(เพิ่มเติม) ส.อ.ท.เผยดัชนีเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม มี.ค.62 ที่ 96.3 จาก 95.6 ใน ก.พ.62 จากแรงหนุนการบริโภคในปท.

ข่าวเศรษฐกิจ 23 เมษายน พ.ศ. 2562 14:48 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือนมี.ค.62 อยู่ที่ระดับ 96.3 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 95.6 ในเดือนก.พ.62 ซึ่งถือเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 โดยเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นในองค์ประกอบ ยอดคำสั่งซื้อโดยรวม ยอดขายโดยรวม ปริมาณการผลิต และผลประกอบการ ด้านนายศุภรัตน์ ศิริสุวรรณางกูร รองประธาน ส.อ.ท.กล่าวเสริมว่า ปัจจัยต่างๆ ที่มีผลต่อดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือนมี.ค.ขยับเพิ่มขึ้นนั้น ในส่วนของอัตราแลกเปลี่ยน เฉลี่ยของเดือนมี.ค.62 อยู่ที่ 31.89 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลงจาก 31.47 บาท/ดอลลาร์ในเดือน ก.พ.62 ส่งผลให้ความเชื่อมั่นในการส่งออกดีขึ้น ขณะที่อัตราดอกเบี้ยก็อยู่ในสถานการณ์ที่ดีขึ้น

(เพิ่มเติม) ส.อ.ท.เผยดัชนีเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม มี.ค.62 ที่ 96.3 จาก 95.6 ใน ก.พ.62 จากแรงหนุนการบริโภคในปท.

ทั้งนี้ ดัชนีฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ได้รับแรงหนุนจากการบริโภคภายในประเทศ ขณะเดียวกันการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายของผู้ประกอบการ ทำให้ยอดขายและยอดคำสั่งซื้อปรับตัวเพิ่มขึ้นในกลุ่มสินค้าคงทนและสินค้าไม่คงทน เช่น กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์, อุตสาหกรรมก่อสร้าง, อุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ และอุตสาหกรรมอาหาร เป็นต้น อีกทั้งผู้ประกอบการได้เร่งการผลิตเพื่อชดเชยในเดือนเม.ย.ที่มีวันทำงานน้อยกว่าปกติ เนื่องจากมีวันหยุดต่อเนื่องช่วงเทศกาลสงกรานต์ สะท้อนจากดัชนีปริมาณการผลิต และอัตราการใช้กำลังการผลิตที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า

อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการมีความกังวลต่อการเมืองภายในประเทศหลังการเลือกตั้ง จึงต้องการให้มีการจัดตั้งรัฐบาลโดยเร็ว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อการค้าและการลงทุน นอกจากนี้ยังพบว่า ปัจจัยภายนอกประเทศทั้งจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศ ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น ผู้ประกอบการจึงเห็นว่าการบริโภคภายในประเทศ และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย

สำหรับดัชนีฯ คาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้าปรับตัวลดลง อยู่ที่ระดับ 104.2 โดยลดลงจาก 105.4 ในเดือนก.พ.62 มีสาเหตุจากความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าสำคัญ ตลอดจนแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม

ทั้งนี้ ได้มีข้อเสนอแนะให้ภาครัฐออกมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศเพิ่มเติม เพื่อสนับสนุนการบริโภคภาคเอกชนและการขยายตัวของเศรษฐกิจ

นายสุพันธุ์ กล่าวถึงเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลว่า ถือเป็น Talk of The Town โดยยังคงมีความเป็นห่วงว่าถ้ายิ่งช้าโอกาสทำให้คนเป็นห่วงเป็นใยก็มีมากขึ้น แต่ทุกอุตสาหกรรมคงเดินต่อไป โดยอุตสาหกรรมหลักๆ เช่น Infrastructure ที่รัฐบาลขับเคลื่อนไปแล้วคงไม่มีประเด็นปัญหา แต่ในส่วนของการลงทุนเพิ่มเติมในอนาคตอาจจะมีการชะลอลงทุนเพื่อ Wait & See

สำหรับนโยบายในการปรับขึ้นค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำนั้น เห็นว่าควรเป็นหน้าที่ของรัฐบาลใหม่ในการพิจารณา เพราะจะต้องมีการพิจารณาจากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจในประเทศ เงินเฟ้อในประเทศ ถ้าเงินเฟ้อไม่สูงก็ไม่จำเป็น อุตสาหกรรมในประเทศ ผลกระทบทั้งหมดเข้ามาประกอบในการตัดสินใจในปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำด้วย โดยเห็นว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในแต่ละพื้นที่นั้นไม่ควรปรับขึ้นเท่ากัน ต้องขึ้นอยู่กับฝีมือแรงงานจริงๆ ดีมานด์ซัพพลาย แต่อย่างไรก็ตามถ้าเรายังมีไตรภาคีอยู่ก็ใช้ไตรภาคีให้เป็นประโยชน์

ส่วนกรณีที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี มีข้อสั่งการให้กระทรวงอุตสาหกรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินหน้าแผนงานในโครงการต่างๆ ต่อไปโดยไม่ต้องรอรัฐบาลใหม่ นายสุพันธุ์ กล่าวว่า นโยบายต่างๆ ของกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นเรื่องดี ขอให้ Follow ต่อ เพียงแต่ว่าอยากให้การทำงานใกล้ชิดระหว่างสภาอุตสาหกรรมฯ กับกระทรวงยังมีต่อเนื่องอยู่ ถึงแม้การเมืองยังไม่มาแต่ว่าที่ผ่านมาภาครัฐกับภาคเอกชนควรจะมีความต่อเนื่อง ควรจะมีความร่วมมือ ประชุมร่วมกันทุกเดือนเพราะช่วงนี้อาจจะเงียบไปหน่อย แต่เราจะ Follow Up ไปอีกที

"ในส่วนของสภาอุตสาหกรรมไม่มีงานอะไรเร่งด่วนที่ต้องรีบทำให้เสร็จก่อนรัฐบาลนี้จะหมดวาระ เพราะที่ผ่านมาเราได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงอุตสาหกรรมค่อนข้างดี แต่จะมีการคุยว่าจะต้องต้องมีอะไรเพิ่มเติมหรือเปล่า"นายสุพันธุ์ กล่าว


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ