ข่าวอินโฟเควสท์
00:34 บอนด์ยีลด์สหรัฐปรับตัวลง ก่อน"ทรัมป์-สี จิ้นผิง"พบปะนอกรอบ G20 สัปดาห์นี้   อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวลงในวันนี้ ก่อนการพบปะกันระห…
00:28 ราคาทองฟิวเจอร์พุ่งกว่า 1% ทำนิวไฮ 6 ปีใกล้แตะ 1,420 ดอลลาร์   ราคาทองฟิวเจอร์พุ่งขึ้นกว่า 1% แตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 6 ปี ใกล้ระดับ 1,420 ดอล…
23:55 "ทรัมป์"ลงนามคำสั่งประธานาธิบดีคว่ำบาตรอิหร่าน ตอบโต้ยิงโดรนสหรัฐ   ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ลงนามในคำสั่งประธานาธิบดีวันนี้เพื่อทำการคว่ำบาตร…
23:30 เจ้าหน้าที่สั่งปิดกั้นทำเนียบขาว หลังมีผู้พบเห็นพัสดุต้องสงสัย   เจ้าหน้าที่สั่งปิดกั้นการเข้าออกทำเนียบขาวในวันนี้ หลังจากมีผู้พบเห็นพัสดุต้อง…
23:13 ราคาน้ำมัน WTI ปรับตัวลงวันนี้ ขณะวิตกอุปสงค์น้ำมัน   สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้า WTI ปรับตัวลงในวันนี้ ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับอุปสงค์น้ำมัน หลังจ…

BAY คาดกรอบเงินบาทสัปดาห์นี้ 31.50-31.85 จับตาสงครามการค้ากดดันดอลลาร์อ่อนค่า

ข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- จันทร์ที่ 13 พฤษภาคม 2562 17:46:47 น.

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (BAY) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 31.50-31.85 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับระดับปิดแข็งค่าที่ 31.57 บาท/ดอลลาร์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลังเงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 6 สัปดาห์ ขณะที่ภาพทางการเมืองของไทยชัดเจนมากขึ้น สวนทางกับค่าเงินหยวนซึ่งร่วงลงต่ำสุดในรอบ 4 เดือน

ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาดหุ้นไทย 6.3 พันล้านบาท แต่ซื้อพันธบัตร 1.0 พันล้านบาท ด้านเงินดอลลาร์อ่อนค่าต่อเนื่องเทียบกับเงินยูโรและเยน ซึ่งแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 3 เดือน ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงทุกช่วงอายุ

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ กรุงศรี มองว่า ความกังวลเรื่องสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนในรอบนี้ ไม่เพียงแต่ส่งผลลบต่อเงินหยวน แต่กลับมากดดันค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ให้อ่อนลงด้วย ซึ่งเป็นปฏิกิริยาที่แตกต่างจากปี 2561 ในครั้งนั้นดอลลาร์ยังได้แรงหนุนจากวัฎจักรการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)

ทั้งนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐกล่าวว่าไม่รีบร้อนที่จะลงนามในข้อตกลงทางการค้ากับจีน โดยสหรัฐฯ เริ่มปรับขึ้นอัตราภาษีนำเข้าเป็น 25% จาก 10% สำหรับสินค้าจีนมูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์ และรัฐบาลจีนประกาศจะตอบโต้ นอกจากนี้ ช่วงกลางสัปดาห์ตลาดจะให้ความสนใจกับข้อมูลยอดค้าปลีกของสหรัฐฯ หลังจากดัชนีราคาผู้บริโภคออกมาต่ำกว่าคาด

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติด้วยเสียงเอกฉันท์ให้ตรึงดอกเบี้ย โดยระบุว่าภาวะการเงินยังเอื้อต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ แต่ยังคงต้องติดตามความเสี่ยงต่อเสถียรภาพระบบการเงิน เช่น กรณีการก่อหนี้ของภาคครัวเรือน ส่วนความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและปัจจัยในประเทศยังมีอยู่มาก และ กนง.ต้องการรอประเมินผลกระทบต่างๆ ให้ชัดเจนมากขึ้น โดยทางการประเมินว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มเติบโตต่ำกว่าที่ประเมินไว้ที่ 3.8% ตามการส่งออกสินค้าและการลงทุนที่ชะลอลง ขณะที่อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มใกล้เคียงกับขอบล่างของกรอบเป้าหมายที่ 1-4%

สำหรับเงินบาท กนง.คาดว่ายังเคลื่อนไหวสอดคล้องกับสกุลเงินภูมิภาค แต่อัตราแลกเปลี่ยนยังมีแนวโน้มยังผันผวน อนึ่ง การยืนยันว่าไทยจะไม่ปรับดอกเบี้ยตามต่างประเทศ แต่จะพิจารณาจากปัจจัยในประเทศเป็นหลัก สนับสนุนมุมมองของเราที่ว่า กนง.จะคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ตลอดปี 2562 แม้หลายประเทศ อาทิ อินเดีย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ ได้ลดดอกเบี้ยไปแล้วก็ตาม โดยทิศทางดังกล่าวอาจหนุนค่าเงินบาทอีกทางหนึ่ง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง