ข่าวอินโฟเควสท์
17:20 แหล่งข่าวเผย จีนต้องการเจรจาเพิ่มก่อนเซ็นข้อตกลงขั้นแรกกับสหรัฐ   แหล่งข่าวใกล้ชิดกับการเจรจาการค้าระหว่างจีน สหรัฐเปิดเผยว่า จีนต้องการเจรจาเพ…
16:30 ศาลสเปนสั่งจำคุกกลุ่มผู้นำชาวคาตาลันข้อหาปลุกระดมมวลชน   ศาลสเปนได้พิพากษาจำคุกกลุ่มผู้นำคาตาลันข้อหาปลุกระดมมวลชนให้ต่อต้านรัฐบาลเป็นเวลา 9 13…
15:41 ภาวะตลาดหุ้นฮ่องกง: ดัชนีฮั่งเส็๋งปิดบวก 213.41 จุด สอดคล้องภูมิภาค   ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดตลาดวันนี้ปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากการเจรจาก…
15:15 รมว.ต่างประเทศไอร์แลนด์หวังข้อตกลง Brexit สรุปได้ภายในเดือนต.ค.   นายไซมอน โคฟนีย์ รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศไอร์แลนด์ เปิดเผยว่า การถอนตัวของอั…
14:39 ตลาดหุ้นยุโรปเปิดตลาดอ่อนตัวลง เหตุวิตกส่งออก-นำเข้าจีนอ่อนตัวต่ำกว่าคาดการณ์   ตลาดหุ้นยุโรปเปิดตลาดวันนี้อ่อนตัวลง เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกั…

(เพิ่มเติม) ภาวะตลาดเงินบาท: เปิด 31.65 ทรงตัวจากวานนี้ ตลาดยังรอความชัดเจนสถานการณ์ Brexit มองกรอบวันนี้ 31.60-31.80

ข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พุธที่ 13 มีนาคม 2562 14:40:14 น.
นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ที่ระดับ 31.65 บาท/ดอลลาร์ จากเย็นวาน
นี้ที่ปิดตลาดที่ระดับ 31.63/64 บาท/ดอลลาร์
"ค่าเงินบาทเช้านี้ค่อนข้างทรงตัวจากเย็นวานนี้ แต่ดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับเกือบทุกสกุลยกเว้นปอนด์หลังผลโหวต
Brexit ของสมาชิกสภาสามัญชนของอังกฤษออกมาแบบไม่เอกฉันท์ด้วยคะแนนเสียง 391-242 เสียงคว่ำข้อตกลงว่าด้วยการแยกตัวของ
อังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ส่งผลให้ปอนด์ถูกเทขาย" นักบริหารเงิน ระบุ
อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามการลงมติของรัฐสภาอังกฤษในวันนี้ว่าจะเห็นชอบต่อการที่อังกฤษแยกตัวออกจาก EU โดยไร้ข้อ
ตกลงหรือไม่
นักบริหารเงิน คาดว่ากรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทจะอยู่ระหว่าง 31.60-31.80 บาท/ดอลลาร์
"วันนี้อาจจะมีแรงซื้อและแรงขายสลับกันไป"นักบริหารเงิน กล่าว
THAI BAHT FIX 6M (12 มี.ค.) อยู่ที่ระดับ 1.77750%
SPOT ล่าสุดอยู่ที่ระดับ 31.6450 บาท/ดอลลาร์
* ปัจจัยสำคัญ
- เงินเยนอยู่ที่ระดับ 111.20 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานนี้ที่อยู่ที่ 111.35/38 เยน/ดอลลาร์
- เงินยูโรอยู่ที่ระดับ 1.1289 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานนี้ที่อยู่ที่ 1.1272/1277 ดอลลาร์/ยูโร
- อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท.อยู่ที่ระดับ 31.6810 บาท/ดอลลาร์
- ฟิทช์ เรทติ้งส์ ระบุการรวมกิจการระหว่าง ธนาคารธนชาต (TBANK) (AA-(tha)/แนวโน้มอันดับมีเสถียรภาพ) และ
ธนาคารทหารไทย (TMB) (BBB-/bbb-/AA-(tha)/แนวโน้มอันดับมีเสถียรภาพ) อาจส่งผลกระทบในเชิงบวกต่ออันดับเครดิต หากฟิทช์
ประเมินว่าด้วยขนาดที่ใหญ่ขึ้นหลังการรวมกิจการ จะช่วยส่งเสริมให้ธนาคารมีเครือข่ายธุรกิจในประเทศและฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง
ขึ้นอย่างมีนัยสำคัญและต่อเนื่อง แต่อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงในเชิงลบต่ออันดับเครดิตน่าจะเกิดขึ้นจากความซับซ้อนและอุปสรรคในการรวม
การดำเนินงานและการผสานวัฒนธรรมองค์กรของทั้งสองธนาคารเข้าด้วยกัน (integration)
- ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงการควบรวมธนาคารทหารไทยหรือ ทีเอ็มบี และธนาคารธนชาตว่า ในเบื้องต้นมีข้อ
ตกลงร่วมกันว่า ผู้ถือหุ้นเดิมของทีเอ็มบีจะสามารถซื้อหุ้นเพื่อเพิ่มทุนในราคาที่ต่ำกว่าตลาด 20% ส่วนผู้ถือหุ้นใหม่ในธนาคารหลังการควบรวม
จะซื้อหุ้นได้ในราคาสูงกว่าตลาดเล็กน้อย สำหรับเงินที่กระทรวงการคลังจะต้องใส่ไปเพื่อเพิ่มทุนในธนาคารใหม่นั้นจะอยู่ราว 10,000 ล้าน
บาท โดยสัดส่วนการถือหุ้นของกระทรวงการคลัง ในธนาคารแห่งใหม่จะใกล้เคียงกับสัดส่วนการถือหุ้นเดิมในทีเอ็มบีหรือลดลงจากเดิมไม่
เกิน1%ซึ่งปัจจุบันกระทรวงการคลังถือหุ้นในทีเอ็มบี 25.92%
- ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารตั้งเป้าหมายสินเชื่อที่อยู่อาศัยปี 2562 ขยายตัวประมาณ 6% จากปี 2561 ที่ยอด
สินเชื่อคงค้าง 280,000 ล้านบาท และมียอดสินเชื่อใหม่รวม 66,000 ล้านบาท ตั้งแต่ต้นปีสินเชื่อใหม่ยังขยายตัวดี และเร่งตัวมากขึ้นก่อน
ที่มาตรการกำกับดูแลสินเชื่อที่อยู่อาศัยใหม่ (มาตรการแอลทีวี) ของธนาคารแห่งประเทศไทยจะบังคับใช้วันที่ 1 เมษายน 2562 ประเมิน
ว่ายอด สินเชื่อใหม่ในไตรมาสแรกของปีนี้อยู่ที่กว่า 16,000 ล้านบาท
- ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (อีไอซี) เปิดเผยว่า ในสัปดาห์นี้เชื่อว่านักลงทุนจะติดตามประเด็นต่าง
ประเทศ โดยเฉพาะการออกจากสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักร (เบรกซิต) รวมทั้งรอติดตามการเปิดเผยรายละเอียดการเจรจาการ
ค้าระหว่างสหรัฐและจีน คาดว่าตลาดหุ้นทั่วโลกจะมีแนวโน้มปรับลดลง เนื่องจากความกังวลต่อประเด็นดังกล่าว และการชะลอตัวของ
เศรษฐกิจโลก ทำให้นักลงทุนบางส่วนชะลอลงทุน
- สมาชิกสภาสามัญชนของอังกฤษลงมติด้วยคะแนนเสียง 391-242 เสียงคว่ำข้อตกลงว่าด้วยการแยกตัวของอังกฤษออกจาก
สหภาพยุโรป (Brexit) ที่นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ทำไว้กับผู้นำสหภาพยุโรป (EU) เมื่อวานนี้
สำหรับในขั้นตอนต่อไป รัฐสภาจะทำการลงมติว่าจะเห็นชอบต่อการที่อังกฤษแยกตัวออกจาก EU โดยไร้ข้อตกลงหรือไม่ ซึ่ง
หากรัฐสภามีมติไม่เห็นชอบ ก็จะทำการลงมติในวันพฤหัสบดีว่าจะเรียกร้องให้ EU ขยายกำหนดเวลาการแยกตัวจากเดิมในวันที่ 29 มี.ค.
หรือไม่
- นักลงทุนตลาดหุ้น-ตลาดเงินลุ้นส.ส.อังกฤษแยกตัวจากอียูแบบ "ไม่มีข้อตกลง" ในการโหวตข้อตกลงเบร็กซิท
- ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)กล่าวว่า กรณี  BREXIT ถือเป็นหนึ่งใน
ปัจจัยที่ทำให้เกิดความไม่นอนสูง ในระยะนี้แต่อย่างไรก็ตามหากดูผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยเชื่อว่าผลกระทบคงไม่มากนักเพราะการค้าการ
ลงทุนระหว่างไทยและอังกฤษไม่ได้มีสัดส่วนที่สูงมาก
- บริษัท มูดี้ส์ สถาบันจัดอันดับเครดิตชื่อดัง ปรับลดระดับคาดการณ์การขยายตัวของยอดขายรถยนต์ทั่วโลกในปี 2562 ลงมา
อยู่ที่ 0.5% จากคาดการณ์เดิมที่ 1.2% และคาดการณ์การขยายตัวของปี 2563 ไว้ที่ 0.8% พร้อมปรับลดระดับแนวโน้มอุตสาหกรรมยาน
ยนต์โลกจากระดับ Stable เหลือ Negative
บริษัท มูดี้ส์ คาดการณ์ว่า การขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ช้าลง ยอดขายที่ดีกว่าคาดของปี 2561 และปัจจัยด้านการเมืองจะฉุด
ยอดขายรถยนต์ทั่วโลกในปี 2562 และคาดการณ์ว่ายอดขายช่วงครึ่งแรกของปีนี้จะยังไม่ฟื้นตัวจากภาวะซบเซาช่วงครึ่งหลังของปีที่แล้ว แต่
คาดว่าจะกลับมาฟื้นตัวช่วงครึ่งหลัง
- กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยเมื่อคืนนี้ว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนก.พ.ของสหรัฐขยับขึ้น 0.2% เมื่อเทียบราย
เดือน ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นในอัตราต่ำที่สุดในรอบ 2 ปีครึ่ง และหากเทียบรายปี ดัชนี CPI เดือนก.พ.เพิ่มขึ้น 1.5% ซึ่งเป็นการปรับตัว
ขึ้นน้อยที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.ย.2559
นอกจากนี้ ดัชนี CPI พื้นฐานซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ขยับขึ้น 0.1% เมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้น

น้อยที่สุดนับตั้งแต่เดือนส.ค.ปีที่แล้ว และเมื่อเทียบรายปี ดัชนี CPI พื้นฐานปรับตัวขึ้น 2.1% หลังจากเพิ่มขึ้น 2.2% ติดต่อกัน 3 เดือน

- ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (12 มี.ค.)
หลังจากสหรัฐเปิดเผยอัตราเงินเฟ้อที่ขยายต่ำสุดในรอบกว่า 2 ปี ซึ่งข้อมูลส่งผลให้ตลาดคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะ
ชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้
- สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (12 มี.ค.) โดยได้ปัจจัยหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ นอกจากนี้
ความไม่แน่นอนของกระบวนการที่อังกฤษจะแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ยังส่งผลให้นักลงทุนเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่
ปลอดภัย
- นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่มีกำหนดเปิดเผยในสัปดาห์นี้ ซึ่งได้แก่ ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนก.พ., ยอดสั่ง
ซื้อสินค้าคงทนเดือนม.ค., การใช้จ่ายภาคการก่อสร้างเดือนม.ค., จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ราคานำเข้าและราคา

ส่งออกเดือนก.พ., ยอดขายบ้านใหม่เดือนม.ค., ดัชนีภาคการผลิต (Empire State Manufacturing Index) เดือนมี.ค.จากเฟด

นิวยอร์ก, การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนก.พ. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนมี.ค.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง