ข่าวอินโฟเควสท์
23:26 เอ็กซิทโพลล์เผยพรรครัฐบาลคว้าชัยเลือกตั้งอินเดีย เล็งหารือพันธมิตรพรุ่งนี้   เอ็กซิทโพลล์ บ่งชี้ว่า พรรคภารติยะ ชันนะตะ (BJP) ซึ่งเป็นพรรครัฐบา…
23:16 จีนโชว์ผลตรวจสอบสินค้า "หัวเว่ย" ในยุโรป เผยไม่พบช่องโหว่อย่างที่สหรัฐโจมตี   นายลู่ กัง โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีน เปิดเผยว่า ผลการตรวจสอบสินค้า…
22:58 กระทรวงต่างประเทศจีนเผยสหรัฐคือสาเหตุเจรจาคว้าน้ำเหลว ชี้เป็นฝ่ายไม่มีเหตุผล   นายลู่ กัง โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีน เปิดเผยว่า สหรัฐเป็นฝ่ายเรีย…
22:40 ประธาน FCC ออกตัวสนับสนุนแผนควบกิจการ "สปรินท์-ทีโมบาย" ลุ้นไฟเขียว   นายอาจิด ไพ ประธานคณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสารของสหรัฐ (FCC) ได้แ…
22:21 "ฟอร์ด มอเตอร์" ประกาศปรับลดพนักงาน 10% ทั่วโลก ตามแผนปรับโครงสร้าง   บริษัทฟอร์ด มอเตอร์ ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของสหรัฐ ประกาศแผนปรับลดพนักงานลงป…

BAY คาดกรอบเงินบาทสัปดาห์นี้ 31.70-32.00 จับตาตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐ-รายงานประชุมเฟด-ประชุม ECB-Brexit

ข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- อังคารที่ 9 เมษายน 2562 16:55:30 น.

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) ให้มุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 31.70-32.00 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับระดับปิดอ่อนค่าที่ 31.88 บาท/ดอลลาร์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดหุ้น 180 ล้านบาท แต่ขายพันธบัตรมูลค่า 1.4 พันล้านบาท ส่วนเงินดอลลาร์แข็งค่าเทียบกับสกุลเงินสำคัญส่วนใหญ่ ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น หลังจากข้อมูลการผลิตที่แข็งแกร่งเกินคาดจากสหรัฐฯ และจีนช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจโลกลงชั่วคราว ส่วนเงินปอนด์ยังคงผันผวนตามกระแสข่าวเรื่องทางเลือกและการเลื่อนเส้นตาย Brexit ออกไป

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ กรุงศรี มองว่า ตลาดจะให้ความสนใจข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ผลการประชุมธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) และรายงานการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) โดยในภาพรวมเชื่อว่าเฟดจะยังคงส่งสัญญาณอย่างระมัดระวังต่อการดำเนินนโยบายการเงิน นอกจากนี้ ความคืบหน้า Brexit และการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน รวมถึงราคาน้ำมันในตลาดโลกซึ่งปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในระยะนี้ จะอยู่ในความสนใจของนักลงทุนเช่นกัน ขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่าสหรัฐฯ และจีนเข้าใกล้การบรรลุข้อตกลงการค้า ซึ่งอาจประกาศได้ภายใน 4 สัปดาห์ โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันในหลายประเด็นที่ซับซ้อนไปแล้ว แม้ยังคงมีความเห็นต่างที่ต้องปรับก็ตาม

สำหรับปัจจัยในประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยรายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อวันที่ 20 มี.ค.62 โดยระบุว่าราคาสินทรัพย์ไทยอาจเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติมจากความไม่แน่นอนทางการเมืองหลังเลือกตั้ง ขณะที่ในระยะถัดไป การปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายจะมีลักษณะค่อยเป็นค่อยไป ทางด้านผู้ว่าการ ธปท.กล่าวว่าความล่าช้าในการจัดตั้งรัฐบาลอาจกระทบความเชื่อมั่นและส่งผลให้บางโครงการภาครัฐล่าช้าออกไป แต่เชื่อว่าจะไม่กระทบต่อเศรษฐกิจมากนัก เนื่องจากโครงการลงทุนของภาครัฐที่เปิดประมูลไปแล้วยังเดินหน้าต่อ และนโยบายของแต่ละพรรคยังคงใช้การลงทุนภาครัฐเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ขณะที่ ธปท.หวังว่าการส่งออกจะกลับมาฟื้นตัวได้ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ส่วนดอกเบี้ยนโยบายของไทยในปัจจุบันยังถือว่าต่ำกว่าบางประเทศในภูมิภาค

อนึ่ง แม้ว่ามุมมองของทางการสะท้อนการประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจในระดับปานกลางถึงค่อนไปเชิงบวกเล็กน้อย เราเชื่อว่ามีความท้าทายมากขึ้นต่อการตัดสินใจปรับขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง