ข่าวอินโฟเควสท์
20:20 สหรัฐเผยยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนพุ่งขึ้น 2.7% ในเดือนมี.ค.   กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐ เช่น เครื่องบิน รถยนต์ แล…
20:09 สหรัฐเผยจำนวนผู้ขอสวัสดิการว่างงานเพิ่มมากสุดรอบ 19 เดือนในสัปดาห์ที่แล้ว   กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่าง…
19:43 "ปูติน"เผยเกาหลีเหนือต้องการปลดนิวเคลียร์ แต่ต้องได้รับการค้ำประกันด้านความมั่นคง   ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน กล่าวว่า นายคิม จอง อึน ผู้นำ…
19:20 เจรจาควบกิจการ"ดอยซ์แบงก์-คอมเมิร์ซแบงก์"ล่ม แม้รัฐบาลเยอรมนีให้การสนับสนุน   การเจรจาควบรวมกิจการระหว่างดอยซ์แบงก์ ซึ่งเป็นธนาคารรายใหญ่ที่สุด…
18:52 ภาวะตลาดหุ้นอินเดีย: ดัชนี Sensex ร่วงกว่า 300 จุด ท่ามกลางการซื้อขายผันผวน   ดัชนี Sensex ตลาดหุ้นอินเดียร่วงลงกว่า 300 จุดจากแรงขายในช่วงท้าย…

(เพิ่มเติม) กฟผ.เพิ่มการใช้น้ำมันปาล์มผลิตกระแสไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าบางปะกงเป็น 1.5 พันตัน/วัน ช่วยกระตุ้นราคาผลปาล์มสูงขึ้น

ข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- จันทร์ที่ 18 มีนาคม 2562 18:54:08 น.

นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมว.พลังงาน กล่าวว่า จากมาตรการปรับสมดุลน้ำมันปาล์มในประเทศของรัฐบาลที่กระทรวงพลังงานได้มอบหมายให้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ดำเนินการรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบจากโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มมาผลิตไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าบางปะกง ล่าสุดคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) ได้มีมติเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2562 มอบหมายให้ กระทรวงพลังงาน โดย กฟผ. เพิ่มปริมาณการใช้น้ำมันปาล์มดิบเดินเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้า จากวันละ 1,000 ตัน เพิ่มกำลังการผลิตเป็นวันละ 1,500 ตัน เพื่อเร่งดูดซับปริมาณน้ำมันปาล์มดิบออกจากระบบได้เร็วยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยกระตุ้นราคาผลปาล์มให้มีราคาสูงขึ้น และขอให้ กฟผ. ดำเนินการเพิ่มจุดรับน้ำมันปาล์มดิบที่ จ.สุราษฎร์ธานี อย่างเร่งด่วน คาดว่าจะทำให้เกษตรกรสามารถขายปาล์มดิบได้ในราคากิโลกรัมละ 3 - 3.2 บาท อย่างต่อเนื่อง

นายศิริ กล่าวว่า การเพิ่มการใช้น้ำมันปาล์มดิบผลิตไฟฟ้าดังกล่าวทำให้สัดส่วนการใช้น้ำมันปาล์มดิบร่วมกับก๊าซธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าบางปะกงหน่วยที่ 3 อยู่ในระดับ 65:35 จากเดิมที่ 50:50 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดที่ดำเนินการได้โดยไม่ต้องปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ต่างๆเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม การนำน้ำมันปาล์มดิบมาใช้เป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้านับว่าเป็นภาระสูงกว่าเมื่อเทียบกับการสนับสนุนให้ใช้น้ำมันปาล์มดิบเพื่อเป็นพลังงานในด้านอื่น ซึ่งล่าสุดกนป. ยังสนับสนุนให้บมจ.ปตท. (PTT) ดูดซับปริมาณน้ำมันปาล์มดิบ โดยนำไปผลิตเป็นไบโอดีเซล (B100) เพื่อส่งออก ซึ่งคาดว่าจะสามารถดูดซับปริมาณน้ำมันปาล์มดิบได้ประมาณ 1 แสนตัน โดยรายละเอียดและภาระการอุดหนุนจากภาครัฐในเรื่องนี้น่าจะมีความชัดเจนในสัปดาห์หน้า

ด้านนายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย ผู้ว่าการ กฟผ. เปิดเผยถึงความคืบหน้าแนวทางการเพิ่มปริมาณการใช้น้ำมันปาล์มดิบ ในการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังความร้อนบางปะกง หน่วยที่ 3 ว่า ขณะนี้ กฟผ. อยู่ระหว่างการขอใบอนุญาตเพื่อให้สามารถรองรับการเดินเครื่องที่เพิ่มขึ้นจาก คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) โดย กฟผ. ได้ดำเนินการทดสอบระบบการเดินเครื่องทางเทคนิครองรับการเพิ่มปริมาณการใช้น้ำมันปาล์มดิบเดินเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าเป็นวันละ 1,500 ตัน เรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะใช้น้ำมันปาล์มดิบได้หมดภายในต้นเดือนมิถุนายน 2562 ซึ่งเร็วขึ้นประมาณ 2 เดือน จากเดิมที่กำหนดไว้ปลายเดือนกรกฎาคม 2562

ในส่วนการรับซื้อน้ำมันปาล์มมีผู้จำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบให้ กฟผ. จำนวนทั้งสิ้น 31 ราย รวมปริมาณ 155,000 ตัน โดย กฟผ. ได้ดำเนินการจัดทำสัญญาร่วมกับผู้จำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบเรียบร้อยแล้ว ปริมาณ 126,000 ตัน คงเหลือปริมาณที่อยู่ระหว่างการจัดทำสัญญา 29,000 ตัน และอยู่ระหว่างกรมการค้าภายในจะแจ้งมาอีก 5,000 ตัน ซึ่งจะทำให้ครบ 160,000 ตัน ทั้งนี้ กฟผ. ได้รับมอบน้ำมันปาล์มดิบแล้วจำนวน 42,000 ตัน โดยใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าประมาณ วันละ 1,000 ตัน รวมปริมาณที่ใช้เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าแล้ว 34,000 ตัน (ข้อมูล ณ วันที่ 16 มี.ค.62) และอยู่ระหว่างการส่งมอบ 118,000 ตัน นอกจากนั้น กฟผ. กำลังดำเนินการพิจารณาเพิ่มจุดรับซื้อเพิ่มเติมที่คลัง จ.สุราษฎร์ธานี โดยจะเร่งดำเนินการชำระเงินให้แก่โรงสกัดที่จัดทำเอกสารเรียกเก็บเงินครบถ้วนให้แล้วเสร็จภายใน 7 วันทำการ (จากเดิม 15 วันทำการ) เพื่อให้โรงงานสกัดน้ำมันปาล์มมีความสามารถในการรับซื้อผลปาล์มทะลายจากเกษตรกรได้มากขึ้น

ด้านนายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า กระทรวงพลังงานได้ประสานงานกับกระทรวงพาณิชย์ในการดำเนินงานรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบจากโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม เพื่อใช้น้ำมันปาล์มดิบในการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังความร้อนบางปะกง หน่วยที่ 3 อย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ให้ราคาผลปาล์มไม่ต่ำกว่า 3 บาทต่อกิโลกรัม ตามนโยบายรัฐบาล

ข่าวที่เกี่ยวข้อง