ข่าวอินโฟเควสท์
16:59 ซีอีโอ "ซาอุดี อารามโค" ยัน จะเริ่มการผลิตน้ำมันได้อย่างเต็มที่ภายในสิ้นเดือนนี้   สื่อต่างประเทศรายงานการเปิดเผยของนายเอมิน นาสเซอร์ ซีอีโอของ…
15:54 ผู้ประท้วงหลายพันคนออกมาเดินขบวนในฮ่องกง หลังกลุ่มสนับสนุนจีนแห่ทำลายกำแพงเลนนอน   ผู้ประท้วงสนับสนุนประชาธิปไตยของฮ่องกงจำนวนหลายพันคนได้ออกมา…
15:34 อินเดียยังคงพยายามติดต่อยาน "วิกรัม" ก่อนครบกำหนดเส้นตายภารกิจสำรวจดวงจันทร์วันนี้   องค์การวิจัยอวกาศแห่งอินเดีย (ISRO) พยายามที่จะติดต่อกับยา…
14:46 "เฟซบุ๊ก" ระงับให้บริการหลายหมื่นแอพพลิเคชั่น เซ่นคดีคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล   บริษัทเฟซบุ๊ก อิงค์เปิดเผยว่า บริษัทได้ระงับการให้บริการหลายหมื่…
13:10 "แอปเปิล" เฮ หลังรัฐบาลสหรัฐอนุมัติคำขอยกเว้นภาษีนำเข้าชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์   สำนักงานผู้แทนการค้าและบันทึกราชการของสหรัฐระบุว่า หน่วยงานกำกับดู…

(เพิ่มเติม) ภาวะตลาดเงินบาท: เปิด 30.80 ตลาดรอความชัดเจนปัจจัยต่างประเทศหลายประเด็น-ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐ

ข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- อังคารที่ 13 สิงหาคม 2562 11:26:06 น.
นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ที่ระดับ 30.80 บาท/ดอลลาร์ จากเย็นวัน
ศุกร์ที่ปิดตลาดที่ระดับ 30.72/73 บาท/ดอลลาร์
"ช่วงนี้ตลาดมีหลายปัจจัยเสี่ยงที่เข้ามากระทบ ทั้งสถานการณ์ความตึงเครียดที่ฮ่องกง การเลือกตั้งประธานาธิบดี
ขั้นต้นในอาร์เจนตินาที่อาจนำไปสู่การเปลี่ยนขั้วอำนาจ ตัวเลขเศรษฐกิจเยอรมนีออกมาไม่ดี ข้อพิพาทการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่ยังส่อ
เค้าว่าจะยังคงยืดเยื้อต่อไป และคืนนี้มีข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนก.ค.ของสหรัฐฯ" นักบริหารเงิน กล่าว
นักบริหารเงิน คาดว่ากรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทจะอยู่ระหว่าง 30.75 - 30.85 บาท/ดอลลาร์
THAI BAHT FIX 3M (9 ส.ค.) อยู่ที่ระดับ 1.29685% ส่วน THAI BAHT FIX 6M อยู่ที่ระดับ 1.19310%
SPOT ล่าสุดอยู่ที่ระดับ 30.7900 บาท/ดอลลาร์
* ปัจจัยสำคัญ
- เงินเยนอยู่ที่ระดับ 105.41 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวันศุกร์ที่อยู่ที่ 105.83/85 เยน/ดอลลาร์
- เงินยูโรอยู่ที่ระดับ 1.1204 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวันศุกร์ที่อยู่ที่ 1.1202/1206 ดอลลาร์/ยูโร
- อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท.อยู่ที่ระดับ 30.7300 บาท/ดอลลาร์
- ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทสำหรับสัปดาห์นี้ (13-16 ส.ค.) ที่ 30.50-30.90
บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยตลาดยังคงรอติดตามทิศทางค่าเงินหยวน สถานการณ์สงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน และประเด็นเรื่อง BREXIT ส่วน
ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ประกอบด้วย ดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีราคาสินค้านำเข้า-ส่งออก ยอดค้าปลีก ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม
เดือนก.ค. ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้าน ยอดค้าปลีก และข้อมูลการเริ่มสร้างบ้านเดือนก.ค. ผลสำรวจแนวโน้ม
ธุรกิจของเฟดสาขาฟิลาเดลเฟีย ผลสำรวจกิจกรรมภาคการผลิตของเฟดสาขานิวยอร์ก ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยเดือนส.ค. นอกจากนี้
นักลงทุนอาจรอติดตามข้อมูลเศรษฐกิจเดือนก.ค.ของจีนด้วยเช่นกัน
- สมาคมตลาดตราสารหนี้ ชี้เกณฑ์ "ไอเอฟอาร์เอส9" ส่งผล บจ. ที่ถือลงทุนหุ้นกู้ ต้องตั้งด้อยค่าตามเรทติ้งที่ได้รับ เผยอยู่
ระหว่างจัดทำอัตราการตั้งสำรอง ย้ำเรทติ้งต่ำต้องสำรองสูง ขณะนักวิเคราะห์ฟันธง ทำหุ้นกู้ขายยากขึ้น ส่อกระทบต้นทุนบริษัทขนาดเล็ก
- "แบงก์ชาติ" กางข้อมูล ปล่อยกู้ระบบแบงก์พาณิชย์ พบพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงทำหนี้ครัวเรือนเปราะบางมากขึ้น เผยยอดปล่อยกู้
แก่ผู้ที่มีภาระหนี้ต่อรายได้เกินกว่า 70% มีในทุกหมวด สินเชื่อ พบกลุ่มบ้านแลกเงินมากสุด โดยมีสัดส่วนสูงถึง 46% ขณะ สินเชื่อรถแลกเงิน
รองลงมา สัดส่วนกว่า 38%
- ธนาคารพาณิชย์หันเจาะลูกค้ารีไฟแนนซ์ 'กสิกร' ชะลอแผนปล่อยสินเชื่อรายได้ต่ำ รอชัดเจนดีเอสอาร์จากแบงก์ชาติ
คาดกระทบลูกค้า 10% ด้าน 'ซีไอเอ็มบีไทย' หนุนคนผ่อนตรงเวลาได้ดอกเบี้ยถูก
- "กสทช." เตรียมเคาะโรดแมปประมูล 5G วันนี้ พร้อมเสนอใช้เทคโนโลยี TDD บนคลื่น 2600 MHz
- "ออมสิน" ขอ 2 สัปดาห์ พิจารณาทิศทางอัตราดอกเบี้ยฝาก-กู้ใหม่ หลัง กนง.สั่งลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% แจงต้อง
พิจารณาให้รอบคอบ เพราะมีผลกับรายได้ของธนาคาร รับแบกต้นทุนการเงินอื้อ
- คลังเตรียมชง "ครม." ไฟเขียวแพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง วงเงิน 50,000 ล้านบาทภายใน 20 ส.ค.นี้ ทั้ง
แจกเงิน 1,500 บาทเที่ยวเมืองรอง เติมเงินบัตรคนจน 1,000 บาท ลดดอกเบี้ยเอสเอ็มอี คาดดันเศรษฐกิจปีนี้โต 3.5% ด้านสำนักงบ
ประมาณยันในการจัดทำงบปี 63 จ่อตัดโครงการไม่จำเป็นออกหวังให้มีงบกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่ม
- รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) ในฐานะประธานคณะทำงานศึกษาผลกระทบสงครามการค้าสหรัฐ
และจีน เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ทำการศึกษาผลกระทบเพิ่มเติมหลังจากที่สหรัฐฯเตรียมขึ้นภาษีสินค้าที่นำเข้าจากจีนอีก 10% ตั้งแต่วันที่ 1
กันยายน 2562 โดยมีผลกับสินค้านำเข้ามูลค่ารวม 300,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ควบคู่ไปกับการวิเคราะห์ผลกระทบจากการที่จีนมีการตอบ
โต้สหรัฐด้วยการปล่อยให้ค่าเงินหยวนอ่อนค่าลงมาอยู่ที่ระดับกว่า 7 หยวนต่อเหรียญสหรัฐ เป็นครั้งแรกในรอบ 11 ปี คาดว่าจะได้ข้อสรุป
ภายในเดือนสิงหาคมนี้
- รองผู้อำนวยการฝ่ายการชำระเงินของธนาคารกลางจีน กล่าวว่า ธนาคารกลางจีนใกล้ที่จะออกสกุลเงินดิจิทัลของทาง
ธนาคารกลางเอง หลังจากที่ได้มีการเตรียมการเป็นเวลา 5 ปี ช่วยเพิ่มกระแสหมุนเวียนของหยวน ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ
- ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (12 ส.ค.)
เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่า ข้อพิพาทการค้าระหว่างสหรัฐและจีนอาจจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของสหรัฐ ขณะที่นักลงทุนจับตาข้อมูล
เศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนก.ค.
- สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (12 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย ท่าม
กลางข้อพิพาทการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่ยังไม่มีแนวโน้มคลี่คลาย นอกจากนี้ การอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ยังเป็นอีกปัจจัยที่ช่วย
หนุนราคาทองคำ
- แบงก์ ออฟ อเมริกา เมอร์ริล ลินช์ ออกรายงานเตือนว่า จากข้อมูลล่าสุด ทางธนาคารเชื่อว่ามีโอกาสมากกว่า 30%
ที่จะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐปีหน้า
- นักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับข้อพิพาทการค้าระหว่างสหรัฐและจีน นับตั้งแต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ขู่ว่าจะเก็บภาษี
สินค้านำเข้าจากจีน 10% คิดเป็นมูลค่า 3 แสนล้านดอลลาร์ในวันที่ 1 ก.ย.นี้ และกระทรวงการคลังสหรัฐได้ระบุอย่างเป็นทางการว่า จีน
เป็นประเทศที่ปั่นค่าเงิน ด้วยการปล่อยให้เงินหยวนอ่อนค่าลงเพื่อหวังข้อได้เปรียบด้านการค้า โดยล่าสุดเมื่อวานนี้ ธนาคารกลางจีนได้
กำหนดอัตราค่ากลางของหยวนที่ระดับ 7.0211 หยวนต่อดอลลาร์ ซึ่งอ่อนค่าลงจากระดับของวันศุกร์
- นักวิเคราะห์จากโกลด์แมน แซคส์คาดการณ์ว่า การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนจะยังคงยืดเยื้อต่อไป และไม่มีแนว
โน้มที่ทั้งสองฝ่ายจะบรรลุข้อตกลงก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในปีหน้า
นอกจากนี้ โกลด์แมน แซคส์ยังได้ประกาศปรับลดตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐประจำไตรมาส 4 สู่ระดับ
1.8% จากเดิมที่ระดับ 2.0% โดยระบุถึงผลกระทบจากการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่มากกว่าคาด
- นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่มีกำหนดเปิดเผยในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ความเชื่อมั่นของธุรกิจขนาดย่อมเดือนก.ค.จาก
สหพันธ์ธุรกิจอิสระแห่งชาติสหรัฐ (NFIB), ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนก.ค., ราคานำเข้าและราคาส่งออกเดือนก.ค., จำนวนผู้

ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ยอดค้าปลีกเดือนก.ค., ดัชนีภาคการผลิต (Empire State Manufacturing Index) เดือนส.

ค. จากเฟดนิวยอร์ก, ดัชนีการผลิตเดือนส.ค.จากเฟดฟิลาเดลเฟีย, การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนก.ค., ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยเดือนส.
ค.จากสมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB) และสต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเดือนมิ.ย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง