ข่าวอินโฟเควสท์
01:46 "ทรัมป์"เปิดศึกดรามา หลังแข้งสาวสหรัฐลั่นไม่ไปทำเนียบขาว   ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เปิดศึกวิวาทะกับเมแกน ราปิโน กองหน้าทีมแข้งสาวสหรัฐ โดยผู้…
00:56 ผู้นำสูงสุดอิหร่านเมินข้อเสนอเจรจา"ทรัมป์"   อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมนี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ปฏิเสธข้อเสนอของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ในการเจรจ…
00:44 เจ้าหน้าที่รัสเซียวิสามัญฯสมาชิก IS ขณะมีแผนก่อเหตุโจมตี   สำนักงานความมั่นคงรัฐบาลกลางรัสเซีย (FSB) เปิดเผยว่า FSB สามารถสังหารผู้ต้องสงสัยราย…
00:28 สื่อเผยบาดเจ็บสาหัส 4 ราย หลังเกิดเหตุระเบิดใจกลางกรุงเวียนนา   สื่อรายงานว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 4 ราย หลังเกิดเหตุระเบิดใจกลางกรุงเวียนนา…
00:13 ญี่ปุ่นคุมเข้มประชุม G20 ห้ามใช้ถังขยะ,ตู้ล็อคเกอร์ หวั่นเป็นเครื่องมือก่อการร้าย   เจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นเพิ่มความเข้มงวดในการรักษาความปลอดภัยในนค…

(เพิ่มเติม) สภาผู้ส่งออก ปรับคาดการณ์ส่งออกปีนี้โต 3% หลัง Q1/62 หดตัว -1.6% ติดตามหลายปัจจัยเสี่ยง

ข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พฤหัสบดีที่ 2 พฤษภาคม 2562 12:14:49 น.

สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) หรือสภาผู้ส่งออก ปรับลดคาดการณ์การส่งออกไทยปี 62 เหลือโต 3% จากเดิมที่เคยคาดโต 5% บนสมมติฐานค่าเงินบาท 33.0 (บวก/ลบ 0.5) บาทต่อเหรียญสหรัฐฯ (อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 30 เม.ย. 62 = 31.97 เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 31.7 – 32.1 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯ)

หลังจากการส่งออกเดือนมี.ค. 62 มีมูลค่า 21,440.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หดตัว -4.9% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน (YoY) การส่งออกในรูปเงินบาทเท่ากับ 663,225 ล้านบาท หดตัว -5.6% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน (YoY) ในขณะที่การนำเข้าในเดือนมีนาคม 2562 มีมูลค่า 19,436 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หดตัว -7.6% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน (YoY) ส่งผลให้ ภาพรวมช่วงเดือนม.ค.- มี.ค.2562 ไทยส่งออกรวมมูลค่า 61,988 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หดตัว -1.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) คิดเป็นมูลค่าการส่งออกในรูปเงินบาทที่ 1,975,838 ล้านบาท หดตัว -2.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY)

"ปีนี้คงยากที่จะได้เห็นการส่งออกขยายตัวได้ 5% หลังจากตัวเลขในไตรมาสแรกออกมาติดลบ 1.6%" น.ส.กัณญภัค ตันติพิพัฒนพงศ์ ประธานสภาผู้ส่งออก กล่าว

สำหรับตัวเลขการส่งออกในเดือน เม.ย.62 ที่มีวันหยุดหลายวัน หากสามารถรักษาระดับการส่งออกให้มีมูลค่า 1.9 หมื่นล้านดอลลาร์ใกล้เคียงกับปีก่อนได้ก็จะช่วยให้สถานการณ์ส่งออกในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้ขยายตัวได้ดีกว่าไตรมาสแรก

สำหรับความเสี่ยงที่อาจเป็นอุปสรรคสำคัญ ประกอบด้วย 1) เศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลง ทำให้กระทบกำลังซื้อ สอดคล้องกับองค์การการค้าโลก (WTO) ประเมินว่าการค้าโลกเริ่มชะลอตัวลงชัดเจน

2) มูลค่าการส่งออกของเวียดนามที่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในตลาดสหภาพยุโรปซึ่งเป็นตลาดศักยภาพของไทย แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการแข่งขันที่ปรับเพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งเนื่องจากสินค้าส่งออกจากไทยและเวียดนามเป็นสินค้าที่มีความใกล้เคียงกันจนสามารถเป็นสินค้าทดแทนได้ จากความได้เปรียบทางด้านภาษีจากทั้ง GSP และ FTA

3) ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับช่วงที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการอ่อนค่าตามทิศทางภูมิภาค หลังดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่ามากขึ้นเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักทั้งหมด ซึ่งผู้ประกอบการหลายอุตสาหกรรมยังคงได้รับผลกระทบจากความผันผวน

4) ปรากฏการณ์เอลนินโญ่ ทำให้เกิดภัยแล้งซึ่งเป็นที่น่ากังวลต่อสินค้าเกษตรในกลุ่มพืชระยะสั้น แต่กลุ่มพืชยืนต้นจะยังไม่ได้รับผลกระทบเนื่องจากติดดอกมาจากในฤดูกาลที่แล้ว และ 5) แนวโน้มการปรับขึ้นค่าแรงอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนผู้ประกอบการขนาดเล็กที่ยังไม่สามารถปรับตัวได้

ทั้งนี้ สรท. มีข้อเสนอแนะที่สำคัญต่อรัฐบาลใหม่ ประกอบด้วย 1) ภาครัฐควรสนับสนุนให้ไทยเป็นศูนย์กลางในการส่งออกสินค้าและการแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรของภูมิภาค ซึ่งปัจจัยของการปรับปรุงเรื่องกฎระเบียบการค้าให้เหมาะสม ลดขั้นตอนทางกฎหมายที่มีความซ้ำซ้อนออก (Regulatory Guillotine) รวมถึงขั้นตอนการขออนุญาตให้นำเข้าวัตถุดิบเพื่อนำมาผลิตแล้วส่งออก ทั้งนี้ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการให้สามารถส่งออกและส่งเสริมให้เขตเศรษฐกิจพิเศษ EEC เป็นฐานการผลิตของภูมิภาคได้อย่างแท้จริง

2) ความแปรปรวนจากทางด้านภูมิอากาศที่ร้อนจัดก่อให้เกิดภัยแล้งในปัจจุบัน ภาครัฐควรสนับสนุนให้เกษตรกรจัดการพื้นที่ในการปลูกพืชตามความเหมาะสมในแต่ละพื้นที่ (Agriculture Zoning) รวมถึงการทำเกษตรพันธะสัญญา (Contract Farming) ซึ่งจะเป็นผลดีต่อทั้งเกษตรกรและผู้ส่งออกสินค้าเกษตร เนื่องจากจะทำให้ได้สินค้าที่มีคุณภาพดี และการจัดการความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาสินค้าเกษตรได้ และ 3) ภาครัฐควรเร่งจัดกิจกรรม Roadshow เพื่อพานักธุรกิจไทยไปเปิดตลาดและเจรจาการค้าระหว่างประเทศเพิ่มมากขึ้น