ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 30.64/66 เคลื่อนไหวกรอบแคบ ไม่มีปัจจัยส่งผลต่อตลาด คาดกรอบพรุ่งนี้ 30.50-30.70

ข่าวเศรษฐกิจ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 17:31 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า เงินบาทปิดตลาดเย็นนี้อยู่ที่ระดับ 30.64/66 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าจากช่วง เช้าที่เปิดตลาดที่ระดับ 30.57 บาท/ดอลลาร์

วันนี้เงินบาทยังเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบ เนื่องจากยังไม่มีปัจจัยที่มีผลต่อค่าเงินบาทมากนัก แม้กระทั่งการเมืองในประเทศ เรื่องความชัดเจนของรายชื่อคณะรัฐมนตรี ทั้งนี้ นักลงทุนรอดูตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนมิ.ย.ของสหรัฐ ที่จะประกาศในคืนวัน ศุกร์นี้

อย่างไรก็ดี จากที่หลายสำนักออกมาประเมินว่าเงินบาทมีโอกาสจะแข็งค่าหลุดระดับ 30 บาท/ดอลลาร์นั้น มองว่าคงยังไม่ใช่ ในระยะอันใกล้นี้

นักบริหารเงิน คาดว่า พรุ่งนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 30.50-30.70 บาท/ดอลลาร์

  • ปัจจัยสำคัญ
  • เงินเยนอยู่ที่ระดับ 107.75/78 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 107.73 เยน/ดอลลาร์
  • เงินยูโรอยู่ที่ระดับ 1.1286/1287 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าที่ระดับ 1.1294 ดอลลาร์/ยูโร
  • ดัชนี SET ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,724.37 จุด ลดลง 14.14 จุด (-0.81%) มูลค่าการซื้อขาย 88,849 ล้านบาท
  • สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติซื้อสุทธิ 1,615.60 ลบ.(SET+MAI)
  • ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค เดือน มิ.ย.62
พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคอยู่ที่ระดับ 76.4 จาก 77.7 ในเดือนพ.ค. เป็นการปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 ต่ำสุดใน
รอบ 21 เดือน จากความกังวลสถานการณ์การเมืองในประเทศ ซึ่งถือว่าน่ากังวล เพราะอยู่ในสถานการณ์หัวเลี้ยวหัวต่อ หากไม่มีปัจจัย
ด้านบวกเข้ามาช่วยอาจจะทำให้เศรษฐกิจไทยซึมตัวต่อเนื่องได้
  • ม.หอการค้าไทย ยังคงประเมินว่า ในปีนี้เศรษฐกิจไทยจะเติบโตในระดับ 3.5% หรือในกรอบ 3.3-3.8% โดยเศรษฐกิจ
ไทยครึ่งปีแรก เติบโตได้ 2.9-3% ส่วนครึ่งปีหลัง คาดว่าจะเติบโตได้ 4% ขณะที่มองว่าการส่งออกไทยปีนี้ จะเติบโตเพียง 0.5% และ
อัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ระดับ 1%
  • ประธานเจ้าหน้าที่ด้านโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) เปิดเผยว่า ธนาคารมองแนวโน้มค่าเงินบาทมี
โอกาสแข็งค่าหลุด 30 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯได้ หากการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในช่วงปลายเดือนนี้มีการปรับลดอัตรา
ดอกเบี้ยสหรัฐฯลงตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ หลังจากเฟดส่งสัญญาณว่ามีโอกาสปรับลดอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯลงได้ หลังภาวะเศรษฐกิจเริ่ม
ชะลอตัว ส่งผลให้จะมีกระแสเงินทุนไหลเข้ามาในภูมิภาคเอเชียมากขึ้น โดยเฉพาะภูมิภาคอาเซียนซึ่งนักลงทุนส่วนใหญ่มองว่าตลาดเกิดใหม่
ในภูมิภาคอาเซียนเป็นแหล่งพักเงินที่มีความปลอดภัย โดยเฉพาะในประเทศไทย อินโดนีเซีย และฟิลลิปปินส์ ซึ่งจะมีกระแสเงินทุนไหลเข้า
ในตลาดหุ้นและตลาดพันบัตร ทำให้ค่าเงินในภูมิภาคแข็งค่าขึ้น
  • ธนาคารกรุงไทย ประเมินการเติบโตของเศรษฐกิจไทยปีนี้ที่ 3.3% และปีหน้าโต 3.6% โดยปรับลดประมาณการปีนี้ลงจาก
ที่ประเมินไว้เดิม 3.8% หลังสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีนทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้การค้าระหว่างประเทศและการลงทุนภาค
เอกชนชะลอตัว เผยนโยบายการเงินทั่วโลกจะผ่อนคลายลง ทุกธนาคารกลางพร้อมใช้นโยบายการเงิน เพื่อรับมือกับปัญหาภาวะเศรษฐกิจ
ขาลงที่มาพร้อมกับเงินเฟ้อระดับต่ำ ส่งผลบาทแข็ง แนะจับตาการเบิกจ่ายงบประมาณรัฐ ทั้งในส่วนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และงบ
ประมาณประจำปี 2563
  • สื่อต่างประเทศรายงานเกี่ยวกับสถานการณ์ภายหลังจากที่นางคริสติน ลาการ์ด ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่าง
ประเทศ (IMF) ได้รับการเสนอชื่อให้ทำหน้าที่ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) คนใหม่ว่า ที่ผ่านมา ตำแหน่งผอ. IMF มักจะตกเป็น
โควต้าของตัวแทนจากยุโรป แต่ก็อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของเอเชีย

เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ