ข่าวอินโฟเควสท์
17:37 รัฐบาลญี่ปุ่นเล็งควบคุมบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ หวั่นเอาเปรียบผู้ขายสินค้าออนไลน์   แหล่งข่าวเปิดเผยในวันนี้ว่า คณะทำงานเรียกร้องให้รัฐบาลญี่ปุ่…
15:58 จีนเผยการค้าและการลงทุนกับญี่ปุ่นขยายตัวต่อเนื่องในไตรมาสแรก   กระทรวงพาณิชย์จีนเปิดเผยข้อมูลบ่งชี้ว่า จีนและญี่ปุ่นมีการขยายตัวด้านการค้าและกา…
15:06 จีนพิจารณากฎหมายจ่ายเงินชดเชยให้กับผู้เสียหายจากการฉีดวัคซีน   จีนวางแผนที่จะออกกฎหมายเกี่ยวกับการจ่ายเงินชดเชยให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบร้ายแรง…
13:00 เกิดเหตุระเบิดบริเวณสถานีตำรวจในเมืองดาเวาของฟิลิปปินส์   สื่อท้องถิ่นรายงานว่า เกิดเหตุระเบิดขึ้นที่บริเวณสถานีตำรวจในเมืองดาเวา ทางตอนใต้ของฟ…
11:11 "รอสเนฟท์"เตือน เล็งห้าม"รอยเตอร์"ในรัสเซียทำข่าวช่วยเวเนซุเอลาเลี่ยงการคว่ำบาตรของสหรัฐ   รอสเนฟท์ ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของรัสเซีย เปิ…

ครม.อนุมัติจัดสรรงบฯ กลางปี 61 กว่า 3 หมื่นลบ. ช่วยบรรเทาภาระผู้มีรายได้น้อยใน 4 โครงการถึงสิ้นก.ย.62

ข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- อังคารที่ 19 มีนาคม 2562 19:58:52 น.

นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2561 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ให้กองทุนประชารัฐเพื่อสวัสดิการ เศรษฐกิจ และสังคม จำนวน 37,900 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินมาตรการเพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย 4 มาตรการ ได้แก่ โครงการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าและน้ำประปา, โครงการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้าช่วงปลายปี, โครงการบรรเทาภาระค่าเดินทางไปรักษาพยาบาลของผู้สูงอายุ และโครงการบรรเทาภาระค่าเช่าบ้านของผู้สูงอายุ

นอกจากนี้ ที่ประชุม ครม. ยังอนุมัติให้เพิ่มกิจการไฟฟ้าสวัสดิการสัมปทานกองทัพเรือ เข้าไปอยู่ในโครงการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าและน้ำประปาเพิ่มเติมด้วย จากเดิมมีการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) เท่านั้น เนื่องจากพบว่ายังมีประชาชน จำนวน 51,000 ราย ที่อยู่นอกพื้นที่การให้บริการของ 2 หน่วยงาน จึงไม่ได้รับประโยชน์จากโครงการบรรเทาภาระฯ ดังกล่าว จึงได้เพิ่มกิจการไฟฟ้าสวัสดิการสัมปทานกองทัพเรือเข้าไปเพื่อให้ครอบคลุมผู้มีรายได้น้อยที่มีสิทธิ์ทั้งหมด

"ครั้งนี้เป็นเพียงการจัดสรรวงเงินให้กองทุนประชารัฐเพื่อสวัสดิการ เศรษฐกิจ และสังคม ตามกรอบวงเงินเดิม จำนวน 38,730 ล้านบาท ที่ ครม. ได้เคยอนุมัติไว้ในช่วงปลายปีที่ผ่านมาเท่านั้น ไม่ใช่การอนุมัติวงเงินดำเนินการเพิ่มเติม โดยตามขั้นตอนเมื่อมีการอนุมัติวงเงิน และมีการดำเนินโครงการไปแล้ว ก็จะต้องมีการขอจัดสรรวงเงินเพื่อรองรับการดำเนินการต่อไป" นายณัฐพร กล่าว

นายณัฐพร กล่าวว่า วงเงินที่จัดสรรในครั้งนี้ จะเพียงพอรองรับการดำเนินโครงการเพื่อบรรทาภาระให้แก่ผู้มีรายได้น้อยทั้ง 4 โครงการ จนถึงเดือน ก.ย.62 ซึ่งเป็นเวลาสิ้นสุดโครงการ และหากปีหน้าจะมีการดำเนินมาตรการดังกล่าวต่ออีก ก็ต้องมาดูเพื่ออนุมัติงบประมาณเพิ่มต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง