ธพ.รอข้อสรุปจากรมว.พลังงานหลังผลศึกษาแนะมีสำรองยุทธศาสตร์-เพิ่มสำรองภาคเอกชน

ข่าวเศรษฐกิจ 18 กันยายน พ.ศ. 2562 18:16 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นางสาวนันธิกา ทังสุพานิช อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้การศึกษาเรื่องสำรองน้ำมันของประเทศ ที่ได้ว่าจ้างให้สถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย เป็นผู้ดำเนินการนั้นเสร็จเรียบร้อยแล้ว และได้นำเสนอต่อนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน โดยผลศึกษาเบื้องต้นมีข้อเสนอให้ไทยควรสำรองน้ำมันของภาครัฐ ในรูปแบบสำรองทางยุทธศาสตร์ (SPR) ประมาณ 50 วัน และให้ปรับเพิ่มสำรองของภาคเอกชน ซึ่งจะต้องมีการลงทุนสูงมาก ดังนั้น ภาครัฐคงจะต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมด้วย เพราะหากลงทุนสูงก็จะมีผลกระทบต่อราคาน้ำมันให้สูงขึ้น

ขณะที่ปัจจุบันปริมาณน้ำมันทั่วโลกมีเพิ่มมากขึ้น ทั้งจากแหล่งสหรัฐและนอกกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ซึ่งไม่ต้องพึ่งพาจากแหล่งตะวันออกกลางเป็นหลักเหมือนในอดีต และปริมาณน้ำมันดิบก็มีเกินความต้องการ ดังนั้น การปรับเพิ่มสำรองน้ำมันก็อาจจะไม่จำเป็นต้องปรับเพิ่มสูงขึ้นมาก โดยจะเห็นได้ว่ากรณีเกิดเหตุโจมตีพื้นที่ผลิตน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย พบว่าราคาน้ำมันดิบไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้นมาก และไทยก็มีสำรองน้ำมันทั้งทางกฏหมายและการค้ารวมได้ถึง 54 วัน

ปัจจุบันสำรองน้ำมันตามกฎหมาย สำหรับผู้ค้าน้ำมัน จะเป็นการสำรองน้ำมันสำเร็จรูปในระดับ 1% ของปริมาณการค้า ขณะที่กลุ่มโรงกลั่นน้ำมัน จะสำรองน้ำมันดิบตามกฎหมาย 6% ของปริมาณการค้า ขณะที่ก่อนหน้านี้กลุ่มโรงกลั่นน้ำมันเสนอให้ปรับลดสำรองน้ำมันดิบจาก 6% เหลือ 5% ส่วนการจะปรับสำรองน้ำมันอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับนโยบายของรมว.พลังงานเป็นผู้พิจารณาต่อไป

ด้านนายสนธิรัตน์ กล่าวว่า จากสถานการณ์น้ำมันทั่วโลกในขณะนี้ยังไม่จำเป็นต้องเพิ่มปริมาณสำรองน้ำมัน แต่ไทยจำเป็นต้องมีสำรองน้ำมันทางยุทธศาสตร์หรือไม่ คงต้องศึกษาความเหมาะสม เพราะทั่วโลกก็มีเช่นกันและส่วนใหญ่มีราว 50 วันเพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน อย่างไรก็ตามกระทรวงพลังงานมีการเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ โดยมีแผนปฏิบัติที่ชัดเจน และเตรียมซ้อมแผนรองรับสภาวะฉุกเฉินด้านพลังงานทุกปี โดยในวันพรุ่งนี้ (19 ก.ย.) ก็จะจัดประชุมซ้อมแผนรองรับสภาวะฉุกเฉินด้านพลังงานที่กระทรวงพลังงาน โดยมีหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และด้านความมั่นคงเข้าร่วม


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ