ข่าวอินโฟเควสท์
18:49 "อีไลจาห์ คัมมิ่งส์" ประธานคณะกรรมการสอบสวนของสภาคองเกรสสหรัฐ เสียชีวิตแล้ววันนี้ด้วยวัย 68 ปี   สื่อต่างประเทศรายงานว่า นายอีไลจาห์ คัมมิ่งส์ …
18:43 ราคาทองฟิวเจอร์ปรับตัวลง นักลงทุนขายสินทรัพย์ปลอดภัยหลังอังกฤษ-EU บรรลุข้อตกลง Brexit   ราคาทองฟิวเจอร์ปรับตัวลงในวันนี้ เนื่องจากนักลงทุนลดควา…
18:34 แถลงการณ์สำนักพระราชวัง กรมสมเด็จพระเทพฯ พระอันตะอักเสบ ประทับรักษา ณ รพ.จุฬาลงกรณ์   สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์ เรื่อง สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้…
18:33 ราคาน้ำมัน WTI ลดลง 53 เซนต์ หลังตลาดคาดสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐพุ่ง   สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้า WTI ปรับตัวลงในวันนี้ หลังจากมีรายงานคาดการณ์ว่า สต็อก…
18:32 ภาวะตลาดหุ้นอินเดีย: หุ้นการเงินหนุนดัชนี Sensex ปิดพุ่ง 453.07 จุด   ดัชนี Sensex ตลาดหุ้นอินเดียปิดตลาดวันนี้พุ่งสูงขึ้น เนื่องจากได้รับปัจจั…

พาณิชย์แนะผู้ส่งออกไทยใช้ประโยชน์จาก JTEPA และ AJCEP ช่วยทดแทนส่งออกไปญี่ปุ่นหลังถูกตัด GSP

ข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- อังคารที่ 30 เมษายน 2562 14:52:19 น.

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ญี่ปุ่นได้ประกาศตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (GSP) กับไทยตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.62 ที่ผ่านมา เนื่องจากในช่วงปี 2556-2558 ไทยเป็นประเทศที่มีรายได้ประชาชาติต่อหัวอยู่ในเกณฑ์ปานกลางระดับสูง แต่เชื่อว่าจะไม่มีผลกระทบต่อผู้ส่งออกของไทย เนื่องจากปัจจุบันผู้ส่งออกหันมาใช้สิทธิประโยชน์จากเอฟทีเอ 2 ฉบับ ได้แก่ ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (JTEPA) และความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียน-ญี่ปุ่น (AJCEP) ซึ่งให้สิทธิประโยชน์มากกว่า

ทั้งนี้ ในปี 2561 ไทยใช้สิทธิประโยชน์จาก JTEPA และ AJCEP รวมมูลค่ากว่า 7,566 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นกว่า 9% จากปีที่ผ่านมา คิดเป็นสัดส่วน 30.3% ของมูลค่าการส่งออกรวมไปญี่ปุ่น ในขณะที่มีการส่งออกโดยใช้สิทธิ GSP เพียง 7.85 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็น 0.03% ของมูลค่าการส่งออกรวมไปญี่ปุ่น มีเพียงสินค้าซอร์บิทอลที่เคยได้ GSP แต่ไม่อยู่ในรายการลดภาษีภายใต้ JTEPA และ AJCEP

โดยในปีที่ผ่านมา ไทยส่งออกไปญี่ปุ่น เพียง 1.5 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 0.006% ของมูลค่าการส่งออกรวมไปญี่ปุ่น ซึ่งจากสิทธิประโยชน์ดังกล่าว ทำให้การส่งออกสินค้าไปญี่ปุ่นของไทย ขยายตัวกว่า 52% เมื่อเทียบกับปี 2549 ก่อนที่ไทยจะมีเอฟทีเอกับญี่ปุ่น

นางอรมน กล่าวว่า สำหรับความตกลง JTEPA มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.50 โดยญี่ปุ่นลดภาษีศุลกากรให้ไทยเหลือศูนย์กว่า 88.1% ของรายการสินค้าทั้งหมด เช่น สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ปิโตรเลียมและพลาสติก อัญมณีและเครื่องประดับ กุ้งสดและแช่แข็ง ผักและผลไม้แปรรูป ผลไม้เมืองร้อน เป็นต้น ส่วนความตกลง AJCEP มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.52 ซึ่งญี่ปุ่นลดภาษีศุลกากรให้ไทยเป็นศูนย์แล้วกว่า 87.1% ของรายการสินค้าทั้งหมด เช่น ผักและผลไม้สดและแห้ง ซอสเครื่องแกง สิ่งทอเครื่องนุ่งห่ม อัญมณีและเครื่องประดับ และชิ้นส่วนอุปกรณ์ เป็นต้น ซึ่งผลจากเอฟทีเอทั้ง 2 ฉบับ ทำให้การส่งออกสินค้าไปญี่ปุ่น ในปี 2561 เพิ่มขึ้น 13% จากปี 2560

ทั้งนี้ ญี่ปุ่นถือเป็นคู่ค้าอันดับ 2 ของไทย รองจากจีน โดยในปี 2561 การค้ารวมระหว่างไทยกับญี่ปุ่นมีมูลค่า 60,201 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 11.24% จากปี 2560 โดยไทยส่งออกไปญี่ปุ่น 24,942 ล้านเหรียญสหรัฐ เช่น รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ไก่แปรรูป เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่องจักรกล เครื่องคอมพิวเตอร์อุปกรณ์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์พลาสติก เม็ดพลาสติก เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบอื่นๆ และอาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป เป็นต้น

ขณะที่ไทยนำเข้าจากญี่ปุ่น 35,259.6 ล้านเหรียญสหรัฐ เช่น เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ ส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ แผงวงจรไฟฟ้า สินแร่โลหะอื่นๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ และเครื่องมือเครื่องใช้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ เป็นต้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง