ข่าวอินโฟเควสท์
01:16 ญี่ปุ่นเผยยอดผู้เสียชีวิตจากไต้ฝุ่นฮากิบิสเพิ่มเป็น 74 ราย บาดเจ็บกว่า 200 ราย   ทางการญี่ปุ่นเปิดเผยในวันนี้ว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากพายุไต้ฝุ่นฮ…
00:59 จีนยืนยันเริ่มซื้อสินค้าเกษตรสหรัฐ ขณะเตรียมเร่งซื้อจำนวนมากขึ้น   นายเกิง ชวง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวว่า จีนได้เริ่มซื้อสินค้าเกษตรจ…
00:33 อินโดฯประกาศห้ามบินสำหรับเครื่องบินโบอิ้ง 737NG หลังพบรอยร้าว   กระทรวงคมนาคมอินโดนีเซียประกาศห้ามบินสำหรับเครื่องบินโบอิ้ง 737NG จำนวน 3 ลำ หล…
00:15 ตำรวจอินโดฯสกัดแผนโจมตีของกลุ่มก่อการร้ายพัวพัน IS ในวันที่ 20 ต.ค.   ตำรวจอินโดนีเซียระบุว่า เจ้าหน้าที่สามารถสกัดแผนการโจมตีของกลุ่มก่อการร้า…
23:18 บอนด์ยีลด์สหรัฐไร้ทิศทาง จับตาคืบหน้าสหรัฐ-จีนเจรจาการค้า   อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวไร้ทิศทางในวันนี้ ขณะที่นักลงทุนยังรอความชัด…

BAY คาดกรอบเงินบาทสัปดาห์นี้ 31.70-32.00 จับตาตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐ-รายงานประชุมเฟด-ประชุม ECB-Brexit

ข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- อังคารที่ 9 เมษายน 2562 16:55:30 น.

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) ให้มุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 31.70-32.00 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับระดับปิดอ่อนค่าที่ 31.88 บาท/ดอลลาร์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดหุ้น 180 ล้านบาท แต่ขายพันธบัตรมูลค่า 1.4 พันล้านบาท ส่วนเงินดอลลาร์แข็งค่าเทียบกับสกุลเงินสำคัญส่วนใหญ่ ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น หลังจากข้อมูลการผลิตที่แข็งแกร่งเกินคาดจากสหรัฐฯ และจีนช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจโลกลงชั่วคราว ส่วนเงินปอนด์ยังคงผันผวนตามกระแสข่าวเรื่องทางเลือกและการเลื่อนเส้นตาย Brexit ออกไป

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ กรุงศรี มองว่า ตลาดจะให้ความสนใจข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ผลการประชุมธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) และรายงานการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) โดยในภาพรวมเชื่อว่าเฟดจะยังคงส่งสัญญาณอย่างระมัดระวังต่อการดำเนินนโยบายการเงิน นอกจากนี้ ความคืบหน้า Brexit และการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน รวมถึงราคาน้ำมันในตลาดโลกซึ่งปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในระยะนี้ จะอยู่ในความสนใจของนักลงทุนเช่นกัน ขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่าสหรัฐฯ และจีนเข้าใกล้การบรรลุข้อตกลงการค้า ซึ่งอาจประกาศได้ภายใน 4 สัปดาห์ โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันในหลายประเด็นที่ซับซ้อนไปแล้ว แม้ยังคงมีความเห็นต่างที่ต้องปรับก็ตาม

สำหรับปัจจัยในประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยรายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อวันที่ 20 มี.ค.62 โดยระบุว่าราคาสินทรัพย์ไทยอาจเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติมจากความไม่แน่นอนทางการเมืองหลังเลือกตั้ง ขณะที่ในระยะถัดไป การปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายจะมีลักษณะค่อยเป็นค่อยไป ทางด้านผู้ว่าการ ธปท.กล่าวว่าความล่าช้าในการจัดตั้งรัฐบาลอาจกระทบความเชื่อมั่นและส่งผลให้บางโครงการภาครัฐล่าช้าออกไป แต่เชื่อว่าจะไม่กระทบต่อเศรษฐกิจมากนัก เนื่องจากโครงการลงทุนของภาครัฐที่เปิดประมูลไปแล้วยังเดินหน้าต่อ และนโยบายของแต่ละพรรคยังคงใช้การลงทุนภาครัฐเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ขณะที่ ธปท.หวังว่าการส่งออกจะกลับมาฟื้นตัวได้ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ส่วนดอกเบี้ยนโยบายของไทยในปัจจุบันยังถือว่าต่ำกว่าบางประเทศในภูมิภาค

อนึ่ง แม้ว่ามุมมองของทางการสะท้อนการประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจในระดับปานกลางถึงค่อนไปเชิงบวกเล็กน้อย เราเชื่อว่ามีความท้าทายมากขึ้นต่อการตัดสินใจปรับขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง