ข่าวอินโฟเควสท์
19:25 "มอร์แกน สแตนลีย์"เผยกำไร,รายได้สูงกว่าคาดในไตรมาส 2   มอร์แกน สแตนลีย์เปิดเผยว่า ทางธนาคารมีกำไรและรายได้ในไตรมาส 2 สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดก…
19:15 สหรัฐ-จีนเตรียมต่อสายตรงเจรจาการค้ารอบใหม่วันนี้   นายสตีเวน มนูชิน รมว.คลังสหรัฐ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐและจีนจะเจรจาการค้าในวันนี้ ผ่านทางก…
19:15 BBL และบ.ย่อย ไตรมาส 2/62 กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 9.34 พันลบ.   ธนาคารกรุงเทพ (BBL) รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2562 ธนาคารกรุงเทพและบริษัทย…
18:49 EU สั่งปรับ"ควอลคอมม์" 242 ล้านยูโร ข้อหาสกัดคู่แข่งในตลาด   คณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ซึ่งเป็นองค์กรบริหารของสหภาพยุโรป (EU) สั่งปรับบริษัทควอลค…
18:33 CAZ ลงนามสัญญาโครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือและสถานีรับ-จ่ายก๊าซธรรมชาติเหลว มูลค่า 643.68 ลบ.   บมจ. ซี เอ แซด (CAZ) แจ้งว่า บริษัทฯ ได้ลงนามในสั…

(เพิ่มเติม) ภาวะตลาดเงินบาท: เปิด 31.23/24 แนวโน้มแกว่งแคบ รอปัจจัยใหม่ มองกรอบวันนี้ 31.20-31.35

ข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พฤหัสบดีที่ 13 มิถุนายน 2562 11:42:29 น.
นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้อยู่ที่ระดับ 31.23/24 บาท/ดอลลาร์ ทรงตัวจาก
เย็นวานนี้ที่ปิดตลาดที่ระดับ 31.23 บาท/ดอลลาร์
วันนี้คาดว่าเงินบาทยังเคลื่อนไหวในกรอบแคบ เนื่องจากยังไม่มีปัจจัยสำคัญที่จะมีผลต่อค่าเงินมากนัก ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลตัว
เลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ รวมถึงการเมืองในประเทศเอง ที่ยังอยู่ระหว่างรอดูหน้าตาของคณะรัฐมนตรีชุดใหม่
"วันนี้คาดว่าเงินบาทจะทรงๆ ไม่มีปัจจัยอะไรสำคัญมากนัก" นักบริหารเงินระบุ
นักบริหารเงิน คาดว่า วันนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 31.20-31.35 บาท/ดอลลาร์
THAI BAHT FIX 3M (12 มิ.ย.) อยู่ที่ระดับ 1.68567% ส่วน THAI BAHT FIX 6M อยู่ที่ระดับ 1.66919%
SPOT ล่าสุดอยู่ที่ระดับ 31.2375 บาท/ดอลลาร์
* ปัจจัยสำคัญ
- เงินเยนอยู่ที่ระดับ 108.30 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 108.25 เยน/ดอลลาร์
- เงินยูโรอยู่ที่ระดับ 1.1295 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 1.1327 ดอลลาร์/ยูโร
- อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทต่อดอลลาร์ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท.อยู่ที่ระดับ 31.2450 บาท/
ดอลลาร์
- กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วงสิ้นเดือน มิ.ย.นี้ ศูนย์วิจัยฯ เตรียมปรับประมาณ
การอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ลงจากปัจจุบันที่ 3.7% และส่งออกจะปรับลดลงเช่นเดียวกัน จากปัจจุบันที่คาดว่าขยายตัว
3.2% เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาทั้งเศรษฐกิจและการส่งออกยังชะลอตัว และมีแนวโน้มชะลอลงต่อเนื่อง ทำให้ต้องจับตามองรัฐบาลใหม่จะ
เข้ามาสร้างความเชื่อมั่นลงทุนได้อย่างไร และติดตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ การเบิกจ่ายงบประมาณ และความไม่แน่นอนจากสงคราม
การค้าระหว่างสหรัฐและจีนด้วย
- "สมคิด" หารือ "เจโทร" ดึงธุรกิจญี่ปุ่นลงทุนไทย หนีสงครามการค้า สั่ง "บีโอไอ" เพิ่มสิทธิประโยชน์ "ทูตพาณิชย์"
เผย 5 บริษัทยักษ์ใหญ่ญี่ปุ่นย้ายฐานจากจีนมาไทย ทั้งพานาโซนิค-โตชิบา-ชาร์ป-ฟูจิตสึ-ไดกิ้น หวังใช้ไทยเป็นฐานผลิตส่งออกไปสหรัฐ
- ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) และ ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เตือนว่า ความขัดแย้ง
ทางการค้าระหว่างสหรัฐและประเทศคู่ค้า เช่น จีนและสหภาพยุโรป (EU) จะทำให้เกิดผลกระทบต่อทุกฝ่าย และสถานการณ์จะเลวร้ายลง
- กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เพิ่มขึ้นเพียง 0.1% ในเดือนพ.ค. เมื่อเทียบรายเดือน
สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ หลังจากเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนเม.ย. โดยดัชนี CPI เดือนพ.ค.ได้แรงหนุนจากการดีดตัว
ขึ้นของราคาอาหาร แต่ถูกกดดันจากการร่วงลงของราคาน้ำมัน
- ดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (12 มิ.ย.) ขณะที่นัก
ลงทุนจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในสัปดาห์หน้า ท่ามกลางกระแสคาดการณ์ที่ว่า เฟดจะคงอัตรา
ดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้
- สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (12 มิ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อสัญญาทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย
หลังจากตลาดหุ้นสหรัฐอ่อนแรงลง นอกจากนี้ สถานการณ์ตึงเครียดด้านการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ยังเป็นอีกปัจจัยที่กระตุ้นให้นักลงทุนเข้า
ซื้อทองคำเช่นกัน
- ข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่นๆของสหรัฐที่มีกำหนดเปิดเผยในสัปดาห์นี้ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ราคา
นำเข้าและราคาส่งออกเดือนพ.ค., ยอดค้าปลีกเดือนพ.ค., การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนพ.ค., สต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเดือนเม.
ย. และความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นต้นเดือนมิ.ย.
- นักลงทุนจับตาการประชุมเฟดในวันที่ 18-19 มิ.ย. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่า เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้ง
นี้ อย่างไรก็ดี FedWatch ซึ่งเป็นเครื่องมือวิเคราะห์ภาวะการซื้อขายสัญญาฟิวเจอร์อัตราดอกเบี้ยสหรัฐของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลง
ทุนคาดการณ์ว่า มีโอกาส 79% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างเร็วที่สุดในเดือนก.ค. และมีโอกาส 90% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย
ในเดือนก.ย.
- นักลงทุนยังคงจับตาสถานการณ์การค้าระหว่างสหรัฐกับจีนอย่างใกล้ชิด หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ว่าหากปธน.
สี จิ้นผิง ไม่เข้าร่วมการประชุมสุดยอด G20 ในเดือนนี้ สหรัฐก็จะเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมต่อสินค้านำเข้าจากจีน พร้อมกับเตือนว่า สหรัฐจะ
เก็บภาษีต่อสินค้านำเข้าจากจีนอีก 3 แสนล้านดอลลาร์ หากสหรัฐไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกับจีนในไม่ช้า
ข่าวที่เกี่ยวข้อง