ข่าวอินโฟเควสท์
18:36 ภาวะตลาดหุ้นอินเดีย: ดัชนี Sensex ร่วงกว่า 100 จุด หลังบวกติดต่อกัน 4 วัน   ดัชนี Sensex ตลาดหุ้นอินเดียร่วงลงกว่า 100 จุดในวันนี้ หลังปรับตัวข…
18:25 "มาร์กิต"เผยดัชนี PMI รวมภาคผลิต-บริการฝรั่งเศสสูงสุดรอบ 2 เดือนในเม.ย.   ไอเอชเอส มาร์กิต ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงิน เปิดเผยว่า ด…
18:13 ภาวะตลาดอนุพันธ์: แก่วงตัวในกรอบอิงทางบวกคลายกังวลเศรษฐกิจโลกชะลอตัวหลังตัวเลขจีน-สหรัฐออกมาดี   นางสาวชุติกาญจน์ สันติเมธวิรุฬ ผู้จัดการฝ่ายวิ…
18:10 TISCO เผยกำไรสุทธิ Q1/62 ลดลง 2.1% ตามกำไรพิเศษ-ศก.ชะลอตัว-ค่าใช้จ่ายพนักงานสูงขึ้น   นายสุทัศน์ เรืองมานะมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มทิสโ…
18:08 "มาร์กิต"เผยดัชนี PMI รวมภาคผลิต-บริการเยอรมนีสูงสุดรอบ 2 เดือนในเม.ย.   ไอเอชเอส มาร์กิต ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงิน เปิดเผยว่า ดั…

ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 31.68 คาดแกว่งแคบจนกว่าจะพ้นวันเลือกตั้งของไทย จับตา Brexit และสงครามการค้าในระยะถัดไป

ข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พฤหัสบดีที่ 21 มีนาคม 2562 17:43:41 น.
นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทปิดตลาดวันนี้ที่ระดับ 31.68 บาท/ดอลลาร์ จากตอนเช้าที่เปิด
ตลาดที่ 31.64 บาท/ดอลลาร์ ระหว่างวันเคลื่อนไหวระหว่าง 31.61-31.69 บาท/ดอลลาร์
"ตลาดยังคงระมัดระวัง แม้ตัวเลขข้อมูลการส่งออกเดือน ก.พ.62 จะออกมาดี แต่ถ้าหักรายการพิเศษประเภทสินค้าที่เกี่ยว
เนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และอาวุธออกไป มูลค่าการส่งออกจะหดตัวลง 4.9% ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมที่ออกมาดีสูงสุดในรอบ
6 ปีแต่ก็ถือว่าส่งผลค่อนข้างจำกัด...คาดว่าหลักๆที่ทำให้เงินบาทวิ่งในกรอบแคบน่าจะมาจากการที่คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน
(FOMC) ส่งสัญญาณยุติการขึ้นดอกเบี้ย พร้อมทั้งปรับลดประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐลง"นักบริหารเงิน กล่าว
ทั้งนี้ คาดว่าค่าเงินบาทน่าจะเคลื่อนไหวในกรอบ 31.60-31.75 บาท/ดอลลาร์ ไปจนกว่าจะพ้นเลือกตั้ง วันที่ 24 มี.
ค.62 ส่วนประเด็น Brexit และสงครามการค้าก็ยังเป็นปัจจัยสำคัญในระยะถัดไป
* ปัจจัยสำคัญ
- เงินเยนอยู่ที่ 110.47 เยน/ดอลลาร์ จากตอนเช้าที่อยู่ที่ 110.72 เยน/ดอลลาร์
- เงินยูโรอยู่ที่ 1.1405 ดอลลาร์/ยูโร จากตอนเช้าที่อยู่ที่ 1.1427 ดอลลาร์/ยูโร
- ดัชนี SET ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,634.00 จุด เพิ่มขึ้น 6.38 จุด, +0.39% มูลค่าการซื้อขาย 39,634.71 ล้านบาท
- สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติขายสุทธิ 750.22 ลบ.(SET+MAI)
- สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ แถลงการส่งออกไทยในเดือน ก.พ.62 กลับมาขยายตัวเป็น
ครั้งแรกในรอบ 4 เดือน ที่ 5.9% ที่มูลค่า 21,553 ล้านดอลลาร์ แต่หากหักสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และอาวุธ มูลค่าการส่ง
ออกจะหดตัวลง 4.9%
สำหรับเป้าหมายการส่งออกในปีนี้ที่กระทรวงพาณิชย์ตั้งไว้ที่ 8% นั้น ในสัปดาห์หน้า น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รมช.พาณิชย์
จะได้หารือกับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ เพื่อประเมินสถานการณ์ร่วมกันอีกครั้ง หลังจากที่หลายหน่วยงาน
ส่วนใหญ่ได้ประเมินเป้าหมายการส่งออกของไทยในปีนี้ไว้ว่าจะอยู่ในระดับไม่เกิน 5%
- ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คงประมาณการอัตราการขยายตัวของการส่งออกสินค้าไทยในปี 2562 ไว้ที่ 4.5% (กรอบประมาณการ
ที่ 2-6%) ซึ่งยังต้องติดตามผลการเจรจาทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนที่จะมีขึ้นในช่วงเดือนเม.ย.62 และทิศทางการชะลอตัวของ
เศรษฐกิจจีนในระยะข้างหน้า
- สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) แถลงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมประจำเดือน ก.พ.62

ว่า ดัชนีฯ อยู่ที่ระดับ 95.6 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 93.8 ในเดือน ม.ค.62 โดยปรับตัวสูงสุดในรอบ 6 ปีนับจากเดือนกุมภาพันธ์ 2556 และ

มีแนวโน้มดีขึ้นในอีก 3 เดือนข้างหน้า เนื่องจากกำลังซื้อดีขึ้นและได้รับกระแสการเลือกตั้งช่วยหนุนด้านจิตวิทยา รวมทั้งจากการปรับเพิ่มขึ้น
ในองค์ประกอบยอดคำสั่งซื้อโดยรวม ยอดขายโดยรวม ปริมาณการผลิต ต้นทุนประกอบการ และผลประกอบการ
- สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยยอดส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปในเดือน ก.พ.62 อยู่ที่ 100,550
คัน ลดลง 1.63% จากเดือน ก.พ.61 โดยส่งออกลดลงในตลาดออสเตรเลีย ตลาดแอฟริกา ตลาดอเมริกากลาง และอเมริกาใต้ เนื่อง
จากเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าชะลอตัวลง
- ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ประเมินภาพรวมหลังการเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค.นี้ว่า ไม่ว่ารัฐบาล
ใหม่จะเป็นใครก็ตาม เศรษฐกิจไทยน่าจะดีขึ้น ความเชื่อมั่นการลงทุนน่าจะมาแน่นอน แม้ว่าสงครามการค้าจะยังมีอยู่ การส่งออกอาจจะยัง
ไม่ดี แต่มั่นใจว่าประชาชนส่วนใหญ่จะดีขึ้น ถ้าทุกคนทำตามนโยบายและดูเรื่องงบประมาณค่าใช้จ่ายให้สอดคล้องกัน
- ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีเอ็มบี หรือ TMB Analytics ระบุว่า ไม่ว่าผลการเลือกตั้งจะออกมาอย่างไร หน้าที่สำคัญของ
รัฐบาลใหม่ก็คือทำให้การลงทุนทั้งภาคเอกชนและภาครัฐเกิดความต่อเนื่อง ไม่สะดุด ด้วยการสร้างสภาพแวดล้อมและบรรยากาศที่เหมาะแก่
การลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมีเสถียรภาพด้านการเมืองและความชัดเจนต่อเนื่องของนโยบายรัฐ อีกทั้งการเตรียมความพร้อมด้าน
บุคลากรโดยการเพิ่มแรงงานที่มีทักษะตรงกับความต้องการของภาคธุรกิจ เพื่อเพิ่มศักยภาพของภาคธุรกิจให้สามารถแข่งขันในเวทีโลกได้
- ผลสำรวจซึ่งจัดทำโดยบิสิเนส ราวด์เทเบิล (Business Roundtable) ซึ่งเป็นสมาคมผู้บริหารบริษัทชั้นนำสหรัฐ ระบุ
ว่า บรรดาประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของบริษัทเอกชนได้คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจสหรัฐจะชะลอตัวลงในไตรมาส 1 ปีนี้ เนื่องจาก
ความไม่แน่นอนทางการค้า และเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว
- สมาคมการจำนองแห่งชาติของรัฐบาลกลางสหรัฐ (แฟนนี เม) คาดการณ์ว่า การขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐจะลดลงสู่
1.3% ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2562 ขณะที่ตลาดที่อยู่อาศัยจะยังคงทรงตัว
- คณะผู้แทนการค้าสหรัฐ ซึ่งนำโดยนายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ และนายสตีเวน มนูชิน รมว.คลังสหรัฐ
จะเดินทางเยือนกรุงปักกิ่งของจีนในวันที่ 28-29 มี.ค.นี้ เพื่อเจรจากับนายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีจีน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง