สรรพากร เตรียมปรับเกณฑ์เก็บภาษีดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ คาดออกประกาศใหม่ภายใน 1-2 สัปดาห์

ข่าวเศรษฐกิจ 23 เมษายน พ.ศ. 2562 12:45 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายปิ่นสาย สุรัสวดี โฆษกกรมสรรพากร เปิดเผยว่า กรมสรรพากรเตรียมแก้ไขหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการเก็บภาษีเงินได้สำหรับดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ 15% โดยคาดว่าจะออกประกาศใหม่ได้ภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ หลังจากในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่าประชาชนผู้ฝากเงินเกิดความสับสนและตื่นตระหนกว่ากรมสรรพากรจะเข้าไปเก็บดอกเบี้ยจากเงินฝากจากทุกบัญชี จากเดิมที่เว้นภาษีสำหรับดอกเบี้ยเงินฝากบัญชีออมทรัพย์ ที่ไม่เกิน 20,000 บาทต่อปี โดยประกาศใหม่ จะแก้ไขในประเด็นการแสดงความยินยอมส่งข้อมูลดอกเบี้ยเงินฝาก ซึ่งยอมรับว่าตามประกาศเดิมสร้างความยุ่งยาก และกระทบกับคนจำนวนมาก

"สมาคมธนาคารไทย เสนอให้มีการเลื่อนการบังคับใช้ประกาศออกไป เพราะมีผู้ได้รับผลกระทบมาก แต่กรมฯ ให้ไปดูแนวทางว่าจะยืดหยุ่นวิธีการได้อย่างไร โดยเฉพาะการแสดงความยินยอม ซึ่งอาจจะต้องมีการคิดกลับข้างกัน เพื่อไม่ให้คนส่วนใหญ่เดือดร้อน โดยในประกาศฉบับใหม่ของกรมฯ จะแยกชัดเจนระหว่างแสดงความยินยอมส่งข้อมูลกับการเสียภาษี เพราะหากมาแสดงตัวว่าไม่ต้องการให้ส่งข้อมูล แต่ถ้าดอกเบี้ยเข้าเกณฑ์ ก็ต้องเสียภาษีตามปกติ" โฆษกกรมสรรพากรระบุ

ในวันนี้ กรมสรรพากรได้หารือร่วมกับสมาคมธนาคารไทย ถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ในเรื่องการแสดงความยินยอมส่งข้อมูลดอกเบี้ยเงินฝากเพื่อให้กระทบกับผู้ฝากเงินส่วนใหญ่น้อยที่สุด โดยเฉพาะกลุ่ม 99% ที่มีดอกเบี้ยจากบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ไม่ถึง 20,000 บาทต่อปี ที่จะต้องหาวิธีแสดงความยินยอมที่มีความยืดหยุ่น เช่น ให้กลุ่มที่ได้รับดอกเบี้ยเงินฝากมากกว่า 20,000 บาทต่อปี ซึ่งมีสัดส่วนน้อยกว่า 1% มาลงทะเบียนแสดงความไม่ยินยอมให้ส่งข้อมูลบัญชีเงินฝากแทน ทำให้ผู้ฝากเงินกว่า 99% ไม่ต้องแสดงตน และได้รับการยกเว้นภาษีดอกเบี้ยเงินฝากเหมือนเดิม

แหล่งข่าวจากกรมสรรพากร ระบุว่า สมาคมธนาคารไทย เสนอให้มีการชะลอการบังคับใช้ประกาศออกไป เนื่องจากไม่สามารถดำเนินการได้ทัน แต่กรมสรรพากรเห็นว่าเรื่องนี้มีการเตรียมตัวมานานในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา จึงไม่สามารถชะลอออกไปได้ นอกจากนี้ ทางธนาคารยังเสนอให้ไม่ต้องให้มีการแสดงความยินยอมในการส่งข้อมูลได้หรือไม่ หรือแนวทางที่ธนาคารจะจัดกลุ่มลูกค้าออกเป็นหลายกลุ่ม เช่น กลุ่มที่มีเงินฝากมากกว่า 1 ล้านบาท ต้องส่งข้อมูล, กลุ่มที่ต่ำกว่า 5 แสนบาท ไม่ต้องส่งข้อมูล เป็นต้น ซึ่งกรมสรรพากรก็รับข้อมูลดังกล่าวมาพิจารณา

ด้านนายกอบศักดิ์ ดวงดี เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีลูกค้าบัญชีเงินฝากกว่า 80 ล้านบัญชี หากให้ลูกค้ามาแสดงความยินยอมส่งข้อมูลดอกเบี้ยเงินฝากทั้งหมด คาดว่าจะไม่ทันในรอบการจ่ายดอกเบี้ย มิ.ย.นี้ และจะมีลูกค้าส่วนใหญ่ต้องได้รับผลกระทบจากประกาศของกรมสรรพากรถูกหักภาษีดอกเบี้ยเงินฝากจากทุกบัญชีทันที

"สมาคมฯ จึงเสนอว่าถ้าหากไม่สามารถเลื่อนเวลาบังคับใช้ประกาศออกไปได้ กรมสรรพากรจะมีวิธีการยืดหยุ่นหลักเกณฑ์ในการแสดงความยินยอมของลูกค้าบัญชีเงินฝากด้วยวิธีใดได้บ้าง โดยไม่ขัดต่อกฎหมาย" เลขาธิการสมาคมธนาคารไทยกล่าว

ทั้งนี้ สมาคมธนาคารไทยจะทำงานร่วมกับกรมสรรพากร เพื่อหาวิธีการให้ลูกค้าได้รับผลกระทบน้อยที่สุด เช่น กลุ่มผู้สูงอายุที่ไม่สามารถมาแสดงความยินยอมได้ จะทำแบบรายการแสดงความยินยอมแบบเดียวเพื่อใช้กับทุกธนาคาร และจะแสดงความยินยอมเพียงครั้งเดียวครอบคลุมทุกบัญชีได้หรือไม่ รวมทั้งจะมีการส่งแจ้งข้อมูลแบบรายบุคคลไปถึงลูกค้าให้มาแสดงความยินยอมหรือไม่ อยู่ระหว่างการหารือวิธีการ แต่ในขณะนี้สมาคมธนาคารไทย ยังไม่มีการแจ้งไปยังลูกค้าให้เข้ามาดำเนินการใดๆ เพราะต้องรอความชัดเจนจากกรมสรรพากรอีกครั้ง

ขณะที่นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ (BBL) กล่าวว่า ปัจจุบันธนาคารมีฐานลูกค้าเงินฝากออมทรัพย์อยู่ 10 ล้านบัญชี วงเงิน 1 ล้านล้านบาท ยืนยันว่าลูกค้าไม่ได้รับผลกระทบ จึงไม่อยากให้ลูกค้าเกิดความตื่นตระหนก เพราะที่ผ่านมาได้ดำเนินตามกฎระเบียบมาโดยตลอด ซึ่งธนาคารได้มีการหารือกันในเรื่องนี้มากว่า 1 ปีแล้ว ดังนั้นจึงเชื่อว่าจะไม่มีปัญหาใดๆ

นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ในฐานะประธานกรรมการสภาสถาบันการเงินของรัฐ ระบุว่า ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ จะมีการประชุมเรื่องดังกล่าวกันในต้นเดือนพ.ค.นี้ เพื่อทำความเข้าใจและหาแนวทางในการดำเนินการตามประกาศของกรมสรรพากรที่ออกมา ซึ่งเชื่อว่าจะทันต่อการบังคับใช้ของกรมสรรพากรอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ดี สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ เช่น ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) นั้น แม้จะมีฐานเงินฝากออมทรัพย์สูง แต่ทั้ง 2 ธนาคารได้รับการยกเว้นการเสียภาษีรายได้ที่ได้จากอัตราดอกเบี้ยอยู่แล้ว เนื่องจากเป็นธนาคารที่มีพันธกิจเฉพาะด้านที่ต้องการให้เกษตรกรและเยาวชนออมเงินให้มากขึ้น แต่ทั้ง 2 ธนาคารก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับกรมสรรพากรในการส่งข้อมูลเงินฝากต่างๆ ให้แน่นอน และที่ผ่านมามีลูกค้าจำนวนมากสอบถามถึงประเด็นดังกล่าว ก็ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชี้แจงเรียบร้อยแล้ว


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ