กรมบัญชีกลาง เผยผู้ประกอบการร้านค้าสมัครเข้าร่วมมาตรการ "ชิม ช็อป ใช้"แล้วกว่า 55,579 ราย เกินเป้าหมาย

ข่าวเศรษฐกิจ 18 กันยายน พ.ศ. 2562 10:07 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

น.ส.สุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า หลังจากที่กรมบัญชีกลางได้ปรับกลยุทธ์เชิงรุกร่วมกับธนาคารกรุงไทย และเมื่อรวมกับร้านค้าธงฟ้าประชารัฐที่มี App ถุงเงินเดิมอยู่แล้วกว่า 50,000 ร้านค้า โดยธนาคารกรุงไทยได้อัพเดท App ถุงเงินเวอร์ชั่นใหม่ให้อัตโนมัติ และร้านค้าประชารัฐที่ติดตั้งเครื่อง EDC กว่า 30,000 ร้านค้า ธนาคารกรุงไทยได้อัพเดทข้อมูลให้สามารถดาวน์โหลด App ถุงเงินได้ทันที ทำให้ยอดรวมร้านค้าที่เข้าร่วมมาตรการฯ ในตอนนี้มีจำนวนกว่า 135,000 ราย ซึ่งมีความหลากหลายและเพียงพอต่อการจับจ่ายซื้อสินค้าและบริการของประชาชนจำนวน 10 ล้านคนที่จะมาลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการฯ ในวันที่ 23 ก.ย.62 อย่างแน่นอน

(KTB) ทำให้มีผู้ประกอบการกลุ่มเป้าหมายและร้านค้าทั่วไปสนใจสมัครเข้าร่วมมากขึ้น โดยขณะนี้มีผู้ประกอบการร้านค้าทั่วประเทศสมัครเข้าร่วมมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ "ชิมช้อปใช้" แล้ว 55,579 ราย เป็นร้านประเภทชิม 26,321 ร้านค้า ประเภทช็อป 26,576 ร้านค้า และประเภทใช้ 2,682 ร้านค้า ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายที่เพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังได้ตั้งเป้าหมายผู้ประกอบการร้านค้าเข้าร่วมมาตรการฯ จำนวนประมาณ 40,000 ราย ประกอบด้วย ร้านอาหารที่มีเลขทะเบียนพาณิชย์ ประมาณ 14,000 ราย รวมถึงร้านอาหารขนาดเล็กในพื้นที่อีก 10,000 ราย ร้าน OTOP/วิสาหกิจชุมชน/ ประมาณ 6,000 ราย โรงแรมและโฮมสเตย์ ประมาณ 10,000 ราย

"ขอเชิญชวนผู้ประกอบการร้านค้าที่อยู่ระหว่างตัดสินใจ สามารถสมัครเข้าร่วมมาตรการฯ ได้ถึงวันที่ 20 ก.ย.62 โดยกทม.สมัครได้ที่กรมบัญชีกลางและสถานที่ที่ ธนาคารกรุงไทย กำหนด ต่างจังหวัดสมัครได้ที่สำนักงานคลังจังหวัดทุกแห่ง ทั่วประเทศ ส่วนประชาชนทั่วไปที่สนใจ สามารถลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิผ่านเว็บไซต์ www.ชิมช้อปใช้.com ระหว่างวันที่ 23 กันยายน - 15 พฤศจิกายน 2562 รับจำนวน 10 ล้านรายแรกที่ลงทะเบียนภายในระยะเวลาที่กำหนดเท่านั้น

โดยผู้ที่จะลงทะเบียนรับสิทธิต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้ 1. เป็นคนไทย ที่มีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน 2. มีบัตรประจำตัวประชาชน 3. มี Smart Phone /เครือข่าย Internet 4. มี e-mail โดยในขั้นตอนการสมัครจะต้องระบุจังหวัดที่จะไปท่องเที่ยวจำนวน 1 จังหวัด และไม่ใช่จังหวัดตามสำเนาทะเบียนบ้านของตนเอง ซึ่งในวันที่ลงทะเบียนสามารถเข้าไปดูจำนวนร้านค้าที่เข้าร่วมมาตรการฯ ในแต่ละจังหวัดเพื่อช่วยในการตัดสินใจ และจะได้รับ SMS แจ้งยืนยันการได้รับสิทธิภายใน 3 วันหลังจากลงทะเบียน ซึ่งช่วงระยะเวลาการไปใช้สิทธิ คือภายใน 14 วัน หลังจากได้รับ SMS จากนั้นดาวน์โหลด App เป๋าตัง ก็จะได้รับสิทธิและวงเงินใน App

เป๋าตังทันที" อธิบดีกรมบัญชีกลางกล่าว

อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า วงเงินใน App เป๋าตัง ที่ผู้มีสิทธิได้รับนั้น จะมี 2 ช่อง คือ เป๋าตัง ช่อง 1 (g-wallet 1) ได้รับสิทธิวงเงิน 1,000 บาท เพื่อใช้จ่ายซื้อสินค้าและบริการในจังหวัดที่เลือกไว้ และเป๋าตัง ช่อง 2 (g-wallet 2) สามารถเติมเงินของตนเองใน App ได้ เพื่อใช้จ่ายเป็นค่าอาหารและเครื่องดื่ม ค่าที่พักหรือค่าซื้อสินค้าท้องถิ่น จากผู้ประกอบการ ร้านค้าที่เข้าร่วมมาตรการฯ

ตั้งแต่วันที่ได้รับสิทธิจนถึงสิ้นสุดโครงการในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 ในทุกจังหวัด ยกเว้นจังหวัดตามทะเบียนบ้าน โดยการใช้จ่ายจากเป๋าตัง ช่อง 2 รัฐบาลจะจ่ายเงินคืนให้ (Cash Back) ร้อยละ 15 ของยอดชำระเงินที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 4,500 บาทต่อคน (หรือวงเงินใช้จ่ายไม่เกิน 30,000 บาท) ซึ่งจะจ่ายคืนเงินให้หลังสิ้นสุดโครงการในเดือนธันวาคม 2562

ทั้งนี้ผู้ที่จะลงทะเบียนใช้สิทธิสามารถตรวจสอบและค้นหาตำแหน่งพิกัดของสถานประกอบการร้านค้าที่เข้าร่วมมาตรการฯ ที่ได้ปักหมุดไว้ทั่วประเทศได้ทาง App เป๋าตัง และ เว็บไซต์ www.ktb.co.th ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ call center กรมบัญชีกลาง 02-270-6400 กด 7 และติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ชิมช็อปใช้ ได้ทางเว็บไซต์กรมบัญชีกลาง www.cgd.go.th YouTube และ Facebook กรมบัญชีกลาง


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ