ข่าวอินโฟเควสท์
20:03 ดอลลาร์ดีดตัวในกรอบ 106 เยน ขณะนักลงทุนเพิ่มถือครองสินทรัพย์เสี่ยง   ดอลลาร์ดีดตัวสู่ช่วงกลางในกรอบ 106 เยน ขณะที่นักลงทุนพากันถือครองสินทรัพย์…
19:46 รมว.พาณิชย์สหรัฐแสดงความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจ แม้เกิดภาวะ inverted yield curve   นายวิลเบอร์ รอสส์ รมว.พาณิชย์สหรัฐ กล่าวแสดงความเชื่อมั่นต่อเศร…
19:40 รมว.พาณิชย์สหรัฐชี้รัฐบาลไม่พอใจนโยบายเฟดหนุนดอลล์แข็งค่า   นายวิลเบอร์ รอสส์ รมว.พาณิชย์สหรัฐ กล่าวว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่…
19:31 รมว.พาณิชย์สหรัฐยืนยันขยายเวลาให้"หัวเว่ย"ซื้อสินค้าสหรัฐได้อีก 90 วัน   นายวิลเบอร์ รอสส์ รมว.พาณิชย์สหรัฐ กล่าวยืนยันในวันนี้ว่า รัฐบาลสหรัฐจ…
19:18 ดาวโจนส์ฟิวเจอร์พุ่งไม่หยุด ล่าสุดทะยานเกือบ 300 จุด ขานรับบอนด์ยีลด์ดีดตัว   ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดทะยานเกือบ 300 …

BAY คาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 30.65-31.00 จับตาสงครามการค้า หลังเงินหยวนอ่อนค่าสุดในรอบ 11 ปี

ข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- อังคารที่ 13 สิงหาคม 2562 15:37:05 น.

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 30.65-31.00  ต่อดอลลาร์ เทียบกับระดับปิดแข็งค่าที่ 30.73 ต่อดอลลาร์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาดหุ้นไทย 1.0 หมื่นล้านบาท แต่ซื้อพันธบัตรสุทธิ 3.1 พันล้านบาท โดยระหว่างสัปดาห์อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะ 5 ปี และ 10 ปี แตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ หลังคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ประกาศลดดอกเบี้ยนโยบาย สวนทางกับคาดการณ์ของตลาด ส่วนเงินดอลลาร์อ่อนค่าเทียบกับเงินยูโรและเงินเยน ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯปรับตัวลดลงท่ามกลางความกังวลว่าสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีนจะยืดเยื้อและขยายวงมากยิ่งขึ้นหลังทางการจีนปล่อยเงินหยวนอ่อนค่าลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 11 ปี

โดยกลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ มองว่า ตลาดจะติดตามกระแสข่าวเกี่ยวกับสงครามการค้า ค่าเงินหยวน เหตุการณ์ความไม่สงบในฮ่องกง รวมถึงข้อมูลเงินเฟ้อและยอดค้าปลีกสหรัฐฯ เพื่อประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจโลกและท่าทีของธนาคารกลางหลักต่อไป อนึ่ง แม้กนง.ตัดสินใจลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเหนือความคาดหมายของนักลงทุนแต่ผลกระทบที่ชัดเจนถูกจำกัดอยู่ในตลาดพันธบัตรเท่านั้น

สำหรับปัจจัยในประเทศ ตลาดจะจับตาท่าทีของผู้กำหนดนโยบายการเงิน ภายหลังกนง.มีมติปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% สู่ระดับ 1.50% เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจและเอื้อให้เงินเฟ้อทั่วไปกลับสู่กรอบเป้าหมาย ขณะที่เศรษฐกิจมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพ การส่งออกที่ลดลงเริ่มกระทบอุปสงค์ในประเทศ การบริโภคการลงทุนภาคเอกชน และการใช้จ่ายภาครัฐมีแนวโน้มชะลอลงกว่าที่เคยประเมินไว้  กนง.มองว่าการแข็งค่าของเงินบาทอาจส่งผลลบมากขึ้นในสภาวะแวดล้อมที่การกีดกันการค้ารุนแรง โดยทางการจะติดตามสถานการณ์และพิจารณาความจำเป็นของมาตรการที่เหมาะสมต่อไป

อนึ่ง ธนาคารมองว่าประเด็นที่สร้างความประหลาดใจจากมติลดดอกเบี้ยอยู่ที่ความคงเส้นคงวาของการสื่อสารกับตลาดในช่วงที่ผ่านมา สำหรับแนวโน้มข้างหน้า คาดว่ามีโอกาสมากขึ้นที่กนง.จะลดดอกเบี้ยลงสู่ระดับ 1.25% ในปีนี้ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของปัจจัยภายนอกและท่าทีที่เปลี่ยนไปของผู้ดำเนินนโยบายการเงิน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง