ข่าวอินโฟเควสท์
11:28 ราคาเปิดเทรดวันแรก DW อ้างอิง ADVANC,PTTEP,AMATA,EA,STEC,TOP,MTC,WHA ขายโดย TNS   ADVA16C1911A เปิดเทรดวันแรกที่ 0.61 บาท ลดลง 0.39 บาท ( 39%) …
11:18 ศูนย์วิจัยกสิกรฯ เผยกำไรกลุ่มแบงก์ Q1/62 โตจากรายการพิเศษ-ตั้งสำรองฯลดลง มองช่วงที่เหลือของปียังท้าทาย   ศูนย์วิจัยกสิกรไทย รวมรวมข้อมูลผลประกอ…
11:16 ภาวะตลาดหุ้นอินเดีย: ดัชนี Sensex เปิดบวก 107.75 จุด ตามทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐ   ดัชนี Sensex ตลาดหุ้นอินเดียเปิดบวกในวันนี้ ตามทิศทางตลาดหุ้นสหรั…
11:15 สหรัฐขยายเวลาการตรวจสอบถุงลมนิรภัยรถ 12.3 ล้านคันหลังเกิดอุบัติเหตุ   หน่วยงานกำกับดูแลด้านความปลอดภัยยานยนต์ของสหรัฐได้ขยายระยะเวลาในการตรวจสอ…
11:08 เลขาฯ UN เผยไม่สามารถยอมรับคำตัดสินคดีนักข่าวรอยเตอร์ในเมียนมา   นายสเตฟาน ดูจาร์ริค โฆษกเลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (UN) เปิดเผยเมื่อวานนี้ว่า…

(เพิ่มเติม) KBANK-BAY คาดกนง.จะไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายตลอดทั้งปี 62 จากท่าทีที่เปลี่ยนไป หลังคงดอกเบี้ยด้วยเสียงเอกฉันท์

ข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พุธที่ 20 มีนาคม 2562 17:28:56 น.

ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ระบุว่า จากการที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเอกฉันท์ 7-0 เสียงคงอัตราดอกเบี้ นนโยบายที่ระดับ 1.75% โดยมีข้อแตกต่างจากมติในครั้งก่อน (6 กุมภาพันธ์) ที่สำคัญ ดังนี้

1. มติที่ประชุมเปลี่ยนไป มติ กนง. ในครั้งนี้ เป็นเอกฉันท์ที่ 7-0 เสียงให้คงดอกเบี้ ยนโยบาย ต่างจากครั้งก่อนที่เป็น 4-2 เสียงซึ่งหมายถึงมีกรรมการถึง 2 ท่านสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย

2. คณะกรรมการไม่ได้กล่าวถึงความต้องการเพิ่มขีดความสามารถในการดำเนินนโยบายการเงินเพื่อรองรบัวิกฤตครั้งต่อไป
(Policy space) ต่างจากท่าทีตั้งแต่ช่วงเดือนมิถุนายน 2018 เป็ นต้นมาที่จะมีกรรมการบางท่านให้น้ำหนักกับประเด็นนี้
3. ความเห็นต่อพฤติกรรมแสวงหาผลตอบแทนจากการลงทุนที่สูงขึ้น (Search-for-yield behavior) เปลี่ยนไป โดยครั้งก่อนๆ
คณะกรรมการมักกล่าวว่าติดตามความเสี่ยงดังกล่าวอย่างใกล้ชิด แต่ในครั้งนี้ คณะกรรมการเริ่มเห็นว่ามาตรการดูแลเสถียรภาพ
ระบบการเงินที่ดำเนินการอยู่และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ ยนโยบายที่ผ่านมาจะลดพฤติกรรมดังกล่าวไปได้บ้างแล้ว
4. กนง. แถลงปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 62 ลงเหลือ 3.8% จาก 4.0% ในครั้งก่อน โดยปรับลดคาดการณ์ของ
ทุกภาคส่วนลงทั้งหมด แม้จะเห็นว่าอุปสงค์ในประเทศขยายตัวในดีขึ้นและกระจายตัวมากขึ้นก็ตาม และลดคาดการณ์อัตราเงิน
เฟ้อพื้นฐานลงมาที่ 0.8% จาก 0.9% ในประมาณการ อีกทั้งเปิดเผยประมาณการเศรษฐกิจในปี 63 ว่าจะขยายตัวอยู่ที่
3.9% และอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ 1.1% และอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 0.9%

ทั้งนี้ ท่าทีของกนง. ในการประชุมในวันนี้ที่เปลี่ยนไปอาจสะท้อนว่า กนง.มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในระยะต่อไป เนื่องจากมติที่ประชุมครั้งนี้ไม่มีกรรมการท่านใดสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายครั้งที่ 2 แล้ว อีกทั้งยังเห็นว่าการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในเดือนธันวาคม และมาตรการ macro prudential ที่ดำเนินการอยู่จะช่วยลดการพฤติกรรมแสวงหาผลตอบแทนจากการลงทุนที่สูงขึ้น (Search-for-yield behavior) และ กนง.ไม่ได้กล่าวถึงความต้องการเพิ่มขีดความสามารถในการดำเนินนโยบายการเงินเพื่อรองรับวิกฤตครั้งต่อไป (Policy space) เช่นทุกครั้งที่ผ่านมา โดยตลาดตีความท่าทีของ กนง.ให้เชิงเงินบาทอ่อนค่า โดยหลัง กนง.แถลงข่าว ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงจากระดับ 31.71 บาท/ดอลลาร์ มาอยู่ที่ระดับสูงสุดที่ 31.788 บาท/ดอลลาร์ เมื่อเวลา 14.50 น.

"เราคาดว่า กนง.จะไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายตลอดทั้งปี 62 นี้ เนื่องจากแนวโน้มของเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับต่ำ ความ

เสี่ยงทางเศรษฐกิจจากต่างประเทศ โดยเฉพาะผลกระทบจากสงครามการค้าทำให้เศรษฐกิจไทยชะลอตัวลง และแรงกดดันจากนโยบายการเงินต่างประเทศที่แผ่วลง" เอกสารเผยแพร่ ระบุ

ด้านกลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) มีความเห็นต่อการประชุมกนง. หลังมีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.75% ส่งผลให้เงินบาทอ่อนค่าและซื้อขายแถวระดับ 31.77 บาท/ดอลลาร์ โดยมองว่า การปรับขึ้นดอกเบี้ยรอบนี้ได้จบลงแล้วและคาด กนง.จะคงดอกเบี้ยไว้ตลอดช่วงที่เหลือของปีนี้

ทั้งนี้ นับตั้งแต่ต้นปี เงินบาทแข็งค่า 2.4% ซึ่งเป็นหนึ่งในสกุลเงินที่แข็งค่าเป็นอันดับต้นๆ ของภูมิภาค ซึ่งคณะกรรมการ กนง.มองว่า เงินบาทอาจจะผันผวนตามปัจจัยระยะสั้นคือ การประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และการเลือกตั้งของไทยในวันอาทิตย์นี้ หลังจากเงินบาทอ่อนค่าลงจากที่ประชุมก่อนหน้าแต่ยังเคลื่อนไหวสอดคล้องกับสกุลเงินในภูมิภาค

คณะกรรมการ กนง. มองว่า เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวใกล้เคียงกับศักยภาพ แม้ว่ามีการชะลอตัวจากอุปสงค์ต่างประเทศ ขณะที่ความไม่แน่นอนจากปัจจัยต่างประเทศและในประเทศมีเพิ่มมากขึ้น ความเห็นของ กนง.มีแนวโน้มเป็นเชิงบวกน้อยลง โดยในอนาคตข้างหน้า ต้องมีการประเมินความเสี่ยงด้านเสถียรภาพทางการเงินด้วยเครื่องมือหลายแบบ รวมทั้งอัตราดอกเบี้ยนโยบาย มาตราการดูแลเสถียรภาพระบบการเงิน และปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เช่นเดิม ล่าสุดธนาคารแห่งประเทศไทยคาดว่า ในปีนี้ เศรษฐกิจไทยและยอดส่งออกจะขยายตัวที่ 3.8% และ 3.0% ตามลำดับ

คณะกรรมการ กนง.มีกำหนดการประชุมรอบถัดไปในวันที่ 8 พฤษภาคม 2562 โดยผลการลงมติเป็นเอกฉันท์เป็นสิ่งที่เหนือความคาดหมายของเรา ดังนั้นเราจึงปรับมุมมองในเรื่องของนโยบายดอกเบี้ย ซึ่งอาจเป็นโอกาสที่ปล่อยไปในช่วงที่ธนาคารกลางต่างๆ เริ่มระมัดระวังมากขึ้น ขณะที่ผู้กำหนดนโยบายยังย้ำถึงความกังวลในเรื่องความเสี่ยงต่อเสถียรภาพทางการเงิน ความไม่แน่นอนจากทั้งในประเทศและต่างประเทศที่ดูเหมือนไปทางสายพิราบมากขึ้น ถือเป็นสัญญาณของการสิ้นสุดของการปรับดอกเบี้ยนโยบายให้เป็นปกติ โดยกลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็สต์ มองว่า คณะกรรมการ กนง. จะคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.75% ตลอดช่วงที่เหลือของปีนี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง