ข่าวอินโฟเควสท์
15:43 บลจ.วรรณ ออก Alternative Fund ลุ้นรับผลตอบแทนสูงสุด 5.5% ภายใน 1 ปี ขาย 30 ก.ค.-1 ส.ค.   นายพจน์ หะริณสุต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.วรรณ เปิด…
15:42 บลจ.ไทยพาณิชย์ มองหุ้นไทยช่วง H2/62 บวกรับเงินไหลเข้า-นโยบายกระตุ้นศก.แนะจัดพอร์ตกระจายลงทุนหุ้นคุณภาพสูง   นางนันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส รองกรร…
15:41 อังกฤษเสนอแผนป้องกันภัยการเดินเรือบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ   อังกฤษได้เสนอแผนการปฏิบัติภารกิจทางทะเลภายใต้การนำโดยประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) เพื่อ…
15:34 กรอ.ผนึก 7 หน่วยงานคุมเข้มนำเข้า-ส่งออกสารโซเดียมไซยาไนด์ หวั่นลักลอบใช้เป็นสารตั้งต้นผลิตยาเสพติด   นายทองชัย ชวลิตพิเชฐ อธิบดีกรมโรงงานอุตสาห…
15:31 "ทรัมป์"เล็งจ่าย 15 ดอลล์ต่อเอเคอร์ชดเชยให้เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า   นายซอนนี เพอร์ดู รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรสหรัฐเปิดเผยว่า รัฐบาล…

(เพิ่มเติม) สศค.เผยเศรษฐกิจไทย พ.ค.ได้ปัจจัยหนุนจากบริโภคภาคเอกชน-ภาคเกษตรพลิกกลับมาขยายตัว ท่องเที่ยว-ส่งออกยังชะลอ

ข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พฤหัสบดีที่ 27 มิถุนายน 2562 17:08:43 น.

นายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน ในฐานะโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยรายงานภาวะเศรษฐกิจการคลังประจำเดือนพฤษภาคม 2562 พบว่า การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในเดือนพฤษภาคม 2562 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการบริโภคภาคเอกชน สะท้อนจากยอดการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มซึ่งขยายตัวสูงถึง 5.0% ต่อปี ในขณะที่การลงทุนภาคเอกชนและการส่งออกสินค้ามีสัญญาณชะลอตัว

สำหรับเศรษฐกิจไทยด้านอุปทาน ภาคการเกษตรสามารถพลิกกลับมาขยายตัวได้ ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยวชะลอตัว สำหรับเสถียรภาพเศรษฐกิจยังอยู่ในระดับมั่นคง

โฆษก สศค. กล่าวว่า เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชนขยายตัวได้ในภาพรวม สะท้อนได้จากการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งขยายตัว  5.0% ต่อปี ขณะที่การบริโภคสินค้าคงทนสะท้อนจากปริมาณจำหน่ายรถยนต์นั่งขยายตัวเล็กน้อยที่ 1.3% ต่อปี อย่างไรก็ตาม ปริมาณรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ชะลอตัวที่ -3.8% และปริมาณการนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคชะลอตัวที่ -1.2% ต่อปี พร้อมกับดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ปรับตัวลดลงอยู่ที่ระดับ 64.8

เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการลงทุนภาคเอกชนชะลอตัวเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า แต่พบว่าหลายเครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชนปรับตัวดีขึ้นเทียบกับเดือนก่อนหน้า ทั้งนี้ การลงทุนภาคเอกชนในหมวดเครื่องมือเครื่องจักร สะท้อนจากปริมาณจำหน่ายรถยนต์เชิงพาณิชย์ขยายตัว 5.2% ต่อปีตามการขยายตัวของปริมาณจำหน่ายรถกระบะ 1 ตัน ขณะที่ปริมาณการนำเข้าสินค้าทุน

ชะลอตัวที่ -6.9% ต่อปี สำหรับการลงทุนภาคเอกชนในหมวดก่อสร้าง สะท้อนจากปริมาณจำหน่ายปูนซีเมนต์ภายในประเทศชะลอตัวที่ -3.1% ต่อปี ภาษีการทำธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัวที่ -15.0 ต่อปี อย่างไรก็ตาม ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างขยายตัวที่ 0.3% ต่อปี

ภาคการค้าระหว่างประเทศยังคงชะลอตัวต่อเนื่อง โดยมูลค่าการส่งออกสินค้าในรูปเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ ชะลอตัวที่ -5.8% ต่อปี โดยมูลค่าการส่งออกไปประเทศจีนชะลอตัวที่ -7.2% ต่อปี และการส่งออกไปยังภูมิภาคอาเซียนชะลอตัวที่ -10.2% ต่อปี อย่างไรก็ตาม มูลค่าการส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกาขยายตัวที่ 7.8% ต่อปี สำหรับมูลค่าการนำเข้าสินค้าชะลอตัวอยู่ที่ -0.6% ต่อปี

ทั้งนี้ดุลการค้าในเดือนพฤษภาคม 2562 กลับมาเกินดุลที่มูลค่า 0.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

เครื่องชี้เศรษฐกิจไทยด้านอุปทานพบว่า ภาคการเกษตรสามารถพลิกกลับมาขยายตัวได้ ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยวชะลอตัว โดยดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตรขยายตัว 0.6% ต่อปี จากหมวดพืชผลสำคัญขยายตัว 1.1% ต่อปี และหมวดปศุสัตว์ขยายตัว 1.5% ต่อปี สำหรับดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมชะลอตัวอยู่ที่ -4.0% ต่อปี ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมอยู่ที่ระดับ 95.9 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า สำหรับภาคการท่องเที่ยวสะท้อนจากนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่เดินทางเข้าประเทศไทยในเดือนพฤษภาคม 2562 มีจำนวน 2.73 ล้านคน ชะลอตัวที่ -1.0% ต่อปี ซึ่งเป็นผลจากนักท่องเที่ยวชาวจีนเป็นสำคัญ ทำให้รายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติมีมูลค่ารวม 134,560 ล้านบาท ชะลอตัว -1.0% ต่อปี อย่างไรก็ตาม ภาคการท่องเที่ยวได้รับปัจจัยสนับสนุนจากนักท่องเที่ยวประเทศอื่นๆ ที่ขยายตัวได้ดี เช่น มาเลเซีย อินเดีย และญี่ปุ่น เป็นต้น

เสถียรภาพเศรษฐกิจภายในประเทศยังอยู่ในเกณฑ์ดี สะท้อนจากอัตราเงินเฟ้อทั่วไป อยู่ที่ 1.1% ต่อปี ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 0.5% ต่อปี สำหรับอัตราการว่างงานอยู่ที่ 1.1% ของกำลังแรงงาน สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP ณ สิ้นเดือนเมษายน 2562 อยู่ที่ 42.0% ต่อ GDP ซึ่งอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลังที่ตั้งไว้ตาม พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 สำหรับเสถียรภาพภายนอกยังอยู่ในระดับมั่นคง และสามารถรองรับความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้ สะท้อนจากทุนสำรองระหว่างประเทศ ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม 2562 อยู่ในระดับสูงที่ 210.0 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง