ข่าวอินโฟเควสท์
06:05 (REPEAT) สหรัฐเผยยอดขายบ้านใหม่พุ่งสูงสุดรอบ 1 ปีครึ่งในเดือนมี.ค.   กระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า ยอดขายบ้านใหม่เพิ่มขึ้น 4.5% ในเดือนมี.ค. เมื…
01:15 เจ้าหน้าที่หน่วยเลือกตั้งอินโดฯกว่า 100 ราย ตายจากความเหนื่อยล้าในการปฏิบัติหน้าที่   นายเวอร์ยัน อาซิส ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งของอินโดนีเ…
00:37 บอนด์ยีลด์สหรัฐปรับตัวลง ขณะนักลงทุนเอเชียสนใจซื้อพันธบัตรระยะยาว   อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวลงในวันนี้ ขณะที่นักลงทุนจากเอเชีย โ…
00:26 ราคาทองร่วงใกล้นิวโลว์ 4 เดือน สวนทางดอลลาร์แข็ง,ตลาดหุ้นพุ่ง   ราคาทองร่วงลงใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 4 เดือนในวันนี้ สวนทางการดีดตัวขึ้นของดอลลาร์…
00:09 ราคาน้ำมัน WTI พุ่งกว่า 1% นิวไฮ 6 เดือน กังวลสหรัฐยกเลิกผ่อนผันนำเข้าน้ำมันอิหร่าน   สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้า WTI พุ่งกว่า 1% ใกล้ระดับสูงสุดในร…

พาณิชย์ หนุนผู้ประกอบการ-เกษตรกรไทยเร่งใช้ประโยชน์จาก FTA เพิ่มมูลค่าส่งออกสินค้าเกษตรไทย

ข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- อังคารที่ 19 มีนาคม 2562 14:52:16 น.

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีเกษตรกรไทยจำนวนมากที่มีศักยภาพที่จะพัฒนาสินค้าเกษตรไทยออกสู่ตลาดต่างประเทศ จึงขอเชิญชวนให้เกษตรกรและผู้ประกอบการไทยใช้สิทธิประโยชน์ที่ไทยได้รับจากประเทศคู่ FTA ลดภาษีศุลกากรให้กับสินค้าเกษตรส่งออกจากไทยให้เต็มที่

"มูลค่าส่งออกสินค้าเกษตรไทยในช่วงที่ผ่านมา ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยมีความตกลงค้าเสรี (FTA) เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันการส่งออก สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร และผู้ประกอบการไทย"

ปัจจุบันไทยมีความตกลง FTA แล้ว 13 ฉบับ กับ 17 ประเทศ ได้แก่ อาเซียน จีน  ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เปรู และชิลี ซึ่งไทยประสบความสำเร็จในการผลักดันให้ประเทศคู่เจรจาลดเลิกการเก็บภาษีศุลกากรกับสินค้าเกษตรที่ส่งออกจากประเทศไทย ทำให้สินค้าเกษตรของไทยที่ส่งออกไปขายในประเทศคู่ FTA ได้เปรียบคู่แข่งขัน และมีส่วนช่วยให้มูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรของไทย กลุ่มกสิกรรม ปศุสัตว์และประมง (ไม่รวมสินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร) เพิ่มขึ้นเป็นลำดับ

โดยในปี 2535 ที่จะมี FTA ฉบับแรกของไทยกับอาเซียน (AFTA) มีผลบังคับใช้ ไทยส่งออกสินค้าเกษตรไปสู่ตลาดโลกราว 6.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่ปี 2561 ไทยส่งออกสินค้าเกษตรสู่ตลาดโลกกว่า 23.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวขึ้นถึง 245% นับจากความตกลง FTA ของอาเซียนมีผลใช้บังคับ โดยเป็นมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรจากไทยไปยังประเทศคู่เจรจา 17 ประเทศที่ไทยมี FTA ด้วย 14.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็น 64% ของการส่งออกสินค้าเกษตรของไทยทั้งหมด โดยมีประเทศคู่ค้าสำคัญ 3 อันดับแรก คือ จีน อาเซียน และญี่ปุ่น โดยไทยส่งออกสินค้าเกษตรไปจีนเป็นอันดับที่ 1 มูลค่ากว่า 5.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวกว่า 738% เมื่อเทียบกับปี 2545 ก่อนที่จีนจะเริ่มลดภาษีสินค้าเกษตรให้ไทย สำหรับอาเซียนซึ่งเป็นตลาดส่งออกสินค้าเกษตรอันดับที่ 2 ไทยส่งออกไปมูลค่า 4.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวกว่า 667% เมื่อเทียบกับปี 2535 ก่อนที่อาเซียนจะเริ่มลดภาษีสินค้าเกษตร และญี่ปุ่นเป็นตลาดนำเข้าสินค้าเกษตรของไทยอันดับที่ 3 ซึ่งไทยส่งออกมูลค่ากว่า 3.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวกว่า 31% เมื่อเทียบกับปี 2549 ก่อนที่ญี่ปุ่นจะลดภาษีสินค้าเกษตร

สำหรับสินค้าเกษตรที่ไทยใช้สิทธิประโยชน์จาก FTA ในการส่งออกอันดับต้น ได้แก่ ยางพารา มันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์ ผลไม้สดและแปรรูป ไก่สดแช่แข็ง เป็นต้น

อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า สำหรับ FTA ที่ไทยอยู่ระหว่างการเจรจาในปี 2561 ไทยมีการค้าสินค้าเกษตรกับสมาชิกความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (อาร์เซ็ป) 16 ประเทศ เป็นมูลค่า 14,705 ล้านเหรียญสหรัฐ  การค้ากับสมาชิกความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอลสำหรับความร่วมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ (บีมสเทค) 7 ประเทศ เป็นมูลค่า 580 ล้านเหรียญสหรัฐ การค้ากับตุรกีมูลค่า 105 ล้านเหรียญสหรัฐ การค้ากับปากีสถานมูลค่า 106 ล้านเหรียญสหรัฐ และการค้ากับศรีลังกามูลค่า 80 ล้านเหรียญสหรัฐ

นอกจากนี้ ไทยยังมีแผนเจรจา FTA ในอนาคตกับกลุ่มประเทศที่ไทยมีมูลค่าการค้าสูง เช่น สหภาพยุโรป (EU) ที่ในปี 2561 ไทยมีการค้าสินค้าเกษตรด้วยเป็นมูลค่า 2,236 ล้านเหรียญสหรัฐ  สมาคมการค้าเสรียุโรป (EFTA) มูลค่า 43 ล้านเหรียญ และสหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย (EAEU) มูลค่า 68 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งจะทำให้ไทยจะสามารถขยายตลาดใหม่ สร้างความได้เปรียบและโอกาสในการค้าให้สินค้าเกษตรของไทย และจะเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของไทยในภาพรวมยิ่งขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง