ข่าวอินโฟเควสท์
23:09 ขุนคลังอังกฤษหวัง"ทรัมป์-สี จิ้นผิง"คืบหน้าเจรจาการค้าในเวที G20   นายฟิลิป แฮมมอนด์ รมว.คลังอังกฤษ กล่าวว่า อังกฤษหวังว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ท…
22:42 นายกฯอังกฤษเตรียมพบ"ปูติน"ในเวที G20 หวังฟื้นฟูความสัมพันธ์ทวิภาคี   หนังสือพิมพ์เดอะ ไทม์สรายงานว่า นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ กำลังพิจ…
22:26 รมว.พลังงานรัสเซีย-อิหร่านหารือวันนี้ หวังได้ข้อสรุปกำหนดวันประชุมโอเปก   นายอเล็กซานเดอร์ โนวัค รมว.พลังงานรัสเซีย จะพบปะกับนายบิจาน ซานกาเนห์…
21:55 เฟดนิวยอร์คเผยดัชนีภาวะธุรกิจดิ่งต่ำสุดรอบกว่า 2 ปีครึ่งในเดือนมิ.ย.   ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์ก รายงานในวันนี้ว่า ดัชนีภาคการผลิต (Em…
21:19 สหรัฐเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านปรับตัวลงในเดือนมิ.ย.   สมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB) ของสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้า…

รมว.คลัง มองไม่จำเป็นต่ออายุภาษี LTF เหตุตลาดทุนไทยเข้มแข็งแล้ว แต่เปิดทางรัฐบาลใหม่ตัดสินใจ

ข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- จันทร์ที่ 11 มีนาคม 2562 17:48:59 น.

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เห็นว่า มาตรการหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ซึ่งจะหมดอายุมาตรการในสิ้นปี 62 มีความจำเป็นต้องดำเนินการต่อหรือไม่นั้น คงต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาของรัฐบาลชุดใหม่ที่จะเข้ามาภายหลังการเลือกตั้งเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะดำเนินการหรืออาจปรับปรุงให้มีความเหมาะสมมากขึ้น

ทั้งนี้ ในหลักการมองว่าไม่ควรขยายอายุมาตรการดังกล่าวอีกแล้ว เพราะในปัจจุบันตลาดทุนไทยมีความเข้มแข็งและมีขนาดใหญ่ขึ้นมากเมื่อเทียบกับ GDP ของประเทศ

"โดยหลักการแล้ว LTF ตามปกติควรจะจบแล้ว แต่จะ modify อย่างไรก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่การใช้ภาษีอุ้มตลาดทุนมาเป็นสิบปี อันนี้มันไม่ใช่ ตอนนี้ตลาดทุนขนาดใหญ่กว่าจีดีพีแล้ว ตอนที่เราเริ่มอุ้ม อยู่ที่ 25% ของจีดีพี แต่ตอนนี้ใหญ่ขนาดนี้แล้ว ตัวเองต้องพัฒนาตัวเอง ไม่อย่างนั้น ที่เขาพูดเรื่องเหลื่อมล้ำ ว่าไปให้พวกนี้อยู่เรื่อย ดังนั้นก็ต้องดูแลตัวเอง" รมว.คลังกล่าว

ส่วนกรณีของกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ที่สามารถนำมาใช้เป็นค่าลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 5 แสนบาทนั้น รมว.คลัง เห็นว่า ยังควรต้องคงมาตรการนี้ไว้ต่อไปเนื่องจากเป็นการส่งเสริมการออมเงินของประชาชนเพื่อให้มีเงินออมไว้ใช้ในช่วงวัยเกษียณ

รมว.คลัง ยังกล่าวถึงการผ่านร่างกฎหมายที่กระทรวงการคลังผลักดันเข้าสู่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แต่ไม่สามารถออกมาบังคับใช้ได้ทันในรัฐบาลชุดนี้ว่า มีกฎหมายที่สำคัญ 3 ฉบับ ที่คาดว่าจะไม่ทันได้ใช้ในรัฐบาลชุดนี้ คือ พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากรเพื่อรองรับการจัดเก็บภาษีจากผู้ประกอบธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (e-Business) จากต่างชาติ, ร่าง พ.ร.บ.ทรัสต์เพื่อการจัดการทรัพย์สินส่วนบุคคล และ ร่าง พ.ร.บ.ภาษีการได้รับประโยชน์จากการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของรัฐ (ภาษีลาภลอย) เนื่องจากขณะนี้ สนช.ได้ปิดรับการพิจารณาร่างกฎหมายใหม่ในทุกฉบับ เพราะเข้าใกล้ช่วงการเลือกตั้งแล้ว

"ภาษี e-Business ที่เราอยากให้เกิด แต่คงทำไม่ทัน ถ้าเราไม่สามารถเก็บภาษี e-Business ได้ ในที่สุดแล้วพวกที่อยู่ข้างล่างที่ทำธุรกิจปกติจะเสียเปรียบ เพราะพวกข้างบนไม่เสีย แต่เดี๋ยวก็จะมีพรรคการเมืองก็จะมาบอกว่า รัฐบาลนี้ห่วย มาเก็บภาษี e-Business มันก็กลายเป็นการเมืองไปอีก ตอนนี้ยังค้างที่กฤษฎีกา

อีกอันที่อยากให้ออก คือ กม.ทรัสต์ จริงๆ มันอยู่ในแผนแม่บทการพัฒนาตลาดทุน เราส่งไป 6 เดือนแล้วยังไม่ขยับไปไหน ถ้าเราไม่มีกฎหมาย คนมีตังค์ คนที่ต้องการให้ทรัสต์ที่มาดูแล ก็ส่งไปสิงคโปร์ ออสเตรเลีย เราไม่อยากให้สิ่งเหล่านี้รั่วไหลไป มันเป็นของคนไทย" รมว.คลัง ระบุ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง