ข่าวอินโฟเควสท์
16:23 ตลาดหุ้น A-shares จีนแข็งแกร่งรับเงินทุนต่างชาติไหลเข้าเพิ่มขึ้น จากอานิสงส์ตลาดหุ้นถูกคำนวณในดัชนีโลก   ปริมาณเงินทุนไหลเข้าของต่างชาติสู่ตลาด…
16:15 (เพิ่มเติม2) คมนาคมชงรถไฟฟ้าสีส้มฝั่ง ตต.บางขุนนนท์- ศูนย์วัฒธรรมเข้าครม.เศรษฐกิจ แต่ยังถกไม่จบรอพิจารณาต่อสัปดาห์หน้า   รายงานข่าวจากทำเนียบรั…
16:08 ราคาขายมันสำปะหลังในประเทศ ประจำวันที่ 20 ก.ย. 2562   ชนิด ราคา (บาท) มันสำปะหลัง แป้ง 25%/กก. 2.10 2.30 มันเส้น/100 กก. ส่งมอบ ณ คลังสินค้าเขต…
16:04 สหรัฐส่อแววคงมาตรการเก็บภาษีชิ้นส่วนยานยนต์ญี่ปุ่นในข้อตกลงการค้า   สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า สหรัฐมีแนวโน้มที่จะไม่ยกเลิกการจัดเก็บภาษีชิ้นส่ว…
16:00 ยอดขายอพาร์ตเมนต์หรูในสิงคโปร์แตะระดับสูงสุดในรอบ 11 ปี จาดีมานด์เศรษฐีจีน   OrangeTee & Tie ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ของส…

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จับตาท่าทีของนโยบายการเงินในช่วงต่อไป หลังกนง.ลดดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 4 ปี

ข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พุธที่ 7 สิงหาคม 2562 17:55:57 น.

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)ในการประชุมวันนี้(7 ส.ค.) ลงมาที่ 1.50% จาก 1.75% ในครั้งนี้ ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี สอดคล้องกับจังหวะและทิศทางของอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ และอีกหลายๆ ประเทศ ซึ่งได้ทยอยผ่อนคลายนโยบายการเงินไปก่อนหน้านี้ เพื่อรับมือกับความเสี่ยงของเศรษฐกิจโลก ท่ามกลางความไม่แน่นอนของหลายๆ ปัจจัยที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะประเด็นเรื่องสงครามการค้าของสหรัฐฯ และจีน

จากถ้อยแถลงหลังการประชุมของกนง. ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่า กนง. ให้น้ำหนักของการตัดสินใจการดำเนินนโยบายการเงินไปที่ปัจจัยลบต่างๆ ที่เข้ามากระทบต่อเศรษฐกิจไทย ดังนั้น ในช่วงข้างหน้า ตลาดเงินตลาดทุนคงรอติดตามว่า กนง. จะประเมินปัจจัยลบและผลต่อภาวะเศรษฐกิจในระยะข้างหน้าอย่างไร และสถานการณ์เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้นหรือไม่ เพราะมุมมองดังกล่าวจะมีผลต่อการคาดการณ์ของตลาดต่อการกำหนดจุดยืน/ท่าทีของนโยบายการเงินในช่วงต่อไปด้วยเช่นกัน

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า ตัวแปรที่จะต้องติดตามสำหรับการดำเนินนโยบายของไทยในระยะข้างหน้า น่าจะอยู่ที่ 2 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ 1) ความรวดเร็วของกลไกการส่งผ่านนโยบายการเงิน ซึ่งจะรวมถึงขนาดของการปรับลดดอกเบี้ยของสถาบันการเงินและอัตราผลตอบแทนในตลาดตราสารหนี้ ตลอดจนการตอบสนองของระบบเศรษฐกิจในภาคส่วนต่างๆ ต่อการปรับลดดอกเบี้ยครั้งนี้ และ 2) ความไม่แน่นอนของปัจจัยลบ ซึ่งอาจเกิดขึ้นในสภาวะไม่ปกติในระยะข้างหน้า อาทิ ความตึงเครียดของสถานการณ์สงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน ความไม่แน่นอนเชิงนโยบายระหว่างประเทศของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ รวมถึงสถานการณ์ภายในประเทศ โดยปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ อาจส่งผลกระทบต่อเนื่องมายังแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง