(เพิ่มเติม) รมช.คลัง สั่งสรรพสามิตศึกษาภาษียาเส้นหลังผู้ปลูกใบยาได้รับผลกระทบหนัก

ข่าวเศรษฐกิจ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2562 15:46 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง เปิดเผยว่า ได้หารือกับกรมสรรพสามิตให้ลดอัตราภาษีสรรพสามิตยาเส้น จากก่อนหน้านี้ที่ได้มีการปรับเพิ่มขึ้นไปกว่า 20 เท่า มาอยู่ที่ระดับ 0.1% ต่อกรัม จากเดิมอยู่ที่ 0.005% ต่อกรัม โดยจะให้ปรับลดลงมาเหลือ 5-6 เท่า เนื่องจากเกษตรกรผู้ปลูกใบยาสูบได้รับความเดือนร้อนเป็นอย่างมากจากการดำเนินการดังกล่าว

"การปรับลดภาษียาเส้นให้เหลือ 5-6 เท่า น่าจะเป็นระดับที่เกษตรกรปรับตัวได้ทัน และที่ผ่านมาเกษตรกรผู้ปลูกใบยาสูบได้มาร้องเรียนกับกระทรวงการคลังเพื่อให้ลงไปดูในเรื่องนี้ ซึ่งถือว่าตรงนี้เป็นเรื่องเร่งด่วนที่จะต้องพิจารณาช่วยเหลือ"

รมช. คลัง กล่าว่า ความตั้งใจจริงต้องการจะปรับลดลงไปให้อยู่ในอัตราภาษีเดิม แต่กรมสรรพสามิตได้ให้ข้อคิดเห็นว่า แม้ว่ารายได้จากการเก็บภาษียาเส้นจะไม่มาก และหากยกเลิกการเพิ่มอัตราการจัดเก็บดังกล่าว ก็จะไม่ส่งผลกระทบกับการจัดเก็บรายได้ แต่ก็ยังมีปัญหาเรื่องข้อสัญญา โดยเฉพาะในด้านสุขอนามัยที่ได้ทำข้อตกลงไว้กับองค์กรอนามัยต่างประเทศ เพื่อต้องการให้ลดการบริโภคยาเส้นและบุหรี่ลง

"การดูแลสุขภาพมีความจำเป็นก็จริง แต่อาชีพเกษตรกรผู้ปลูกใบยาสูบ ก็จำเป็นต้องให้ความช่วยเหลือไม่แพ้กัน เราต้องขึ้นภาษียาเส้นในระดับที่เขาปรับตัวได้ทัน ใบยาสูบมีโทษ ทำลายสุขภาพก็จริง แต่อย่างอื่นก็มีเหมือนกัน เช่น ข้าวมอลล์ ที่นำไปทำเบียร์ก็ทำลายสุขภาพเหมือนกัน ก็เป็นเรื่องที่ต้องดูให้เท่าเทียมกันทั้งหมด ไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำ" รมช.คลัง กล่าว

พร้อมระบุว่า ในฐานะที่ดูแลการยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.) จะต้องมีการทบทวนการเลื่อนการปรับขึ้นภาษีบุหรี่ 40% ออกไปอีก ที่จากเดิมขยับไปเป็นวันที่ 1 ต.ค.63 เพราะเรื่องดังกล่าวได้ส่งผลกระทบกับผู้ประกอบการทั้งในส่วนของไทยและต่างประเทศรวมถึงผู้ปลูกใบยาสูบด้วย

"ไม่อยากให้มีการปรับขึ้นภาษี 40% ทันทีเหมือนกัน ส่วนจะมีแนวทางปรับขึ้นอย่างไรนั้น จะทยอยปรับขึ้นตามข้อเสนอของภาคเอกชนที่เสนอให้ปรับขึ้น 5% ทุก 2 ปี จนครบ 40% เพื่อให้ผู้ประกอบการมีเวลาปรับตัวได้ ก็เป็นเรื่องที่กระทรวงการคลังจะหารือกับกรมสรรพสามิตต่อไปว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่"

นายสงกรานต์ ภักดีจิตร นายกสมาคมชาวไร่ยาสูบเบอร์เล่ย์ จ.เพชรบูรณ์ กล่าวว่า การขึ้นภาษีสรรพสามิตปี 2560 ที่ผ่านมารายได้ของชาวไร่ยาสูบและยาเส้นหายไปเกือบ 50% ยกตัวอย่าง จ.เพชรบูรณ์ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกยาสูบพันธุ์เบอร์เลย์ที่ใหญ่ที่สุดอันดับสองของประเทศ มีพื้นที่ปลูกรวมกันกว่า 17,000 ไร่ แต่การขึ้นภาษีบุหรี่ปีที่แล้วชาวไร่ยาสูบเพชรบูรณ์ถูกตัดโควตารับซื้อไป 47% หรือประมาณ 5.3 ล้าน ก.ก. คิดเป็นเงินกว่า 344 ล้านบาท

" รมช.คลัง ซึ่งเป็นคนพื้นที่เพชรบูรณ์และมีความเข้าใจชาวไร่ยาสูบ-ยาเส้นเป็นอย่างดีที่รับปากจะหารือกับสรรพสามิตอย่างเร่งด่วนเพื่อลดภาษียาเส้น พร้อมจะยังช่วยหาแนวทางการขึ้นภาษีแบบเหมาะสมที่ทำให้พวกเราชาวไร่ยาสูบยังมีอาชีพอยู่ได้ เราอยากขอให้ทบทวนเรื่องการขึ้นภาษี 40% ไปด้วยเลยในคราวเดียวกัน เพราะเป็นเรื่องของความเดือดร้อนของชาวไร่ในอุตสาหกรรมยาสูบเหมือนกัน โดยค่อยๆ ทยอยปรับเพิ่มภาษีเพื่อให้ชาวไร่และทุกฝ่ายปรับตัวได้" นายสงกรานต์ กล่าว

เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ