ข่าวอินโฟเควสท์
10:32 (เพิ่มเติม) SUPER เข้าซื้อกิจการ"ซุปเปอร์ วอเตอร์"มูลค่า 130 ลบ.หวังเพิ่มรายได้จากธุรกิจน้ำประปา   นายจอมทรัพย์ โลจายะ ประธานกรรมการ บมจ.ซุปเปอ…
10:23 IPO Fund: ข้อมูลกองทุนเปิดที่กำลังเสนอขาย   วันที่เสนอขาย ชื่อกองทุนเปิด ชื่อย่อ ประเภทกองทุน อายุโครงการ ลงทุนขั้นต่ำ ประมาณการ บลจ. ครั้งแรก(…
10:21 (เพิ่มเติม) สนง.สถิติจีนเผยกำไรภาคอุตสาหกรรมช่วงเดือนม.ค.-พ.ค.ปรับตัวลง 2.3%   สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานในวันนี้ว่า กำไรของบริษัทอุ…
10:20 พาณิชย์ จับมือพันธมิตรพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันทางอิเล็กทรอนิกส์ เริ่มใช้งานต.ค.62   นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรม…
10:17 "แอปเปิล" เล็งเสนอความช่วยเหลือทางการเงินให้กับ "เจแปน ดีสเพลย์"   สำนักข่าวเกียวโดรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า บริษัท แอปเปิล อิงค์ กำลังพิจารณาเ…

นักวิชาการ ชี้เศรษฐกิจไทยโตชะลอจากความไม่แน่นอนของศก.โลก/ธปท.-นักธุรกิจแนะส่งเสริมการลงทุนในประเทศ

ข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พุธที่ 10 เมษายน 2562 18:17:30 น.

นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) กล่าวในงานเสวนา หัวข้อ "เศรษฐกิจประเทศไทยกับกระแสเศรษฐกิจโลก"ว่า ภาวะเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ ทั่วโลกในปีนี้ไม่ได้ถดถอย แต่อัตราการเติบโตช้าลงไปทั้งหมด โดยจีนพยายามที่จะเข้ามามีบทบาทในเวทีโลกให้มากขึ้น ด้วยโครงการเส้นทางสายไหมใหม่ และการเป็นผู้นำทางเทคโนโลยี ซึ่งจะเกิดปัญหาความขัดแย้งของสหรัฐที่เป็นผู้นำเดิม นำไปสู่สงครามเหมือนในประวัติศาสตร์ แต่ครั้งนี้จะไม่นำไปสู่สงครามทางทหาร

ขณะที่ปัญหาความขัดแย้งทางการค้ายังไม่ได้ข้อยุติลงไปง่ายๆ และจีนอาจมีปัญหาเรื่องหนี้สะสมที่ขยายตัวปีละ 8% หากถูกสหรัฐเรียกเก็บภาษีนำเข้า แต่ในระยะยาวประเทศต่างๆ จะได้รับผลประโยชน์จากการเบี่ยงเบนทางการค้า เช่น การย้ายฐานการผลิตจากจีน เพื่อลดผลกระทบจากการเรียกเก็บภาษีนำเข้าของสหรัฐ โดยมีการย้ายฐานการผลิตไปเวียดนามมากสุด ขณะที่ไทยยังไม่มีความพร้อมเรื่องบุคลากร

ขณะที่สถานการณ์การเมืองในประเทศหลังการเลือกตั้งยังไม่มีความชัดเจนสะท้อนถึงทิศทางของเศรษฐกิจในประเทศ โดยอยู่ระหว่างการจับกลุ่มจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งดูแล้วคะแนนเสียงยังใกล้เคียงกันที่จะมีผลต่อการทำงานทางการเมืองในรัฐสภา ซึ่งหากรัฐบาลใหม่ไม่มีเสถียรภาพเพียงพอก็จะส่งผลกระทบต่อการขับเคลื่อนนโยบาย และเป็นที่คาดเดากันว่าอาจมีการเลือกตั้งใหม่ตามมา โดยจะมีการอัดงบประมาณจำนวนมากเพื่อเอาใจรากหญ้า

ส่วนสาเหตุที่เงินบาทแข็งค่ามาจากเกินดุลบัญชีเดินสะพัดสูงมากเป็นเวลานาน มีรายได้จากการท่องเที่ยว สิ่งที่ทำได้คือการสนับสนุนให้คนไทยไปลงทุนในกลุ่ม CLMV เพื่อลดแรงกดดันต่อค่าเงินบาท และการที่ไทยไม่ได้เป็นศูนย์กลางของสงครามการค้าทำให้มีความได้เปรียบที่จะดึงดูดการลงทุน

"ขอให้ผู้ประกอบการจับตาดูสถานการณ์สงครามการค้า เพื่อกำหนดทิศทางธุรกิจของตนเองให้เหมาะสม"

ด้านนายทิตนันทิ์ มัลลิกะมาส ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ธปท.เตรียมมาตรการป้องกันเพื่อรองรับความผันผวนเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนคือ โครงการบริหารความเสี่ยงในรูปแบบต่างๆ ที่เปิดให้เอกชนมาเลือกใช้บริการ ซึ่งเป็นการนำเทคโนโลยีทางการเงินใหม่ๆ มาปรับใช้ให้สอดคล้องกับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของโลกที่รวดเร็ว

"ไม่ว่าสงครามการค้าจะเกิดขึ้นหรือไม่ แต่เชื่อว่าจะต้องมีการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับความผันผวน" นายทิตนันทิ์ กล่าว

นายทิตนันทิ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาปัญหาในต่างประเทศส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกมากมาย นับตั้งแต่นโยบายของ American First ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์, ปัญหาความขัดแย้งทางเศรษฐกิจของสหรัฐกับประเทศต่างๆ และการเลือกตั้งในปีหน้า ขณะที่สหภาพยุโรปประสบปัญหาซับซ้อนทั้งการเมืองในอิตาลี การชุมนุมประท้วงในฝรั่งเศส ปัญหา Brexit ของสหราชอาณาจักร

ขณะที่ปัจจัยที่กระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศปีนี้ให้ขยายตัวในระดับ 4.1% ตามที่คาดการณ์ไว้ต้องมาจากปัจจัยเรื่องการลงทุน และการบริโภคภายในประเทศ เพื่อไม่ให้ภาวะเศรษฐกิจในประเทศเกิดความเปราะบาง และเป็นเกราะป้องกันผลกระทบที่เป็นปัจจัยจากต่างประเทศ เนื่องจากปัจจัยหนุนจากการส่งออกในปีนี้มีแนวโน้มชะลอตัวลง

ด้านนายวิกรม กรมดิษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.อมตะ คอร์ปอเรชัน (AMATA)  กล่าวว่า อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของกลุ่ม CLMVT เฉลี่ยอยู่ที่ 6% โดยเฉพาะเวียดนามที่มีขนาด GDP ขยายตัวเพิ่มขึ้นมากจากเดิมอยู่ที่ระดับ 1 ใน 3 ของไทยมาอยู่ที่ระดับ 50% ของไทยแล้ว แต่อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจไทยขยายตัวเฉลี่ยเพียง 4% ซึ่งถือว่ามีอัตราการขยายตัวต่ำสุดในกลุ่ม เนื่องจากปัญหาความขัดแย้งภายในประเทศในช่วงที่ผ่านมา

ทั้งนี้ การลงทุนในประเทศเวียดนามและเมียนมาเป็นสิ่งที่นักลงทุนต้องจับตามอง เพราะเชื่อว่ามีภูมิคุ้มกันที่จะไม่ถูกกีดกันทางการค้าจากสหรัฐและญี่ปุ่น

"ภูมิภาคนี้มีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจสูงถึง 6% แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมเราถึงโตได้แค่ 4%" นายวิกรม กล่าว
นายวิกรม กล่าวว่า ประเทศไทยควรเอาภูมิศาสตร์ที่ตั้งที่ดีมาเป็นจุดดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ อย่าไปรอให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนเอง

"พื้นที่ EEC จะเป็นกลไกสำคัญที่จะขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจของประเทศขยายตัวได้เป็นอย่างดี เนื่องจากมีที่ตั้งเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ดีที่จะเป็นฮับการบิน, ฮับโลจิสติกส์, ฮับยานยนต์, ฮับปิโตรเคมี, ฮับอุตสาหกรรมการแพทย์, ฮับอาหาร, ฮับท่องเที่ยว, ฮับอากาศยาน เป็นต้น และไทยเป็นประเทศแรกในเอเซียที่มีสถานทูตสหรัฐใหญ่ที่สุด ดังนั้นรัฐบาลควรจะมีนโยบายที่จะทำอย่างไรให้กรุงเทพฯ เป็นเหมือนสิงคโปร์ให้ได้"

ข่าวที่เกี่ยวข้อง