ข่าวอินโฟเควสท์
01:16 ญี่ปุ่นเผยยอดผู้เสียชีวิตจากไต้ฝุ่นฮากิบิสเพิ่มเป็น 74 ราย บาดเจ็บกว่า 200 ราย   ทางการญี่ปุ่นเปิดเผยในวันนี้ว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากพายุไต้ฝุ่นฮ…
00:59 จีนยืนยันเริ่มซื้อสินค้าเกษตรสหรัฐ ขณะเตรียมเร่งซื้อจำนวนมากขึ้น   นายเกิง ชวง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวว่า จีนได้เริ่มซื้อสินค้าเกษตรจ…
00:33 อินโดฯประกาศห้ามบินสำหรับเครื่องบินโบอิ้ง 737NG หลังพบรอยร้าว   กระทรวงคมนาคมอินโดนีเซียประกาศห้ามบินสำหรับเครื่องบินโบอิ้ง 737NG จำนวน 3 ลำ หล…
00:15 ตำรวจอินโดฯสกัดแผนโจมตีของกลุ่มก่อการร้ายพัวพัน IS ในวันที่ 20 ต.ค.   ตำรวจอินโดนีเซียระบุว่า เจ้าหน้าที่สามารถสกัดแผนการโจมตีของกลุ่มก่อการร้า…
23:18 บอนด์ยีลด์สหรัฐไร้ทิศทาง จับตาคืบหน้าสหรัฐ-จีนเจรจาการค้า   อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวไร้ทิศทางในวันนี้ ขณะที่นักลงทุนยังรอความชัด…

นายกฯ พร้อมคณะมีกำหนดเข้าร่วมประชุมเวที Belt and Road Forum ครั้งที่ 2 กรุงปักกิ่ง 26-27 เม.ย.นี้

ข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พฤหัสบดีที่ 25 เมษายน 2562 11:45:58 น.

พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะรัฐมนตรี ประกอบด้วย นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี, นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ และนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม มีกำหนดการเดินทางเข้าร่วมการประชุมเวทีข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทาง (Belt and Road Forum for International Cooperation – BRF) ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 26 - 27 เมษายน 2562 ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน

หัวข้อหลักของการประชุม BRF ครั้งที่ 2 คือ Belt and Road Cooperation : Shaping a Brighter Shared Future ซึ่งจะมีผู้นำจาก 38 ประเทศเข้าร่วม โดยจะมีการรับรองแถลงการณ์ร่วมของการประชุมผู้นำโต๊ะกลม (Leaders’ Roundtable) ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นของประเทศที่อยู่ในเส้นทางสายไหมในการส่งเสริมความร่วมมือด้านความเชื่อมโยงทุกมิติ รวมทั้งการเชื่อมโยงนโยบายการพัฒนาร่วมกัน เพื่อกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาอย่างยั่งยืนระหว่างประเทศที่อยู่ในเส้นทางสายไหมให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยประเด็นที่นายกรัฐมนตรีจะผลักดันในที่ประชุม มีดังนี้

1. เน้นย้ำบทบาทไทยในฐานะประธานอาเซียนในการส่งเสริมความเชื่อมโยงในทุกมิติ และแสดงความพร้อมที่จะร่วมมือกับจีนเพื่อส่งเสริมความเชื่อมโยงในอนุภูมิภาคและภูมิภาค ผ่าน MPAC 2025 และ ACMECS Master Plan ซึ่งมีเป้าหมายเดียวกันกับ BRI บนพื้นฐานของความไว้เนื้อเชื่อใจกัน ความโปร่งใส การเปิดกว้างและครอบคลุมทุกภาคส่วน และการเคารพกฏหมายระหว่างประเทศ

2. ขยายความร่วมมือเพื่อส่งเสริมนโยบายประเทศไทย 4.0 นโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่จะเชื่อมต่อกับระเบียงเศรษฐกิจในอนุภูมิภาค และการยกระดับสถานะไทยสู่การเป็นศูนย์กลางทางโลจิสติกส์ คมนาคม และการขนส่งของอาเซียน และเป็นประตูสู่อาเซียนของจีน

3. ผลักดันให้จีนใช้ประโยชน์จากศักยภาพของ ACMECS ในการเป็นตัวเชื่อมจีนและอาเซียน และส่งเสริมความเชื่อมโยงอย่างไร้รอยต่อระหว่างกรอบความร่วมมือระหว่างมณฑลกวางตุ้ง - ฮ่องกง - มาเก๊า (Greater Bay Area - GBA) และกรอบความร่วมมือพื้นที่สามเหลี่ยมลุ่มแม่น้ำจูเจียง (Pan - Pearl River Delta - PPRD) กับ EEC

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีจะได้พบปะหารือกับผู้นำระดับสูงของจีน ได้แก่ ประธานาธิบดีสี จิ้น ผิง นายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อ เฉียง และ รองนายกรัฐมนตรีหาน เจิ้งด้วย โดยนายกรัฐมนตรีจะหารือถึงแนวทางการกระชับความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ การสานต่อและผลักดันความร่วมมือทวิภาคี โดยเฉพาะความเชื่อมโยงความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและดิจิทัล การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึงความร่วมมือจีน – ญี่ปุ่น ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) การส่งเสริมความร่วมมือระหว่างไทยกับจีนในอนุภูมิภาคและภูมิภาค ย้ำถึงความสำคัญของบทบาทที่สร้างสรรค์ของจีนในภูมิภาค และการดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนของประเทศไทย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง