทยด้วย" รมช.พาณิชย์ระบุ

สำหรับด้านการลงทุน จะมีบทบัญญัติเกี่ยวกับการคุ้มครองการลงทุน การส่งเสริม และอำนวยความสะดวกด้านการลงทุน ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนญี่ปุ่นในฐานะนักลงทุนอันดับหนึ่งของไทย ทำให้มีการลงทุนในไทยเพิ่มขึ้น โดยญี่ปุ่นสนใจการลงทุนในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) โดยเฉพาะในสาขายานยนต์แห่งอนาคต อากาศยาน เครื่องมือแพทย์ หุ่นยนต์ อุตสาหกรรมไบโอเทคโนโลยี ซึ่งจะช่วยยกระดับภาคการผลิตและห่วงโซ่อุปทานของไทยให้สามารถเข้าเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่มูลค่าระดับโลกได้

ทั้งนี้ ในปี 2561 การค้าระหว่างไทยกับญี่ปุ่นมีมูลค่า 60,201.49 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 11.24% มูลค่าการส่งออกของไทยไปญี่ปุ่น 24,941.87 ล้านเหรียญสหรัฐ และมูลค่าการนำเข้าของไทยจากญี่ปุ่น 35,259.62 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยสินค้าส่งออกสำคัญ เช่น รถยนต์อุปกรณ์และส่วนประกอบ ไก่แปรรูป เครื่องโทรสารโทรศัพท์อุปกรณ์และส่วนประกอบ เม็ดพลาสติก เป็นต้น ส่วนสินค้านำเข้าสำคัญ เช่น เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ ส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เป็นต้น


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ