รมว.คมนาคม ไฟเขียวขึ้นค่าแท็กซี่ 50 สต.ช่วง 1-10 กม.แรก,ขึ้นเซอร์ชาร์จแท็กซี่สนามบิน,ดึงรถ Grab เข้าระบบ

ข่าวเศรษฐกิจ Thursday August 8, 2019 10:41 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า จากการประชุมร่วมกับผู้ประกอบการแท็กซี่ ได้มีมติที่จะปรับอัตราค่าจ้างบรรทุกคนโดยสารสำหรับรถยนต์รับจ้างบรรทุกโดยสารไม่เกิน 7คน (แท็กซี่มิเตอร์) ในเขตกรุงเทพมหานคร โดย (ค่าแรกเข้า) ระยะทาง 1 กิโลเมตรแรกเก็บเท่าเดิม 35 บาท, ระยะทางเกินกว่า 1 กิโลเมตรถึงกิโลเมตรที่ 10 กิโลเมตรละ 6.50 บาท (เดิม 6 บาท) ปรับขึ้น 50 สตางค์ เพราะมีต้นทุนด้านเชื้อเพลิงเพิ่ม

ส่วนระยะต่อไป เก็บอัตราเดิม ได้แก่ ระยะทางเกินกว่า 10 กิโลเมตรถึงกิโลเมตรที่ 20 กิโลเมตรละ 7 บาท, ระยะทางเกินกว่า 20 กิโลเมตรถึงกิโลเมตรที่ 40 กิโลเมตรละ 8 บาท , ระยะทางเกินกว่า 40 กิโลเมตรถึงกิโลเมตรที่ 60 กิโลเมตรละ 8.50 บาท ระยะทางเกินกว่า 60 กิโลเมตรถึงกิโลเมตรที่ 80 กิโลเมตรละ 9 บาท ระยะทางเกินกว่า 80 กิโลเมตรขึ้นไป กิโลเมตรละ 10.50 บาท

ส่วนกรณีที่รถไม่สามารถเคลื่อนที่หรือเดินรถต่อไปได้เกินกว่า 6 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ให้ปรับขึ้นจากนาทีละ 2 บาทเป็น 3 บาท โดยจะมีผลก่อนวันที่ 15 ต.ค.62 ซึ่งในระหว่างนี้ ได้มอบหมายให้กรมการขนส่งทางบก(ขบ.) เตรียมความพร้อมในการออกประกาศ พร้อมกันนี้ ให้นำเทคโนโลยีดิจิตอลใหม่มาใช้ เพื่อยกเลิกโครงการ TAXI OK ซึ่งแท็กซี่มีภาระต้องจ่ายค่าบริการ 350 บาท

สำหรับรถแท็กซี่ภายในท่าอากาศยาน จะมีต้นทุนค่าใช้จ่ายในการอำนวยความสะดวกผู้โดยสาร และต้นทนจากการวิ่งรถเปล่าจากตัวเมืองไปสนามบิน และค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายให้สนามบิน จึงกำหนดค่าเซอร์ชาร์จเพิ่มจาก 50 บาท เป็นรถขนาดเล็ก ไม่เกิน 70 บาท รถขนาดใหญ่ไม่เกิน 90 บาท ส่วนค่าสัมภาระขนาดเกิน 26 นิ้ว จะบริการฟรี 2 ชิ้นแรก ชิ้นที่ 3 เป็นต้นไป เก็บชิ้นละ 20 บาท ซึ่งขบ.จะประสานกับบมจ. ท่าอากาศยานไทย (AOT) หรือ ทอท. ในการประกาศต่อไป ซึ่งเป็นมาตรฐานของบริการสนามบินในต่างประเทศ

นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้กรมฯเร่งนำเทคโนโลยีดิจิตอล มาใช้บริหารรถแท็กซี่ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งจะพัฒนาระบบ จัดทำแอพพลิเคชั่นภายใน 1 เดือนให้สมบูรณ์ โดยจะเป็นแอพกลางผู้ให้บริการทุกคนเข้าระบบให้หมด ไม่มีการผูกขาด

สำหรับการนำรถส่วนตัวให้บริการภายใต้"แกร็บ"นั้น ยืนยันว่าจะต้องนำมาอยู่ในระบบเดียวกัน โดยจะต้องมีการแก้กฎหมายที่กำหนดประเภทรถ เพื่อให้สามารถนำรถส่วนบุคคลมาให้บริการเชิงพาณิชย์ได้ ยืนยันว่าเป็นการลดความเหลื่อมล้ำให้ประชาชนทุกคนมีโอกาสเลือกใช้บริการ เป็นทางเลือก ซึ่งรถส่วนบุคคลจะมีโครงสร้างค่าโดยสารอีกแบบผู้โดยสารอีกกลุ่ม เป็นการแข่งขันในการให้บริการระหว่างแท็กซี่

อย่างไรก็ตาม ยังเห็นด้วยกับการปรับอายุรถแท็กซี่ จาก 9 ปี เป็น 12 ปี โดยกำหนดเงื่อนไขมาตรฐานรถ โดยกรมขนส่งฯจะตรวจสอบสภาพรถทุก 3 เดือน หากพบรถไม่ผ่านเกณฑ์จะต้องหยุดวิ่งทันที ไม่มีข้อยกเว้น


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ